ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/594262
- วันที่ 08 ก.ค. 2562 เวลา 15:05 น.

ดารานักร้องเมืองไทยไม่ใช่คนกลุ่มเดียวที่ “อิน” กับการเมืองแล้วแสดงความเห็นอย่างโจ่งแจ้ง จนทำให้ตกที่นั่งลำบาก ซึ่งล่าสุดคือกรณีของทาทายัง ที่โพสต์สนับสนุนทำร้ายร่างกาย “ช่อ” นักการเมืองหญิงของพรรคอนาคตใหม่ ในประเทศที่มีความแตกแยกทางการเมืองอย่างรุนแรง กรณีแบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือสหรัฐ
ที่สหรัฐเคยมีกรณีที่นักแสดงหญิงขู่ฆ่าประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการล้อเล่นหรือไม่ก็ตาม การทำเช่นนี้ทำให้เธอต้องถูกเด้งจากงานและต้องเผชิญกับความเครียดที่ถาโถมเข้ามาอยู่พักใหญ่ นั่นคือ เคที่ กริฟฟิน ดาราตลกหญิงที่เล่นมุขแรงเกินไป โดยหยิบเอาหน้ากากของทรัมป์มาละเลงเลือดทำเหมือนศีรษะที่ถูกตัด แล้วเจ้าตัวจิกขึ้นมาชูด้วยท่าทางขึงขังเหมือนจะเล่นมุข แต่ดูแล้วน่าขนลุกมากกว่า
ปรากฏว่ากระแสสังคมไม่สนุกกับการ “ล้อเล่น” ของเคที่เอามากๆ บางคนบอกว่าถึงจะไม่ชอบทรัมป์ แต่การทำอย่างนี้มันเกินไปหน่อย ในเวลาต่อมาตลกหญิงอัดคลิปแล้วโพสต์ในอิสตาแกรมขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ขอความเห็นใจในในความผิดพลาดที่ได้ทำลงไป
เคที่ กริฟฟิน AFP PHOTO / Mark RALSTON
แต่คำขอโทษของเธอคงจะสายเกินไป เพราะการเล่นแรงส่งผลต่อหน้าที่การงานไปเสียแล้ว เมื่อสถานีโทรทัศน์ CNN ซึ่งจ้างเคที่มารับหน้าที่พิธีกรงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มานานถึง 10 ปี ประกาศตัดความสัมพันธ์เลิกจ้างเธอในทันที นอกจากนี้ ยังมีกระแสกดดันให้นายจ้างรายอื่นๆ เลิกใช้งานเคที่อีกหลายรายการ บ้างก็สงสัยเรื่องสภาพจิตใจของเธอว่าปกติดีอยู่หรือเปล่า แม้แต่เพื่อนนักแสดงตลกร่วมวงการบางคนยังบอกว่าเธอล้ำเส้นเกินไป
นอกจาก เคที่ กริฟฟิน ยังมีดาราอีกนับสิบคนที่เคยใช้คำพูดข่มขู่จะทำร้ายร่างกายนักการเมือง เช่น มิกกีย์ รูร์ก เคยด่าว่าทรัมป์ด้วยคำหยาบคาย และบอกว่าเขาอยากจะ “ให้ไม้เบสบอลกับทรัมป์”
โรซี่ โอดอนเนลล์ พิธีกรหญิงชื่อดังที่ทะเลาะกับทรัมป์ จนฟิวส์ขาดแล้วทวีตเกมที่มีชื่อว่า “ผลักทรัมป์ให้ตกจากหน้าผา” ทำให้เธอถูกตำหนิมากในเรื่องนี้
ส่วนมาดอนนายิ่งแล้วกันไปใหญ่ โดยประกาศระหว่างขึ้นเวทีการชุมนุมสิทธิสตรี Women’s March เมื่อปี 2017 ว่า เธอคิดแล้วคิดอีกเรื่องที่จะระเบิดทำเนียบขาว แน่นอนว่าเธอถูกโจมตีอย่างหนักเรื่องการใช้คำพูด
