#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
สุขสันต์วันวาเลนไทน์

โดย… ธนรัตน์ ยงวานิชจิต dhanarat333@gmail.com
วันวาเลนไทน์ ตรงกับ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ชายโสดที่ต้องการจีบหญิงสาวหน้าใหม่หรือชายไม่โสดที่ยังต้องการเอาใจแม่น้องนางเธอที่บ้าน ต่างจะสรรหาดอกกุหลาบแดงหรือดอกคาร์เนชั่นสีชมพูไปมอบให้ โดยอาจมีกล่องช็อกโกแลตติดมือไปด้วย จากนั้น “สองเรา” จะพร้อมใจกันออกไปฉลองวันวาเลนไทน์แห่งความรักที่ร้านอาหาร โรงมหรสพ แล้วจูงมือกันไปสู่ที่ชอบๆ
ทั้งนี้ ส่งผลให้สูตินรีแพทย์หลายท่านมีกรรมต้องรับ “งานเข้า” หนักหน่วงเป็นพิเศษในเดือนพฤศจิกายนต่อมา ขนาดแทบเป็นลมล้มทั้งยืนในขณะดูแลการคลอดนับรายไม่ถ้วนอย่างต่อเนื่องกัน จนลืมนับวันนับคืนไป
คู่รักวันวาเลนไทน์มี “ทางเลือก” เข้าสู่ “ความรัก” ที่เป็น “ทุกข์” หรือ “สุข” ดังนี้
1. “ทางทุกข์” คือทางที่ชายหญิงทอดสายตา “ออกนอกตัว” ใครหล่อสวยรวยก็ชอบและหลงรักจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ด้วยใฝ่ฝันว่าตนจะต้องเอาพระเอก/นางเอกคนนั้นมาครอบครองให้ได้ ทั้งๆ ที่ตนก็มิได้ครอบครองร่างกายตนเลย (ไม่อยากมีพุงยื่น ไม่อยากหย่อนยาน ก็มีจนได้) ชายหญิงคือ “วัตถุ” ชิ้นหนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างก็ได้มาด้วยเงื่อนไขต่อรองที่ตกลงกันไว้และต่างก็ผูกติดกันไว้กับเส้นด้ายที่โยงอยู่กับ “ข้อตกลง/ คำสาบาน/ ความคาดหวัง” ที่ทำไว้ด้วยความหลงละเมอว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะคงทนถาวรไม่มีวันแปรเปลี่ยน ไม่แก่ ไม่เฒ่า ไม่ตาย เมื่อมรสุมชีวิตพัดผ่านเข้ามา ต่างก็จะโอนบาปถ่ายโทษกัน ปกป้องตัวเอง ทะเลาะวิวาทกัน เป็นทุกข์หนักขึ้นเรื่อยๆ จนมิอาจอยู่ด้วยกันอย่างสามีภรรยาต่อไป
2. “ทางสุข” คือทางที่ชายหญิงทอดสายตา “เข้าหาตัว” เมื่อเรารู้เรา เราก็รู้เขา โดยต่างมองเห็นกันและกันเป็นปุถุชนที่มีชีวิตจิตใจ–มิใช่วัตถุที่ไร้ลมหายใจ เข้าใจความรู้สึกนึกคิดกับภูมิหลังของกันและกัน บำบัดทุกข์บำรุงสุขต่อกัน และรู้จักช่วยเหลือกันด้วยความเต็มใจ อาทิ ชายขับรถอย่างปราศจากเงื่อนไขไปส่งหญิงที่ทำงานในยามที่รถฝ่ายหญิงเข้าอู่ซ่อม นี่คือวิถีทางที่ปลอดจาก “อสรพิษในอัตตา” และค้ำจุนให้ชายหญิงอยู่ด้วยกันอย่างผาสุกได้นานแสนนาน
นอกจากนี้ “ทางสุข” ยังนำพาชายหญิงให้อยู่กับ “ปัจจุบันกาล” หลังเลิกงาน ต่างรู้จักอยู่พร้อมหน้ากัน เข้านอนพร้อมกัน ไม่ดูมือถือขณะรับประทานอาหารด้วยกัน รู้จักภาวนาจิต ทำสมาธิ เฝ้าดูลมหายใจเข้าออก สังเกตกระแสเลือดที่แล่นไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย ในขณะที่ดูแลจิตให้พยายามยับยั้งการปรุงแต่งคิดฟุ้งซ่านให้ได้นานที่สุด เพื่อเติมพลังให้แก่จิตและสมองไว้ดูแลกันและกัน หากไม่มีเวลาสละให้ผู้อื่นแล้ว จะรักผู้อื่นได้อย่างไร? อมพระมาพูดก็ไม่มีใครเชื่อ
ในวันวาเลนไทน์ ชายหญิงชาวพุทธย่อมมีสิทธิ์ชวนกันไปแสดงความจงรักภักดีต่อกันที่ “วัดพุทธ” ก็ย่อมทำได้โดยเสรี เพื่อร่วมกันทำบุญทำทานสร้างกุศลกราบไหว้บูชาพระรัตนตรัย ศึกษาสนทนาธรรมกับอริยสงฆ์ผู้ตื่นแล้วสละแล้วซึ่งการครอบครองวัตถุเงินทองอำนาจทั้งปวง ช่วยทำความสะอาดพระอุโบสถ ตลอดจนจัดระเบียบทำนุบำรุงวัด อย่าให้มี “วัตถุเงินทอง” อาทิ งาช้าง ตู้บริจาคเงิน รูปปั้น หรือเงินสดกฐิน ตั้งรกรุงรังอยู่หน้าพระประธาน ส่อให้เห็นเป็นวัดพุทธพาณิชย์ มิใช่วัดพุทธแท้จริง ซึ่งเป็นที่พึ่งแท้จริงของชาติบ้านเมือง การเยือนวัดพุทธเช่นนี้จะอำนวยให้คู่รักในวันวาเลนไทน์มีจิตสงบปลอดจากทุกข์ดังกล่าว และประสบกับความสุขแท้จริง
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ !