#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ขอฝ่าวงล้อมของกติกาที่วางไว้อย่างดีที่สุด

โดย… สมัชชา หุ่นสาระ
หนึ่งในปรากฏการณ์ใหม่ๆ และแปลกๆ ของแวดวงการเมือง เมื่อ “พรรคเพื่อไทย” ประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.เขต และปาร์ตี้ลิสต์ “ไม่ครบองค์”
เพราะการหย่อนบัตรคราวนี้แชมป์เก่าหลายสมัย(แต่คือองค์กรเดียวกันในหลากชื่อที่ต้องเปลี่ยนไปตามกติกาการเมืองคือ ไทยรักไทย 2 ครั้ง, พลังประชาชน และเพื่อไทยอย่างละ 1 สมัย) นั้น พบว่าในคราวนี้…เพื่อไทยส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต “250 คน” จาก 350 เขต และส่ง “97 ชีวิต” เป็นผู้สมัครระบบปาร์ตี้ลิสต์จากโควตา 150 คน
ตัวเลขดังกล่าวสร้างความ “ฉงน” ไม่น้อยให้หลายคน เพราะมีคำถามตามมาว่าหลีกทางให้พรรคเครือข่ายมีทางเดินและไปจับมือกันในวันหน้าหรือไม่…เพราะในอดีตที่ผ่านมาเมื่อครั้งใช้ชื่อไทยรักไทย, พลังประชาชน และเพื่อไทย(ครั้งแรก) มิเคยพบเลยว่า “เพื่อไทยบรรจุกระสุนและกำลังพลไม่เต็มอัตราศึก” ดั่งเช่นยามนี้…
“ภูมิธรรม เวชยชัย” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย อธิบายเหตุผลต่างๆ กับเครือเนชั่นไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับย่างก้าวของพรรคกับสนามการเมืองตอนนี้ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นพรรคอันดับหนึ่งของการเมืองไทยและหลายพรรคหวังล้มแชมป์เก่าให้ได้
0 ทำไม “เพื่อไทย” เดินเครื่องไม่เต็มสูบกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ?
รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งที่ผ่านๆ มาและสิ่งที่ควรจะเป็น เพราะมีการวางกติกาและเงื่อนไขพิเศษที่เอื้อให้บางพรรค จนเกิดคำพูดว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” เพราะคนเขียนกติกาต้องการให้พรรคอันดับหนึ่งเผชิญปัญหาและข้อจำกัด พรรคได้ศึกษาอุปสรรคข้างต้นแล้วจึงปรับวิธีที่จะให้พรรคได้รับความไว้วางใจจากสังคมให้มากที่สุดและต้องให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้งสองระบบได้รับการเลือกตั้งมากที่สุดเพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย โดยมองข้ามข้อจำกัดที่วางไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงเลือกส่งผู้สมัคร ส.ส.ทั้งสองระบบในจำนวนดังกล่าว เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน
ฉะนั้นการเลือกตั้งคราวนี้ บางพรรคส่งครบตามจำนวนที่กฎหมายระบุ บางพรรคส่งผู้สมัครมาก บางพรรคส่งน้อย วันนี้มันไม่ใช่หลักประกันแล้วว่าหากส่งครบแล้วจะชนะ เพราะที่ผ่านมาจะพบว่าบางพรรคส่งครบแต่ไม่ได้รับการเลือกตั้งก็มี หรือบางพรรคยังไม่ติดอันดับหนึ่งในห้าพรรคที่สังคมเลือกเลย
ข้อจำกัดและช่องว่างเหล่านี้ที่เกิดขึ้น พรรคจึงใช้วิธีนี้เดินตามเงื่อนไขและจังหวะดังกล่าวเพื่อให้พรรคได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้พรรคได้อันดับที่หนึ่งของประเทศจากผู้สมัคร ส.ส.ทั้งสองระบบให้มากที่สุด ฝ่าวงล้อมเงื่อนไขของกติกาที่วางไว้อย่างดีที่สุด หากถามว่าคาดการณ์จะได้ ส.ส.เท่าใด วันนี้ไม่ขอตอบ แต่จะชี้แจงในช่วงใกล้ๆ วันเลือกตั้ง
ผมหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นทางออกของบ้านเมืองหลังจากที่ทนกันมาหลายปี การพัฒนาประเทศต้องเริ่มที่การเลือกตั้ง
0 เหตุผลที่พรรคเลือกคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และชัยเกษม นิติศริ เป็นแคนดิเดตนายกฯ มาจากปัจจัยใด?
