อารยธรรมล่มสลายเพราะภาวะโลกร้อน อุทาหรณ์ถึงอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/596152

  • วันที่ 28 ก.ค. 2562 เวลา 19:45 น.

อารยธรรมล่มสลายเพราะภาวะโลกร้อน อุทาหรณ์ถึงอนาคต 

ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature ระบุว่า อัตราความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกในเวลานี้ มีความรวดเร็วที่สุดในรอบ 2,000 ปี และไม่แสดงทีท่าว่าจะปรับลดลง ต่างจากช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา เมื่อุณหภูมิโลกปรับขึ้นสู่จุดสูงสุดที่อัตราเฉลี่ย 0.5 องศาเซลเซียส แล้วจะค่อยๆ ปรับลดลงมาลงสู่ช่วงอุณหภูมิต่ำสุดเป็นระยะๆ ซึ่งเรียกว่า ช่วงยุคอุณหภูมิ (climatic epochs) แต่ตอนนี้อุณหภูมิโลกได้พุ่งขึ้นทะลุเส้นอัตราเฉลี่ยในรอบ 2,000 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียส

ในช่วงเวลาที่อุณหภูมิของโลกขึ้นลง มีบางระยะที่อากาศร้อนจัดหรือหนาวจัดเป็นเวลานาน เช่น ช่วงอากาศร้อนยุคกลาง (Medieval Warm Period) เป็นช่วงที่สภาพอากาศของโลกร้อนเป็นพิเศษ จากนั้นอุณหภูมิตกลงจนถึงระดับหนาวเย็นผิดปกติ เรียกว่ายุคน้ำแข็งน้อย (Little Ice Age) กินเวลาระหว่างศตวรรษที่ 16 – 19 ความผิดปกติของสภาพอากาศโลกในเวลานั้น ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนได้รับผลกระทบอย่างเลวร้าย เพราะส่งผลต่อการเพาะปลูกโดยตรง และทำให้อารยธรรม, ราชวงศ์ และประเทศบางแห่งถึงกาลอวสาน เช่น การล่มสลายของราชวงศ์ในจีน

นักวิจัยชี้ว่า อากาศหนาวกระทันหันทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งรุนแรงในช่วงปลายราชวงศ์ถัง หรือศตวรรษที่ 10 โดยช่วงนั้นอุณหภูมิของซีกโลกเหนือหนาวจัดทำให้การเพาะปลูกไม่ได้ผล กลายเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้อาณาจักรถังแตกแยกและล่มสลาย ต่อมาในศตวรรษที่ 17 ช่วงปลายราชวงศ์หมิง เกิดยุคน้ำแข็งน้ำอีกครั้งในปี1660–1680 ทำให้มีภัยแล้งเป็นวงกว้าง การเพาะปลูกไม่ได้ผล ทำให้เกิดกบฎชาวนาขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มของหลี่จื้อเฉิงที่โค่นล้มราชวงศ์หมิงได้ในที่สุด และในช่วงปลายราชวงศ์ชิงก็เกิดภาวะแห้งแล้งขึ้นอีกเพราะยุคน้ำแข็งน้อย ในปี1850–1880 ก่อให้เกิดกบฎต่อต้านทางการ เช่นกบฎไท่ผิง และทำให้ประเทศจีนอ่อนแอลง

ในทางกลับกัน ยุคที่มีฝนตกต้องตามฤดูกาล ราชวงศ์นั้นก็จะมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เช่น หลังจากเกิดยุคน้ำแข็งน้ำน้อยปลายราชวงศ์ถังแล้ว อุณหภูมิโลกปรับตัวทำให้เกิดฝนตกต้องตามฤดูกาล การเพาะปลูกได้ผลดี ทำให้ราชวงศ์เป่ยซ่งรวบรวมแผ่นดินได้อีกครั้ง และมีเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูอย่างมาก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ และชี้ว่าการล่มสลายของราชวงศ์ถัง เกิดจากการปกครองที่ฉ้อฉล และการแย่งชิงอำนาจ ไม่ใช่เพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

ในช่วงเดียวกับที่ราชวงศ์ถังของจีนประสบกับภัยแล้งและอากาศหนาวจัด แหล่งอารยธรรมของชาวมายาในอเมริกากลางก็พบกับจุดจบอย่างเป็นปริศนา จนถึงทุกวันนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า วัฒนธรรมของชาวมายาถึงจุดสิ้่นสุดลงได้อย่างไร แต่นักวิทยาศาสตร์เสนอว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างกระทันหัน

ตามปกติ ดินแดนของอารยธรรมมายาเป็นเขตร้อนชื้น แต่จากการจำลองอุณหภูมิในช่วง 2,000 ปีโดยสถาบันNOAA พบว่า ในระหว่างปีค.ศ. 800 – 1000 เกิดภาวะแห้งแล้งในช่วงเวลาดังกล่าวมีระยะเวลายาวนานและรุนแรงมาก ถึงขนาดเรียกได้ว่าเป็น อภิมหาแล้ง (megadroughts) โดยกินพื้นที่ไปถึงตอนกลางของประเทศเม็กซิโกในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์จึงเสนอว่า ภัยแล้งคือปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อาณาจักรมายาถึงกาลสิ้นสุดลง

ในช่วงศตวรรษที่ 12 – 13 ปริมาณน้ำฝนในดินแดนของอาณาจักรมายาลดลง ทำให้พวกที่เหลืออยู่ต้องอพยพไปตั้งถิ่นฐานใหม่ แต่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับเกิดฝนตกผิดปกติกินเวลาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 – 14 ทำให้จักรวรรดิเขมรโบราณที่เมืองนครธม ต้องเสื่อมถอยลง เพราะระบบชลประทานที่พัฒนามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป

อ้างอิง

Ka-wai Fan. Climatic change and dynastic cycles in Chinese history: a review essay. Climatic Change 101(3):565-573 · August 2010

Rise and Fall of Chinese Dynasties Tied to Changes in Rainfall. (11/07/08). Scientific American

Climate link to fall of Tang dynasty questioned. (11/03/07). SCMP.

Drought and the Ancient Maya Civilization. (Retrieved 7/28/19). NOAA.

How the Ancient Maya Adapted to Climate Change—And Survived to This Day. (5/22/19). Newsweek.

Leave a comment