ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/600779
- วันที่ 16 ก.ย. 2562 เวลา 09:27 น.

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 10 ถึงเกือบ 20% เมื่อเปิดตลาดวันจันทร์ หลังจากการโจมตีโรงงานซาอุดิอาราเบีย 2 แห่ง จนทำให้การผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งประเทศผู้ผลิตชั้นนำของโลกต้องลดลงถึงครึ่งหนึ่ง ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นตัวการที่แท้จริงของการถล่มโรงกลั่น และแย้มว่าโอกาสที่จะใช้การโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน
ทั้งนี้ หลังจากการระเบิดของโรงงานของบริษัท Aramco รัฐวิสาหกิจน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย และยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมน้ำมันของโลก ราคาน้ำมันกลางของเท็กซัสตะวันตกเพิ่มขึ้น 10.68% สู่ระดับ 60.71 ดอลลาร์ ส่วนเบรนต์เพิ่มขึ้น 11.77% สู่ระดับ 67.31 ดอลลาร์ในการซื้อขายในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการซื้อขาย ราคาของเบรนต์พุ่งขึ้นเกือบ 20% ขณะที่ WTI พุ่งขึ้นราว 15% ก่อนที่จะปรับตัวลงมา
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐถูกบีบบังคับให้ทำการตอบโต้การโจมตีโรงกลั่น พร้อมสั่งการให้ปล่อยน้ำมันจากคลังยุทธศาสตร์ปิโตรเลียมของสหรัฐอเมริกา (SPR) หากมีความจำเป็น
ในขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ พอมพีโอ กล่าวว่า “สหรัฐฯจะทำงานร่วมกับหุ้นส่วนและพันธมิตรของเรา เพื่อให้แน่ใจว่าตลาดพลังงานยังมีอุปทานที่ราบรื่น ส่วนอิหร่านจะต้องรับผิดชอบต่อความก้าวร้าวที่ได้ทำลงไป”
แม้ว่าอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพราะการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งอิหร่านถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการเช่นกัน
“ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หมายความว่าประเด็นนี้จะยังคงส่งผลสะเทือนตลอดในสัปดาห์นี้ แม้ตลาดจะมีปฏิกริยากระตุกฉับพลันไปในช่วงเช้าวันนี้แล้วก็ตาม” เจฟฟรีย์ ฮัลลีย์นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ OANDA กล่าว