พวกเราคือทีมเพื่อไทย เพราะช่วยกันหาทางออกให้ประเทศ ฉะนั้นทีมเพื่อไทยมีทั่วประเทศ คือผู้สมัคร ส.ส.ที่เปรียบเสมือน “ขุนพลด่านหน้า” ของพรรคไปฟังปัญหาของชาวบ้านมาแจ้งพรรค จากนั้น “คณะทำงานมืออาชีพ” ที่มีหลากด้านของพรรคจะประมวลผลเพื่อสรุปส่ง “ทีมผู้นำของพรรค” ที่มีกว่าสามสิบคนสรุปเป็นนโยบายไว้เป็นคำตอบแล้วให้สังคมพิจารณา
องคาพยพของพรรคจะเชื่อมโยงชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนความต้องการเข้ามาที่พรรค และทีมต่างๆ จะนำนโยบายพรรคไปบอกสังคม พูดง่ายๆ พวกเราคือทีมเพื่อไทยที่ทำงานครบและสู้ทุกมิติ
ส่วนการเลือกคุณหญิงสุดารัตน์นั้น เพราะเป็นนักการเมืองมานาน (ส.ส.หลายสมัยและอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง) รวมทั้งยังอยู่ในหัวใจของประชาชน เสมือนเป็นจุดเชื่อมเพื่อไปรับฟังปัญหาของชาวบ้านมาให้พรรคแก้ไขและตอบโจทย์นี้ได้ การเลือกชัชชาตินั้น เพราะมีดีกรีนักวิชาการ เคยผ่านงานบริหารองค์กรเอกชนชั้นนำและเคยเป็นรัฐมนตรี จึงลงตัวในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจคนหนึ่ง ส่วนการเลือกชัยเกษมนั้น เพราะเป็นนักกฎหมายและเคยเป็นอดีตอัยการสูงสุดที่ได้รับการยอมรับจากแวดวงนักกฎหมายและข้าราชการ
สามคนนี้คือทีมผู้นำของพรรคที่มีสามด้านเด่น คุณสมบัติเหล่านี้จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าเพราะหากเลือกคนใดคนหนึ่งเป็นนายกฯ อีกสองคนจะเป็นเสมือนผู้ช่วยและร่วมงานกับคณะทำงานมืออาชีพด้านต่างๆ ของพรรค มันคือองค์ประกอบที่ลงตัวและเป็นพื้นฐานสำคัญของประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เพราะปัญหาบ้านเมืองหลายปีมานี้มีหลายเรื่องสะสม ควรนำคนที่มีประสบการณ์เข้ามาทำงานแก้ไข เพราะหลายปัญหาเช่น เศรษฐกิจวันนี้สังคมรับรู้ว่าเป็นเช่นใด เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีเงิน และไม่ใช่การเร่งแจกบัตรประชารัฐไปช่วยคนจน เครื่องยนต์เศรษฐกิจของประเทศดับไปกี่ตัวแล้ว วันนี้ควรต้องรีเอนจิเนียริ่ง(การรื้อและรวมทั้งปรับระบบองค์กร)
วันนี้พรรคมุ่งเน้นการดูแลเกษตรกร, ผู้ประกอบการรายย่อย, ผู้ประกอบการท่องเที่ยว, คนรุ่นใหม่ทุกกลุ่ม, คนสูงอายุ และผู้ใช้แรงงานให้แข็งแกร่ง จึงใช้ประสบการณ์จากบุคลากรของพรรคมาทำงาน
ที่ผ่านมานั้นเมืองไทยใช้ทรัพยากรไปมากในบางโครงการของรัฐและดูแลกลุ่มทุนใหญ่ แต่กลับละเลยคนส่วนใหญ่ในประเทศจนเหมือนว่าวันนี้ประเทศเดินไม่ได้แล้ว พรรคจะมาดูแลส่วนนี้ ย้ำว่านโยบายใดที่หลายรัฐบาลทำไว้ดีแล้ว หากเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจจากสังคมจะสานต่อ และจะเริ่มนโยบายที่ดีและเหมาะสมเข้ามาเพิ่ม
การทำงานเป็นทีมแบบนี้ ดีกว่าการมีผู้นำเดี่ยวที่บางเรื่องชำนาญ หลายเรื่องไม่ชำนาญ เช่น นายทหารบางคนที่มีความรู้เกี่ยวกับการทหารแต่ไม่มีความชำนาญด้านการบริหารบ้านเมือง เข้ามาทำหน้าที่ที่ไม่เหมาะสม นายทหารแบบนี้ควรกลับเข้ากรมกองน่าจะเหมาะสมกว่า
0 หากสังคมถามว่าเคยใช้บางนโยบายบริหารประเทศแบบผิดพลาดมาแล้ว อาทิ โครงการรับจำนำข้าว วันนี้มาขอโอกาสอีกครั้งจะชี้แจงอย่างไรให้สังคมเข้าใจ?
นโยบายของพรรคนั้นมาจากการรับฟังเสียงของประชาชนว่าต้องการให้มีนโยบายแบบใดที่ตอบโจทย์ วันนี้การขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้นมีปัญหา เรารู้ว่าบ้านเมืองควรเดินไปทางไหนและจะทำเช่นใดให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว เพราะเชื่อว่าการแก้ไขเศรษฐกิจวันนี้ต้องการการปรับปรุงกว่าร้อยละแปดสิบ หากยังแก้ไขไม่ได้กำลังซื้อในประเทศจะถดถอยลงและไม่แข็งแกร่ง พรรคมั่นใจสิ่งที่พรรคจะดำเนินการเพราะที่ผ่านมาพรรคได้พิสูจน์กับสังคมแล้วว่าเราเป็นพรรคเดียวที่สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ในหลายปีที่ผ่านมา
ส่วนปัญหาและข้อกังขาของสังคมที่มีอยู่กับพรรคนั้น พรรคจะอธิบายความให้สังคมเข้าใจ เพราะไม่มีใครลบความจริงออกจากประวัติศาสตร์ได้ เพราะหลายโครงการที่พรรคทำมานั้นเชื่อมั่นว่ามีผลดี และบางโครงการโดนโจมตีด้วยวาทกรรมและใช้เวลากว่ามันจะคลี่คลาย