ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/589567
- วันที่ 24 พ.ค. 2562 เวลา 21:00 น.

ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟ – กลุ่มความหลากหลายทางเพศทั่วโลกอาจจะยินดีกับการผ่านกฎหมายแต่งงานเพศเดียวกัน แต่อย่าพิ่งรีบดีใจไปเพราะยังมีอะไรที่มากกว่านั้น
หลังจากที่รัฐสภาไต้หวันผ่านกฎหมายให้คนรักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานได้ ซึ่งถือเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เปิดกว้างในเรื่องดังกล่าว แต่สังคมออนไลน์ของไต้หวันแสดงความเห็นเรื่องนี้อย่างดุเดือด ส่วนใหญ่แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับสภาและรัฐบาลพรรค DPP และหลายคนชี้ว่า การผ่านกฎหมายดังกล่าวเป็นการทรยศต่อผลการลงประชามติ
หลายคนคงจะจำกันได้ว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2018 ไต้หวันจัดการลงประชามติครั้งสำคัญ เพื่อขอความเห็นชอบจากประชาชนในหลายๆ ประเด็น โดยมีคำถามเกี่ยวกับการแต่งงานของกลุ่มหลากหลายทางเพศ 2 ข้อ คือ
คำถามข้อที่ 6 ที่ว่า “คุณเห็นด้วยหรือไม่ที่จะปกป้องสิทธิ์ของคู่รักเพศเดียวกัน ในการกินอยู่ร่วมกันอย่างถาวรโดยไม่ต้องสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่”
คำถามข้อที่ 8 ที่ว่า “คุณเห็นด้วยหรือไม่ที่จะปกป้องสิทธิ์ของคู่รักเพศเดียวกัน ในการสมรสภายใต้กฎหมาย?”
ปรากฎว่า ชาวไต้หวัน 61.12% เห็นด้วยกับข้อที่ 6 แต่อีก 67.26% ไม่เห็นด้วยกับข้อที่ 8 ซึ่งหมายความว่า ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ต้องการให้กลุ่มรักเพศเดียวกันอยู่กินด้วยกันได้ ตราบเท่าที่ไม่มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับคนกลุ่มนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ คนไต้หวันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน แต่ถ้าอยู่ด้วยกันเฉยๆ ก็ไม่เป็นไร
ผลการลงประชามติออกมาแบบเหนือความคาดหมาย เพราะก่อนหน้านี้ชาวเกย์และไม่เกย์คาดว่า ชาวไต้หวันจะต้องยอมรับการแต่งงานของเพศเดียวกันแน่นอน ผลที่ออกมาจึงสร้างความผิดหวังให้กับกลุ่มความหลากหลายทางเพศทั่วโลก เรียกว่าเป็นเรื่องช็อคอย่างรุนแรง และแทบจะทำให้ประเทศไทย กลายเป็นตัวเต็งที่จะผ่านกฎหมายการแต่งงานของเพศเดียวกันเป็นประเทศแรกแทนที่ไต้หวัน
แต่แล้วรัฐบาลไต้หวันกลับเดินหน้าผลักดันกฎหมายนี้โดยไม่ฟังเสียงประชามติ ซึ่งในทางปฏิบัติเป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะการลงประชามติไม่มีผลผูกมัดตามกฎหมาย ซึ่งแม้การผ่านกฎหมายการแต่งงานของเพศเดียวกันจะเป็นเรื่องที่ดีในด้านการสร้างสังคมที่ยอมรับความหลากหลาย และทำให้ชื่อเสียงของไต้หวันขจรขจายไปทั่วโลก แต่ปรากฎว่าประชาชนส่วนหนึ่งกลับไม่พอใจ และประกาศว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรค DPP จะหมดอนาคตอย่างแน่นอน
เมื่อสำรวจความเห็นของผู้เข้ามาอ่านข่าวในเพจ China Times ซึ่งเป็น 1 ใน 3 หนังสือพิมพ์ยอดนิยม จะพบว่าท็อปเมนต์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้ เช่น ความเห็นระดับท็อปเมนต์ชื่อ หยางฮุ่ยเหม่ย (楊惠美 ) บอกว่า “ประธานาธิบดีไม่สบายหรือไง แค่อยากจะได้คะแนนโหวต สอนเรื่องไม่ดีให้เด็ก คุณธรรมจรรยาไม่มีแล้ว”
อีกคนคือหวงจินสี่ (黃金喜) แปะข่าวการประท้วงต่อต้านการแต่งงานของเพศเดียวกันที่ฝรั่งเศส พร้อมระบุว่าเรื่องนี้ทำลายค่านิยมที่ดีในสังคม ทำให้ครอบครัวล่มสลาย ทำให้เอดส์แพร่ระบาด พร้อมกับแฮชแท็กว่า “ถ้าคุณรักไต้หวันช่วยกันกระจายข่าวนี้”
Tank Wu บอกว่า “นี่คือคราวเคราะห์ของประเทศชาติ” ส่วน Andy Lin บอกว่า “คนเพศเดียวกันจะแต่งงานไม่ใช่กงการอะไรของเรา ต่อให้แต่งงานกับสัตว์เราก็ไม่สน แต่อย่าเอาเรื่องการแต่งงานเพศเดียวกันมาสอนลูกหลานของเราในหนังสือเรียน อย่ามารวมยารักษาโรคเอดส์ไว้ในประกันสุขภาพแห่งชาติ แล้วผลาญเงินภาษีประชาชน”
อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจว่า China Times เป็นสื่อสาย “สีฟ้า” หรือสื่อที่สนับสนุนพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล DPP เช่นคอมเมนต์ของ Lin Chang ที่บอกว่า “พรรคเน่าๆ พรรคนี้นี้คือสาเหตุของความวุ่นวายในไต้หวัน พรรค DPP จงพินาศ”
ส่วนสื่อที่สนับสนุนรัฐบาล DPP เช่น Liberty Times มีท่าทีตรงกันข้าม เช่น ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชื่อ เฉิงจวิ้นหาว (曾俊豪) แสดงความเห็นว่า
“ลูกชายวัย 6 ขวบของผมกลับมาจากโรงเรียน บอกว่าที่โรงเรียนมีแพล็ตฟอร์มการเรียนเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศ ผมถามลูกว่าเขาสอนอะไร ลูกชายผมบอกว่า “สอนให้คนรู้ว่าทุกคนเท่าเทียมกัน อย่าดูถูกคนที่รักเพศเดียวกันเพียงแค่เพราะพวกเขาต่างจากเรา สอนให้เห็นอกเห็นใจคนอื่น และเคารพความรู้สึกคนอื่น และสอนให้ป้องกันตัวเอง ผมเองก็ทำแบบนี้เหมือนกัน ผมดีใจที่โรงเรียนสอนให้เด็กรู้จักความเท่าเทียมกันทางเพศ ผมหวังว่ากระทรวงศึกษาธิการจะเดินหน้าใช้หลักสูตรเพื่อทำให้โรงเรียนมีคุณภาพที่ดีขึ้น”
นอกจากนี้ เสียงส่วนใหญ่ใน Liberty Times สนับสนุนการผ่านกฎหมาย และยังสนับสนุนให้เลือกประธาานาธิบดีไช่อิงเหวินกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง
ขณะที่ชาวไต้หวันกำลังไม่พอใจกับการผ่านกฎหมายดังกล่าว ชาวเน็ตจีนกลับแสดงความยินดีกับเรื่องนี้ และส่วนใหญ่ไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเมืองหรือค่านิยมในสังคม
Photo by SAM YEH / AFP


