สหรัฐสร้างสถานการณ์ก่อสงคราม อิหร่านจะเจอลูกไม้เดิมหรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/593363

  • วันที่ 27 มิ.ย. 2562 เวลา 19:20 น.

สหรัฐสร้างสถานการณ์ก่อสงคราม อิหร่านจะเจอลูกไม้เดิมหรือไม่

จากอ่าวโอมานถึงกรณีอ่าวตังเกี๋ย สหรัฐเคยใช้วิธีเล่นไม่ซื่อเพื่อหาเรื่องโจมตีประเทศอื่นมาแล้ว รายงานพิเศษโดยทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กคลูซีฟ

วันที่ 13 มิถุนายน 2019 ขณะที่เรือบรรทุกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 2 ลำคือ Front Altair และ Kokuka Courageous กำลังแล่นผ่านอ่าวโอมานที่เป็นปากทางของอ่าวเปอร์เซีย ระหว่างคาบสมุทรอาหรับกับประเทศอิหร่าน เมื่อเวลา 06:12 น. ตามเวลาท้องถิ่น กองทัพเรือสหรัฐที่ปฏิบัติการในอ่าวเปอร์เซียได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจาก Front Altair จึงส่งโดรนไปสอดส่องสถานการณ์ พบว่าเรือกำลังเกิดเพลิงไหม้ และโดรนยังพบเรือของอิหร่านแล่นเข้ามาใกล้ๆ Front Altair

เวลา 06:45 น. มิสไซล์ SA-7 พุ่งเข้าโจมตีโดรนของสหรัฐแต่พลาดเป้าหมาย ขณะที่สถานการณ์กำลังคับขันอยู่นั้น กองทัพเรือสหรัฐก็ได้รับสัญญาณของความช่วยเหลือจากเรือ Kokuka Courageous เมื่อเวลา 07:00 น. รายงานว่าถูกตอร์ปิโดโจมตี โชคดีที่เรือไม่จมและลูกเรือทั้ง 2 ลำได้รับความช่วยเหลือจากเรือเดินสมุทรที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม ตามรายงานข่าวกรองของสหรัฐ ไม่นานหลังจากที่มีการอพยพลูกเรือ เรือของกองทัพอิหร่านได้เข้ามาล้อมเรือกู้ภัยและบอกให้ส่งมอบลูกเรือให้อยู่ในความดูแลของพวกเขา และหนึ่งในเรือกู้ภัยพลเรือนได้ปฏิบัติตามคำร้องขอนี้

ภาพเรือ Front Altair เกิดเพลิงไหม้

ในวันเดียวกัน ไมค์ พอมพีโอ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวหาว่าอิหร่านคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี ด้านรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐออกมารับลูกด้วยการกล่าวว่า สหรัฐต้องการให้ประชาคมโลกเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับปัญหาสากลนี้ ซึ่งคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ว่าสรัฐต้องการให้ชาวโลกเห็นพ้องว่าต้องจัดการกับอิหร่าน

เมื่อรัฐบาลอิหร่านปฏิเสธความรับผิดชอบ วันเดียวกันนั้น กองทัพสหรัฐเผยภาพวิดีโอขณะที่ทหารของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านกำลังกู้กับระเบิดที่ไม่ทำงานออกจากเรือ Kokuka Courageous เมื่อเวลา 16.10 น. อิหร่านปฏิเสธความรับผิดชอบอีกครั้ง

วันที่ 14 มิถุนายน มีการเปิดเผยคำบอกเล่าของลูกเรือ Kokuka Courageous ว่า เรือถูกโจมตีโดยวัตถุที่บินได้ ด้านเจ้าของบริษัทเรือเชื่อว่าไม่ใช่ตอร์ปิโด และเรือได้รับความเสียหายจากหัวจรวดหรือกระสุน ไม่น่าจะใช่กับระเบิดเหมือนที่สหรัฐอ้าง

