นาซาเผยชีวิตในอวกาศไม่ได้สวยหรู ยิ่งอยู่นานร่างกายยิ่งเปลี่ยนแปลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/586305

  • วันที่ 12 เม.ย. 2562 เวลา 20:00 น.

นาซาเผยชีวิตในอวกาศไม่ได้สวยหรู ยิ่งอยู่นานร่างกายยิ่งเปลี่ยนแปลง

นาซาเผยผลการศึกษา “ฝาแฝดแห่งนาซา” ในวารสาร Science

องค์การนาซาเผยผลการศึกษาความเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกายของนักบินอวกาศฝาแฝดอย่างเป็นทางการ ระหว่าง มาร์ก เคลลี่ อดีตนักบินอวกาศที่ทำงานภาคพื้นดิน และ สกอตต์ เคลลี่ นักบินอวกาศที่ใช้ชีวิตอยู่บนสถานีอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (ISS) 340 วัน และเดินทางกลับมายังพื้นโลกเมื่อเดือน มี.ค. 2016 พบร่างกายนักบินอวกาศจะกลับสู่ภาวะปกติหลังกลับมาใช้ชีวิตบนพื้นโลก 6 เดือน

การศึกษา “ฝาแฝดแห่งนาซา” ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Science เป็นการร่วมกันศึกษาของทีมนักวิทยาศาสตร์ 84 ราย จาก 12 มหาวิทยาลัยใน 8 รัฐของสหรัฐ โดยแต่ละทีมรับผิดชอบแต่ละด้าน อาทิ ความคิดและสติปัญญา การทำงานของอวัยวะต่างๆ ไปจนถึงการตรวจเลือด พลาสมา ปัสสาวะ และอุจจาระของสองพี่น้องเป็นเวลา27 เดือน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังกลับมายังพื้นโลก โดยพบการเปลี่ยนแปลงดังนี้

การแสดงออกของยีนเชื่อมโยงกับระบบภูมิคุ้มกัน

ทันทีที่สกอตต์เดินทางไปถึงสถานีอวกาศยีนของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปกว่า 1,000 ยีน บางเรื่องเป็นสิ่งที่คาดการ์ไว้แล้ว เช่น การเรียงตัวของกระดูก เนื่องจากความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง แต่การเปลี่ยนแปลงของยีนที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและไมโทคอนเดรียซึ่งทำหน้าที่สร้างพลังงานและปกป้องร่างกาย บ่งบอกว่าการเดินทางด้วยยานอวกาศเป็นเวลานานสร้างความเครียดให้ร่างกาย นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งหลังของภารกิจนั้นพบว่ายีนของสกอตต์เกิดการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าตัว

การอยู่ในอวกาศทำให้ผนังหลอดเลือดหนาขึ้น

ไม่นานหลังจากขึ้นไปบนสถานีอวกาศ ผนังหลอดเลือดของสกอตต์เริ่มหนาขึ้นและคงอยู่อย่างนั้นตลอดภารกิจ โดยผนังหลอดเลือดจะเป็นปัจจัยชี้วัดความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด

อวกาศส่งผลต่ออายุของเซลล์

ปกติแล้วโครโมโซมของมนุษย์จะมีส่วนปลายสุดที่เรียกว่า เทโลเมียร์ ซึ่งหน้าทำหน้ากำหนดอายุขัยและสุขภาพโดยรวม ยิ่งสายที่ว่านี้ยาวเท่าไรก็แปลว่ายิ่งเด็กลง ที่สร้างความประหลาดใจใหห้นักวิทยาศาสตร์ก็คือ เทโลเมียร์ของสกอตต์กลับยืดยาวขึ้นเมื่ออยู่บนสถานีอวกาศ แต่พอกลับลงมายังพื้นโลกเทโลเมียร์กลับหดสั้นลง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เผยว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเซลล์ของสกอตต์แน่นอน

สภาพไร้แรงโน้มถ่วงทำให้รูปร่างลูกตาเปลี่ยน

เส้นประสาทจอตาของสกอตต์หนาขึ้น ชั้นเยื่อตามีรอยย่น ซึ่งส่งผลต่อความชัดเจนในการมองเห็นเช่ยเดียวกับที่เกิดขึ้นกับนักบินอวกาศชายรายอื่นๆ เนื่องจากของเหลวในลูกตาเปลี่ยนทิศทางเพราะภาวะไร้แรงโน้มถ่วง สาเหตุเดียวกันนี้ยังส่งผลให้เส้นเลือดที่คอขยายใหญ่ขึ้น และผิวหนังบริเวณหน้าผากหน้าขึ้นจนไปกดตาและหลอดเลือด

ประสิทธิภาพการทำงานช้าลง

สกอตต์ต้องเข้ารับการทดสอบเชาวน์ปัญญาหลายครั้งทั้งก่อน ระหว่าง และหลังกลับจากพื้นโลก โดบพบว่าหลังกลับมาจากอวกาศ คะแนนด้านกระบวนการคิดของสกอตต์ลดลงในแงอของความรวดเร็วและความถูกต้อง

อย่างไรก็ดี แม้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของสกอตต์ส่วนใหญ่ หรือ 93% จะกลับสู่ภาวะปกติไม่นานหลังจากกลับสู่โลก แต่ยังมีอีก  7% ที่เปลี่ยนไปอย่างถาวร

Leave a comment