เลือกตั้ง! ต้องสะเด็ดน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/357728?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เลือกตั้ง! ต้องสะเด็ดน้ำ

วันที่ 4 มกราคม 2562 – 07:58 น.
พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,พลทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์,แม่ทัภาค4,ชายแดนใต้,เลือกตั้ง
เปิดอ่าน 748 ครั้ง

คอลัมน์…  ถอดรหัส ลายพราง  โดย…  พลซุ่มยิง

เปิดศักราชใหม่ปีแห่งการรอคอยและคาดหวังว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น หลังตกอยู่ในวังวนความขัดแย้งทางการเมืองและรัฐประหารมายาวนาน ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนถึงทุกวันนี้

ชัดเจนแล้วว่าการเลือกตั้งจะยังไม่เกิดใน 24 กุมภาพันธ์นี้ ด้วยเหตุผลความจำเป็นต้องขยับเพื่อไม่ให้กิจกรรมทางการเมืองซ้ำซ้อนกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคมนี้ แต่ยังคงอยู่ในกรอบคือไม่เกินวันที่ 9 พฤภาคม ซึ่งทำให้สองพรรคใหญ่ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ออกอาการ ‘หนาวๆ ร้อนๆ’ กับผลพวงที่จะตามมา คือ ส.ส. มีโอกาสย้ายสังกัดพรรคได้อีกระลอก

เนื่องจากหากพิจารณาตามข้อเท็จจริงยังไม่เห็นผู้นำทางการเมืองคนใด มีเสียงตอบรับจากประชาชนได้ดังเท่า พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมีจุดแข็ง 2 เรื่อง คือไม่ปรากฏภาพผลประโยชน์ทับซ้อนและการเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ถือเป็นวัฒนธรรมการเมืองไทย น่าจะเป็นปัจจัยหลักทำให้พลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นพรรคกำลังมาแรงในขณะนี้

หน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่าการเลือกตั้งในปีนี้ ‘ดุเดือด’ เพราะเป็นการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองครั้งสำคัญระหว่างพรรคที่เรียกตัวเอง ฝ่าย ‘ประชาธิปไตย’ ที่กำลังตกเป็นรองฝ่ายที่ถูกกล่าวหา ‘ฝักใฝ่เผด็จการ’ โดยมีประชาชนเป็นผู้ตัดสินแพ้-ชนะจะส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองของแต่ละฝ่าย

เหตุลอบวางระเบิดหลายจุดที่ จ.สงขลา ก่อนสิ้นปี 2561 เพียงไม่กี่วัน คือสัญญาณเตือนรัฐบาลและคสช.ต้องทบทวนแผนรักษาความปลอดภัยอีกรอบ ตั้งแต่มาตรการสกัดกั้นตามแนวชายแดน จุดตรวจ และการดูแลพื้นที่ภายในเขตเมืองควบคู่กับการประกบบุคคลที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของ คสช.ทั้งหมด

แม้หน่วยงานความมั่นคงจะให้น้ำหนักการก่อเหตุเป็นเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะอยู่ระหว่างรอยต่อการพูดคุยสันติสุข ซึ่งฝ่ายมาเลเซียพยายามกดดันฝ่ายผู้เห็นต่างให้เข้าร่วมกระบวนการพูดคุยกับไทย แต่ยังไม่ทิ้งประเด็นการเมือง ทั้งนี้ไม่ว่ามูลเหตุจะเกิดจากกรณีใดก็ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันเพื่อสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลและคสช.

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 4 เพิ่มระดับความเข้มข้นทั้งงานเชิงรับและเชิงรุก ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อดูแลพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ตลอดจนประสานงานด้านการข่าวกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวบุคคลต้องคดีแอบข้ามเข้ามาฝั่งไทย อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำชับหน่วยความมั่นคงดูแลพื้นที่รับผิดชอบตลอดในห้วง 6 เดือนต่อจากนี้ให้เกิดความเรียบร้อย โดยแบ่งเป็น 3 ช่วงเวลาสำคัญ คือ 1.ช่วงเดือนมกราคมจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง รวมถึงการนับคะแนนเลือกตั้ง 2.ห้วงเวลา กกต.พิจารณาข้อร้องเรียน การให้ใบเหลือง-ใบแดงในการเลือกตั้ง และการประกาศผลการเลือกตั้งส.ส.

และ 3.เปิดการประชุมรัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรี จัดตั้งครม. ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อการส่งมอบงานของรัฐบาลเก่าและคสช.ให้แก่ครม.ชุดใหม่ หลังเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนเข้ารับหน้าที่ จากนั้นอีก 15 วัน แถลงนโยบายต่อรัฐสภา และจะเริ่มการทำหน้าที่อย่างเป็นทางการ

“พล.อ.ประวิตร เน้นย้ำฝ่ายความมั่นคงให้ความสำคัญงานด้านการข่าว บูรณาการทำงานให้มีเอกภาพ เพื่อป้องกันปัจจัยภายในและภายนอกประเทศอาจส่งผลกระทบการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงความปลอดภัยของประชาชนโดยรวม ให้กระบวนการจัดการเลือกตั้ง ต้องทำให้สะเด็ดน้ำในทุกขั้นตอน เพื่อเกิดความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับของสังคมโลก” แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงระบุ

ขณะบริเวณตามแนวชายแดนให้กองกำลังทั้ง 4 ทัพภาค ประสานข้อมูลงานด้านการข่าวกับหน่วยงานเกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังและเข้มข้นมาตรการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าอาวุธสงครามตามจุดผ่านแดนและช่องทางธรรมชาติไม่ให้เข้ามาถึงพื้นที่ชั้นในตลอดจนปฏิบัติการกวาดล้างผู้มีอิทธิพล ซุ้มมือปืนในทุกพื้นที่

รัฐบาลคสช.หวังให้การเลือกตั้งครั้งนี้เปลี่ยนแปลงการเมืองภายใต้ระบอบรัฐประหาร หรือระบอบเผด็จการทางทหาร เป็นระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ให้เป็นที่ยอมรับของคนภายในและภายนอกประเทศ เพื่อรองรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่จะมาถึงในเร็ววันนี้ ตลอดจนถึงการแสดงบทบาทในฐานะประธานอาเซียนของไทย

Leave a comment