มาดอนนา Photo by ANGELA WEISS / AFP
ปิดท้าย (แต่ไม่ท้ายที่สุดเพรายังมีอีกหลายคน) นั่นคือโรเบิร์ท เดอ นีโร ดาราชื่อดัง ที่ให้สัมภาษณกับรายการ The View ของสถานีโทรทัศน์ ABC ว่าเขาอยากจะต่อยหน้าทรัมป์ แต่ต่อมาบอกว่าเขาแค่อยากจะบอกเป็นนัยๆ เท่านั้น “ไม่ใช่ว่าผมอยากจะไปควานหาตัวเขา แล้วตะบันหน้าเขาหรอกนะ แต่เขาควรจะฟังเอาไว้”
นอกจากทรัมป์แล้ว นักการเมืองสายโอบามาก็โดนเหมือนกัน เช่นกรณีของโรแซนน์ บาร์ หนึ่งในนักแสดงและผู้ร่วมผลิตซิทคอมเรื่อง Roseanne ที่เพิ่งหวนคืนจอเมื่อต้นปี 2018 หลังจากห่างหายไปกว่า 20 ปี แต่ล่าสุดทุกอย่างก็พังทลายในพริบตา หลังจากทางช่อง ABC ถอดซิทคอมดาวรุ่งออกจากผัง เพราะโรแซนน์ บาร์ ทวีตข้อความเหยียดเชื้อชาติ ว่า “หากกลุ่มภราดรภาพมุสลิมมีลูกกับลิงก็จะออกมาเป็น วาเลรี่ จาร์เร็ตต์” วาเลรี่คือที่ปรึกษาอาวุโสของอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา มีเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน
เมื่อทวีตนี้ถูกเผยแพร่ออกไปนักแสดงรายนี้ถูกวิจารณ์ยับ เจ้าตัวจึงรีบทวีตขอโทษแต่ก็ไม่ทันการณ์ เพราะต่อมาผู้บริหารช่อง ABC และค่ายดิสนีย์ตัดสินใจปลดซิทคอมเรื่อง Roseanne ทันที ทำให้นักแสดงคนอื่นๆ ที่ไม่รู้เรื่องพลอยตกงานไปด้วย
โรแซนน์ บาร์ Photo by VALERIE MACON / AFP
ต่อมาโรแซนน์ได้ทวีตข้อความขอโทษร่ายยาวออกมาอีกเป็นระยะๆ ทั้งขอโทษนักแสดงและทีมงาน ขอโทษชาวอเมริกัน โดยอ้างว่าที่ทวีตข้อความน่ารังเกียจไปแบบนั้นเป็นเพราะฤทธิ์ยานอนหลับ แต่ในระหว่างนั้นโรแซนน์ก็ยังรีทวีตข้อความที่โจมตีช่อง ABC ไปด้วยทำให้ยากที่จะเชื่อว่าเธอทำไปเพราะฤทธิ์ยา
ขณะที่คนที่ถูกพาดพิงอย่างวาเลรี่ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ระหว่างไปปรากฏตัวในรายการทีวีว่า ควรใช้โอกาสจากดราม่าเรื่องนี้มาเป็นการสร้างความตระหนักเรื่องเชื้อชาติจะดีกว่า
กรณีของทาทายัง ไม่ถึงขั้นขู่ทำร้ายร่างกาย หรือขู่ฆ่า แต่ผลลัพธ์ที่เธอต้องรับนั้นรุนแรงมากในเครือข่ายสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม เราต้องคอยจับตากันต่อไปว่า การแสดงทัศนะที่เชิงรุนแรงของทาทายัง และดารานักร้องคนอื่นๆ จะทำให้พวกเขาต้องถูกคว่ำบาตรในชีวิตจริงหรือไม่