#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
เข้าฤดูร้อนแล้ว

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com
จดหมายจาก ‘อนุภพ’ เมืองชล ต่อไปนี้แจ้งรายงานอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยามาว่า 21 กุมภาพันธ์ จะเข้าสู่ฤดูร้อน และจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองในหลายจังหวัด
ขอบคุณสำหรับความห่วงใยต่อประชาชนด้วยความปรารถนาดีต่อกัน ซึ่งนี่คือน้ำใจไมตรีของคนไทยไม่ทอดทิ้งกัน
ประเทศชาติของเราจะอยู่รอดด้วยคนไทยที่เอื้ออาทรไม่ทอดทิ้งกันเช่นนี้
21 ก.พ.เข้าสู่ฤดูร้อน
เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ
ผมเป็นชาวบ้านธรรมดาแต่มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนอย่างมากเพราะหลังจากได้ติดตามรายงานอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาแล้ว ขอแจ้งให้ทราบดังนี้
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศประเทศไทยว่าคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาร์ได้เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกและภาคกลาง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะนี้
ส่วนมากบริเวณ จ.พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี จันทบุรี และตราด
ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงและควรอยู่ห่างจากป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงและต้นไม้ใหญ่ สำหรับเกษตรกรควรเตรียมป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อนในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ และจะสิ้นสุดฤดูร้อนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ปีนี้อากาศจะร้อนกว่า ปี 2561 ประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส จะมีอุณหภูมิร้อนสูงสุดประมาณ 42-45 องศาเซลเซียส บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก นครสวรรค์ กาญจนบุรี
ส่วนบริเวณจังหวัดติดทะเลและติดแม่น้ำโขงอุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 35-39.9 องศาเซลเซียส ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทยตอนบน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก อาจเกิดพายุฤดูร้อนมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกเกิดขึ้นได้
สรุปว่าปีนี้จะร้อนกว่าปีที่แล้วและวันนี้ (21 ก.พ.) จะเข้าสู่หน้าร้อนหรือฤดูร้อนอย่างเป็นทางการและจะมีพายุฝนฟ้าคะนองจึงขอให้ระวังอันตรายด้วยความปรารถนาดี
อนุภาพ (เมืองชล)
ใครจะรับผิดชอบ
เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ
เมื่อวันก่อนอ่านข่าวอุบัติเหตุบนถนนหลวงแล้วห่วงใยมากครับ เพราะเป็นอันตรายอย่างมากจากรถบรรทุก-รถพ่วง ที่บรรทุกมากและเกิดเสียหลักทำให้สิ่งของหล่นเป็นอันตราย
นี่คือตัวอย่างของความชุ่ยและเกิดบ่อยๆ ดังที่ผู้ขับรถทั่วไปพบเห็นและขอสรุปเหตุการณ์มาให้ทราบดังนี้
ตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 8 อ่อนนุช พร้อมหน่วยกู้ภัยทางหลวงมอเตอร์เวย์ ตรวจสอบเหตุสิ่งของตกกีดขวางการจราจร ช่วงวงแหวนต่างระดับบางวัว กม.40 ถนนมอเตอร์เวย์ ขาออก ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) หมู่ 3 ต.พิมพา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พบรถพ่วง 18 ล้อ นิสสัน ยูดี สีบรอนซ์ จอดอยู่ช่วงทางโค้งขึ้นสะพาน โดยบรรทุกเบียร์กระป๋องมาเต็มคัน และมีบางส่วนหล่นจากรถกีดขวาง 1 ช่องทางเลนซ้าย เจ้าหน้าที่ต้องเร่งจัดการจราจร
คนขับให้การว่าขณะที่กำลังขับรถขึ้นสะพานวงแหวนเพื่อไปส่งสินค้าที่ชลบุรี จู่ๆ ก็มีรถเก๋งขับปาดหน้าทำให้ต้องเบรกแล้วหักหลบจนเบียร์ที่บรรทุกมาทิ้งน้ำหนักเอียงจนผ้าใบขาดก่อนจะร่วงลงไปที่ถนน โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเก็บกู้นาน 5 ชั่วโมง
จึงมีคำถามว่าใครจะรับผิดชอบเหตุการณ์นี้ที่ทำให้เสียเวลา-รถติดหนักและเป็นอันตรายหรือปล่อยให้เลยตามเลย
อมรศักดิ์ (แปดริ้ว)
ตอบคุณ ‘อมรศักดิ์’ แปดริ้ว
แค่อ่านจดหมายของคุณก็หวาดเสียวแล้วครับเพราะสาเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนนคือการบรรทุกแบบเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะรถสิบล้อ-รถพ่วงนี่เสียหลักพลิกคว่ำได้ง่ายและเบรกไม่อยู่
หลายคนคงเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาคือเจอรถขนาดยักษ์นี้เสียหลักหรือบางทีก็ทำของหล่นหรือซ้ำร้ายหากเป็นรถบรรทุกน้ำมัน-บรรทุกก๊าซ หรือสารเคมี ไวไฟเกิดลุกไหม้ระเบิดจะร้ายแรงเสียหายขนาดไหน
ถึงเวลาแล้วที่ผู้รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ กรมการขนส่งทางบกจะปฏิบัติงานอย่างเฉียบขาดตรงไปตรงมา เวลาผ่านด่านตรวจก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเป็นการป้องกันไว้ก่อน
อย่าให้มี ‘ส่วยสิบล้อ’ หรือ ‘ส่วยรถพ่วง’ ฯลฯ เข้ามายุ่งเกี่ยว!