ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/367077
ฉันทามติ ปชช. ให้ พท. บริหารประเทศ
“พท.” ออกแถลงการณ์จี้ “ทุกพรรค” เลือกยืนข้าง – ฟังเจตนารมณ์ “ปชช.” สะท้อนผลเลือกตั้ง ส.ส.เขต ซัด “ฝ่ายสืบทอดอำนาจ” ดึงดันเป็นรัฐบาลไร้เสถียรภาพ
26 มีนาคม 2562 เมื่อเวลา 14.20 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองพิจารณาร่วมจัดตั้งรัฐบาลโดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนที่สะท้อนจากการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม ผ่านการได้ว่าที่ ส.ส. มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว
นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย อ่านแถลงการณ์ตอนหนึ่ง โดยยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เพราะจากการเลือกตั้งที่แบ่งฝ่ายประชาชนชัดเจน ระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนประชาธิปไตย และฝ่ายที่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สืบทอดอำนาจ และมีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ ดังนั้น เมื่อหลังการเลือกตั้งพรรคที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยและคัดค้านการสืบทอดอำนาจที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำและพรรคแนวร่วมจากหลายพรรค มีจำนวน ส.ส. มากกว่าฝ่ายที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ดังนั้น ถือว่าพรรคเพื่อไทยได้รับฉันทามติจากประชาชนให้บริหารประเทศ
“เมื่อรวมเสียงพรรคที่คัดค้านการสืบทอดอำนาจ ตอนนี้มีมากกว่า 250 คน และมีจำนวนเสียงมากกว่าคะแนนเสียงของพรรคที่หนุนการสืบทอดอำนาจ กว่า 6 ล้านเสียง ดังนั้น จากผลการเลือกตั้งเบื้องต้นที่สะท้อน คือ ไม่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯ ต่อไป ดังนั้น กรณีที่บางพรรคเตรียมตั้งรัฐบาลร่วมและหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯ ต่อไป เท่ากับขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ และเชื่อว่าจะได้รัฐบาลที่ไม่ถูกยอมรับจากประชาชนและเป็นรัฐบาลไร้เสถียรภาพ ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจและประชาชนได้ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้พรรคคำนึงถึงประชาชนและประเทศมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว” นายชูศักดิ์ กล่าวในแถลงการณ์
นายชูศักดิ์ ยังกล่าวถึงการนัดประชุมผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคที่ได้รับเลือกตั้งและไม่ได้รับเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม ว่า เบื้องต้นจะรับฟังปัญหาในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง หากพบประเด็นและมีรายละเอียดจะเสนอข้อมูลให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณา
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค กล่าวย้ำว่า การนัดหารือกับผู้สมัคร ส.ส. และเตรียมส่งเรื่องให้ กกต. พรรคไม่ต้องการให้เกิดกระบวนการล้มการเลือกตั้ง หรือทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ สิ่งที่พรรคต้องการ คือ ความยุติธรรมในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง โดยที่ผ่านมาพบว่ามีข้อครหาต่อการใช้อำนาจพิเศษเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้ง ดังนั้น กกต. ต้องชี้แจงรายละเอียดพร้อมข้อเท็จจริงให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของประเทศ ไม่ใช่ยืดเวลาการชี้แจงข้อเท็จจริงที่สังคมตั้งข้อสงสัย หรือใช้เวลานานเพื่อจะประกาศคะแนนผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. เพราะอาจถูกมองได้ว่า กกต. ต้องการใช้เวลาเพื่อตบแต่งตัวเลข
นายภูมิธรรม เรียกร้องให้ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เตรียมชิงตั้งรัฐบาล ว่า ให้ประกาศจำนวนเสียงที่รวบรวมได้จากพรรคการเมืองต่างๆ และหากเกิน 251 เสียง ขอให้แถลงอย่างชัดเจน ในเบื้องต้นตนเชื่อว่ารัฐบาลที่มีอำนาจในปัจจุบันยังไม่สามารถรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตาม กระบวนการที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ตามที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2500 เป็นสิ่งที่น่าละอาย และไม่ควรเกิดขึ้นอีก
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการเจรจาพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อฟอร์มรัฐบาล นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่พรรคตั้งเป้าว่าจะได้เสียงรวมทั้งสิ้น 251 เสียง แต่จนถึงขณะนี้ยังตอบไม่ได้ แต่ขอให้สื่อมวลชนติดตามเพราะพรรคเพื่อไทยมีข่าวดีทุกวันแน่นอน
เมื่อถามถึงการเจรจากับพรรคการเมืองอื่นๆ มีเงื่อนไขที่จะชูแคนดิเดต นายกฯ ของพรรคเป็น นายกฯ ในการโหวตของรัฐสภาหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า พรรคไม่มีเงื่อนไขใดๆ ต่อประเด็นร่วมตั้งรัฐบาล แม้ที่ผ่านมา พรรคจะสนับสนุนให้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเป็นแคนดิเดต นายกฯ ในบัญชีลำดับที่หนึ่งก็ตาม ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยหารือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และเตรียมสนับสนุนให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็น นายกฯ นั้น ตนไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมีได้อย่างไร แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้ยึดติดและเป็นเรื่องที่คุยกันได้ไม่มีปัญหา
เมื่อถามถึงคดีความที่พรรคเพื่อไทยถูกฟ้องร้อง โดยเฉพาะยุบพรรคจะเป็นปัญหาหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า กรณีดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า แต่ตนเชื่อว่าหากพรรคถูกกระทำจริงประชาชนจะไม่ยอมและประชาชนจะเป็นฝ่ายที่โอบอุ้มเรา