วันเดียวกันนั้นผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติมีแถลงการณ์ให้สหรัฐและพันธมิตร “ยุติแผนการชั่วร้ายและปฏิบัติการโยนความผิดในภูมิภาคนี้” และเป็นที่น่าสังเกตว่าการโจมตีเรือทั้ง 2 ลำ (ลำหนึ่งเป็นสัญชาติญี่ปุ่น) เกิดขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะแห่งญี่ปุ่นกำลังเยือนอิหร่านพอดี และในวันที่ 17 มิถุนายน สหรัฐประกาศส่งกำลังทหารเพิ่มเติม 1,000 นาย ไปประจำการที่อ่าวเปอร์เซีย โดยอ้างท่าทีก้าวร้าวของอิหร่าน

ปฏิบัติการโยนความผิด หรือ False flag ไม่ใช่คำกล่าวหาลอยๆ ของอิหร่าน แต่สหรัฐเคยใช้วิธีการนี้มาแล้ว คือกรณีอ่าวตังเกี๋ย (Gulf of Tonkin incident) ซึ่งเป็นสาเหตุให้สหรัฐอ้างความชอบธรรมในการส่งกำลังทหารไปรบในเวียดนาม

ภาพเรือของเวียดนามถ่ายจากเรือพิฆาต USS Maddox

ก่อนที่สหรัฐจะส่งกำลังไปตายเป็นหมื่นคนในเวียดนาม เมื่อที่ 2 สิงหาคม 1964 เรือพิฆาตยูเอสเอส แมดดอกซ์ของสหรัฐ ทำการปฏิบัติการหน่วยลาดตระเวนเพื่อสืบราชการลับ ที่อ่าวตังเกี๋ย ประเทศเวียดนามเหนือ ระหว่างนั้นถูกไล่ล่าโดยเรือตอร์ปิโดกองทัพเรือเวียดนา เรือแมดดอกซ์ตอบโต้ด้วยการยิงปืนสามนัด เรือเวียดนามเหนือก็โจมตีต่อด้วยตอร์ปิโดและปืนกล หลังจากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายแลกกระสุนกันอย่างหนักหน่วงจนเรือตอร์ปิโดเสียหายและลูกเรือชาวเวียดนามเหนือ 4 เสียชีวิต แต่ฝ่ายสหรัฐไม่มีผู้ใดเสียชีวิตหรตือบาดเจ็บและเรือแมดดอกซ์มีแค่รอยกระสุนเจาะเพียงรอยเดียวเท่านั้น

หลังจากนั้นวันที่ 4 สิงหาคม สำนักงานความมั่นคงแห่ชาติสหรัฐอ้างว่าเกิดการโจมตีที่อ่าวตังเกี๋ยขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ผลก็คือ มี วิลเลียม บันดี้ นักวิเคราะห์ของ CIA เรียกร้องให้รัฐบาลขับไล่พวกคอมมิวนิสต์ออกไปจากเวียดนามใต้ หมายความว่าให้สหรัฐกระโจนเข้าสู่สงครามกับเวียดนามเหนือและจีนแบบเต็มตัว

ในตอนแรกรัฐบาลสหรัฐยังสงวนท่าที แต่ในที่สุดรัฐบาลจอห์นสันอ้างว่าการโจมตีเกิดขึ้นในน่านน้ำสากล (ซึ่งไม่เป็นความจริง) และเสนอให้สภาคองเกรสมีมติให้ส่งกำลังทหารไปรบที่เวียดนามและช่วยเหลือประเทศที่ถูกคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่คือสาเหตุที่สหรัฐส่งกำลังทหารมารบที่เวียดนาม และประจำการในฐานทัพที่ประเทศไทย และเป็นที่มาของ “องค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” อันเป็นรากฐานของการก่อตั้งอาเซียนในเวลาต่อมา

ประธานาธิบดีจอห์นสัน ลงนามในมติส่งกำลังไปเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม กรณีอ่าวตังเกี๋ยเป็นเรื่องที่สร้างความกังขามาโดยตลอดว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่การสร้างสถานการณ์เพื่อก่อสงคราม

หวอ เงวียน ซ้าป หรือ โวเหงียนเกี๊ยบ นายพลผู้โด่งดังของเวียดนามเหนือชี้ว่า สหรัฐส่งเรือมาป้วนเปี้ยนในอ่าวตังเกี๋ยเพื่อหาข้ออ้างเข้าสู่สงคราม แม้แต่จอร์จ บอลล์ นักการทูตสหรัฐกล่าวว่า มีคนพยายามหาข้ออ้างในการจุดชนวนระเบิดสงคราม

เรย์มอนด์ แมคโกเวิร์น อดีต CIA บอกว่า ประธานาธิบดีลินดอน จอห์นสัน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลรู้ดีว่าหลักฐานการโจมตีในอ่าวตังเกี๋ยน่ากังขามาก แต่เพราะจอห์นสันต้องการจะก่อสงคราม จึงใช้วิธีสร้างสถานการณ์การโจมตีปลอมๆ ขึ้นมา

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นมีนายทหารเรือชื่อจอห์น ไวท์ เขียนจดหมายไปถึงสื่อเพื่อเปิดโปงว่า ประธานาธิบดีจอห์นสันและรัฐมนนตรีกลาโหมแมคนามาราให้การเท็จต่อสภาคองเกรส เกี่ยวกับกรณีอ่าวตังเกี๋ย อย่างไรก็ตาม แม้แต่แมคนามาร่าเองก็กังขาว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ แสดงว่าตัวการจริงๆ ไม่ใช่แมคนามาร่าแต่เป็นคนที่ใหญ่กว่าเขา ซึ่งจะเป็นใครไม่ได้นอกจากประธานาธิบดีจอห์นสัน

หลังจากเกิดสงครามเวียดนามและสิ้นสุดลงด้วยความปราชัยของสหรัฐในปี 1975 แมคนามาร่าและนายพลโวเหงียนเกี๊ยบ อดีตผู้นำฝ่ายปฏิปักษ์ได้มีโอกาสพบกันเมื่อปี 1995 แมคนามาร่าถามโวเหงียนเกี๊ยบว่าเกิดอะไรขึ้นกับกรณีอ่าวตังเกี๋ยกันแน่ โวเหงียนเกี๊ยบยอมรับว่าวันที่ 2 สิงหาคมมีการโจมตีจริง แต่วันที่ 4 ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลย การสนทนาของทั้งคู่ถูกเปิดเผยในปี 2001

จนกระทั่งในปี 2005 จึงมีการเปิดเผยเอกสารลับของสำนักงานความมั่นคงสหรัฐ ซึ่งระบุว่าเป็นเรือรบของสหรัฐต่างหากที่กราดยิงก่อน ต่างจากคำให้การของรัฐบาลในขณะนั้นที่อ้างว่าเรือเวียดนามเปิดฉากโจมตีก่อน นอกจากนี้ ฝ่ายสหรัฐยังบิดเบือนข้อมูลในเอกสารลับเพื่อให้เข้าใจว่าเวียดนามเป็นฝ่ายลงมือก่อนอีกด้วย

กรณีอ่าวตังเกี๋ยนำไปสู่สงครามครั้งใหญ่ที่สุดคัร้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบัน และจบลงที่ความพ่ายแพ้ของสหรัฐ แต่สหรัฐก็ยังไม่หยุดใช้วิธีที่คล้ายๆ กัน และสถานการณ์ที่กำลังคุกรุ่นในอ่าวเปอร์เซียสะท้อนเหตุการณ์ในอ่าวตังเกี๋ยวเมื่อ 50 ปีก่อนอยู่ไม่น้อย

Leave a comment