ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/364948
“นิกร” เห็นใจ “ทษช.” ถูกยุบ
“นิกร” เห็นใจ “ทษช.” ถูกยุบ ประเมินตัดคู่แข่งไม่ทำให้ “ชทพ.” ได้เปรียบ เหตุเสียงตกผลึกแล้ว พร้อมเดินหน้าสู้แบบเร่งสปีด ไม่ห่วง โพลล์ทำนายได้ ส.ส. ต่ำ 20 ที่นั่ง
รัฐสภา 8 มีนาคม 2562 นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวแสดงความเห็นใจกับคณะผู้บริหารและสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) หลังมีคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ตศร.) ให้ยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 10 ปี ในฐานะเป็นนักการเมืองและเคยผ่านเหตุการณ์ยุบพรรคมาก่อนหน้านี้ ส่วนการแข่งขันทางการเมืองหลังจากนี้ ตนประเมินว่า เมื่อไม่มีผู้สมัคร ส.ส. ที่มาจากพรรคไทยรักษาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนาอาจได้เปรียบเล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นเกิดกรณีการเปลี่ยนการตัดสินใจของประชาชนที่เป็นฐานเสียงเดิมของผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยรักษาชาติ มายังพรรคการเมือง เพราะตนเชื่อว่าประชาชนได้ตัดสินใจเป็นที่สุดแล้ว
“การแข่งขันทางการเมือง เปรียบเหมือนนักวิ่งที่แข่งวิ่งคนละลู่ โดยผู้สมัครของพรรคต้องเร่งสปีดให้เข้าเส้นชัยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยหลังจากนี้พรรคชาติไทยพัฒนาจะเน้นการลงพื้นที่ เพื่อนำนโยบายไปยังประชาชน อาทิ สัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่ภาคตะวันออก สัปดาห์ต่อไปพื้นที่ภาคอีสาน ก่อนจะเปิดปราศรัยใหญ่ที่ จ.นครปฐม วันที่ 22 มีนาคม นี้” นายนิกร กล่าว
นายนิกร กล่าวด้วยว่า ล่าสุดในพื้นที่ที่มีฐานของพรรคมีกระแสตอบรับดี และเชื่อมั่นในทีมผู้บริหารคนรุ่นใหม่ ทั้ง น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค และนายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค ที่บริหารพรรคหลังจากที่สิ้น นายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรค ดังนั้น เมื่อช่องว่างดังกล่าวหมดปัญหาและทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าสามารถทำงานได้ ทำให้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ขณะที่โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคได้ติดตั้งป้ายรณรงค์ในพื้นที่ กทม. เป็นภาพเกี่ยวก้อยและมีข้อความร่วมมือปรองดอง และข้ามความขัดแย้ง โดยไม่ลืมความขัดแย้ง เพื่อสื่อสารไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเมืองให้ร่วมมือทำงาน ไม่ขัดแย้ง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าการเมืองจะไม่ขัดแย้ง และสามารถเดินหน้าทำนโยบายเพื่อประชาชนตามที่พรรคการเมืองหาเสียงได้
ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ยังกล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นที่ระบุว่า พรรคชาติไทยพัฒนา อาจได้ ส.ส. ประมาณ 8 – 16 ที่นั่ง ว่า ตนเป็นนักการเมือง ไม่กล้าประเมินว่าพรรคจะได้กี่ที่นั่ง สำหรับผลสำรวจที่ปรากฏ ตนเพียงแค่รับฟังแต่ไม่หวั่นใจหรือกังวลใดๆ เนื่องจากภาพรวมของพรรคกระแสตอบรับเพิ่มมากขึ้น และหลังจากนี้ผู้สมัคร ส.ส. เขตใดจะได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ขึ้นอยู่กับความเมตตาและการตัดสินใจของประชาชน
