ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
จับปากกาฆ่าเห็บหมาในงานแต่ง

คอลัมน์… เด็ดยอด โดย… รักษ์ ปักธงไทย
“พลังประชารัฐ” ดูท่าจะหงอยๆ ลงไป สารพัดที่ดูดเข้ามา แลกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย ใครเห็นเข้าก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก มอมแมมก็เท่านั้น ที่ดีก็พอมี ไม่ใช่จะเลวร้ายไปเสียหมด แหมแต่ก็น้อยปลายก้อยเสียจริงเทียว อีหรอบนี้ เบอร์ 1 จึงแบชื่อออกมาเป็น “สมคิด” ตามด้วย “อุตตมะ” กับ “สนธิรัตน์” ส่วนที่คาดว่าจะเป็น “ลุงตู่” ดูแล้วคงแฟนคลับขัดใจ แต่อย่าเพิ่งขัดคอรออีกประเดี๋ยว เดี๋ยวก็มา
มาเรื่องสามพี่น้องที่เดินไปในโลกกว้าง แต่ทางแคบลงทุกวันๆ ดีกว่า สนุกมาก เพราะเวลานี้โดนกัมพูชาสอยพาสปอร์ตคืน สามเล่ม จากพันกว่าเล่ม คนอื่นๆ ยังมีปกติไม่กระโตกกระตาก แต่สามพี่น้องนั้นฮุนเซนไม่ให้แล้ว หลัง “หมอ ด.” ทนชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ไหว เริ่มเปิดปาก “พูด” เหมือนบุญทรงและพวก ที่อยู่ๆ ก็พูดต่อยหอยแตก ทางกัมพูชาดูแล “หมอ ด.” ไม่ให้คลาดสายตากลัวแกเป็นลมล้มตาย ส่วน “เสี่ย ป.” ก็ออกจากคุกไปนอนโรงพยาบาลสบายไป เว้นแต่ลูกสาวที่ติดร่างแห ต้องอาศัยฮ่องกงไปพลางๆ ก่อน
พี่ชายคนโตจึงเหลือแต่พาสปอร์ตนิการากัว กับมอนเตเนโกร ส่วนน้องสาวคนเล็กเหลือแค่เล่มไซปรัส ขณะที่ “เจ๊ ด.” ยังสถิตอยู่ดูไบ ไม่กล้าขยับไปไหนเพราะยังหาซื้อพาสปอร์ตใหม่ไม่ได้ในทันที
การหาซื้อพาสปอร์ตจากประเทศในแถบยุโรปตะวันออก ไม่ใช่เรื่องยากนัก แค่เพียงลงทุน 3-5 แสนดอลลาร์สหรัฐ ก็ได้ พาสปอร์ตแนบโกลด์เดนวีซ่าแล้ว
“โกลด์เดนวีซ่า” จะเป็นการเสนอวีซ่าให้แก่บรรดานักลงทุน ที่มีเงินทุน และนำไปลงทุนในประเทศนั้นๆ หลักการของแต่ละประเทศแตกต่างกันไปว่าจะต้องลงทุนในมูลค่าเท่าไหร่ ถึงจะได้ เป็นพลเมืองในประเทศเหล่านั้น เช่น โปรตุเกส และสเปน จะใช้เงินลงทุนไม่น้อยกว่า 500,000 ยูโร
ไอร์แลนด์ใช้เงินลงทุน 1,000,000 ยูโร ไซปรัสใช้เงินลงทุน 2,000,000 ยูโร ประเทศที่ขายพาสปอร์ตแนบวีซ่าประเภทนี้จะรีดภาษีโหดมาก (Cr.เนชั่นเจาะข่าวเช้า)
แต่นั่นมันชั้นนอกที่มองเห็น ที่มองไม่เห็นแต่เป็นจริงคือ “มาเฟีย” เรียกค่าคุ้มครอง นี่คือเหตุผลว่าทำไมมีพาสปอร์ตมอนเตเนโกร แต่ไม่ชอบอยู่คฤหาส์นแสนหรูหราที่ซื้อไว้ริมทะเลสาบสวยที่เมือง “บุดวา” ก็เพราะว่าถูกมาเฟียรัสเซียตามรีด ตามไถค่าคุ้มครองตลอดเวลา
“ดูไบ” จึงเป็นที่อยู่ที่ดีที่สุดของสามพี่น้องในเวลานี้ แม้จะไม่ชอบนักก็เถอะ อย่างน้อยๆ ก็ยังดีกว่าเร่ร่อนไปเรื่อยๆ
ส่วนเมืองจีนอย่าหวังอะไรมาก ดูกรณีท่าเรือซัวเถาสิ เงิบกันหมดไหมล่ะ
แอปเปิล เดลี สื่อใหญ่ภาษาอังกฤษของฮ่องกง ที่รัฐบาลจีนไม่ชอบขี้หน้านัก รายงานมาตั้งแต่วันแรกที่ยิ่งลักษณ์โม้แล้วว่าเป็นประธานกิจการท่าเรือซัวเถา
แอปเปิล เดลี รายงานเจาะลึกกว่าเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ตรงที่ขุดไปเห็นผู้ถือหุ้นใหญ่ท่าเรือซัวเถา ร้อยละ 70 คือ บริษัทฮัทชิสัน พอร์ท เป็นกิจการในเครือของลีกาชิง มหาเศรษฐีชาวฮ่องกง
ส่วนหุ้นอีกร้อยละ 30 เป็นของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของเมืองซัวเถา
เมื่อปีที่แล้วฮัทชิสันได้ขายหุ้นร้อยละ 70 ที่ถืออยู่ให้แก่บริษัทวานเยาซันโต๋ว และบริษัทนี้มีผู้ถือหุ้น 3 ส่วน คือ 1.บริษัทที่ยิ่งลักษณ์จัดตั้งขึ้นร้อยละ 60 2.บริษัทของถังอี้กัง นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ ร้อยละ 30 และ 3.ชาวฮ่องกงที่ชื่อว่า หยังถู ร้อยละ 10 ผู้ถือหุ้นลงขันร่วมกันเป็นทุนจดทะเบียน 100 ล้านเหรียญฮ่องกง (CR.บูรพาไม่แพ้ ผจก.ออนไลน์)
หลังการซื้อขายเปลี่ยนมือ บริษัทนี้ก็ได้เป็นผู้บริหารท่าเรือซัวเถา และแต่งตั้งยิ่งลักษณ์ให้เป็นประธานบริษัทนั่นเอง
แอปเปิล เดลี ยังรายงานต่อไปอีกว่า ถังอี้กังและภรรยา สนิทกับทักษิณและยิ่งลักษณ์มาก แต่เขาก็เป็นคนที่รัฐบาลจีนติดตามเงียบๆ มาตลอด เขาถูกตั้งข้อหาหลายหน แต่รอดได้ทุกครั้งด้วย “เงินสินบน” ทั้งเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน
สุดท้ายไปไม่รอดโดนเปิดโปงว่าทำธุรกิจผิดกฎหมายหลายอย่างและมีแนวโน้มถูกจับกรณีหนีภาษีด้วย
หุ้นส่วนไม่สะอาด ทางการปักกิ่งก็ไม่เอา ยิ่งลักษณ์เลยกระเด็นด้วยประการฉะนี้
แต่ที่สื่อฮ่องกงรายงานต่อเนื่องและจับตาไม่ใช่แค่เอาพาสปอร์ตปลอมกัมพูชามาเปิดบริษัท หรือหุ้นกับคนไม่สะอาดที่กำลังถูกจับ เพราะดั้งเดิมพี่น้องบ้านนี้ก็ใช่จะดีนัก แต่ “งานแต่ง” ของลูกสาวที่ปิดเกาะฮ่องกงต่างหาก รัฐบาลจีนจับตามาก เพราะเกรงว่างานแต่งจะมีการเมืองไทยมาแทรก งานนี้อย่าได้กะพริบตา ใครไปประจบโจรปล้นชาติกลับมา โดน กกต.ถามหา อย่าหาว่าหล่อไม่เตือนไม่ได้นา