ชัดๆกับ”ชัชชาติ”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364661?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ชัดๆกับ”ชัชชาติ”

วันที่ 6 มีนาคม 2562 – 08:50 น.
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์,พรรคเพื่อไทย,สสปาร์ตี้ลิสต์
เปิดอ่าน 616 ครั้ง

โดย…. ทีมข่าวการเมือง เครือเนชั่น

“ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” หนึ่งในสามแคนดิเดตชิงเก้าอี้ สร.1 ของพรรคเพื่อไทย กล่าวกับเครือเนชั่นถึงเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมขบวนกับพรรคเพื่อไทยในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้รวมทั้งเจาะใจถึงวันข้างหน้าว่าหากได้ทำหน้าที่ประมุขฝ่ายบริหารนั้นจะวางทิศทางการทำงานอย่างไร…

“ผมเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่ปีที่แล้ว เหตุที่ไม่ลง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพราะผมแจ้งพรรคตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่ชำนาญงานนิติบัญญัติ ผมชำนาญงานฝ่ายบริหารมากกว่า อีกทั้งในพรรคมีคนที่พร้อมกว่าควรให้พื้นที่พวกเขาลงปาร์ตี้ลิสต์และให้ไปทำงานด้านนี้แทนผม และกติกาใหม่นั้นคำนวณแล้วว่าพรรคน่าจะได้ ส.ส.ระบบนี้ไม่เยอะ ดังนั้นคนที่พร้อมกว่าผมควรจะอยู่ในรายชื่อ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หากผมลง ส.ส.ระบบนี้แล้วลาออกไปเป็นฝ่ายบริหารก็ทำได้แต่น่าจะโดนสังคมตำหนิว่าไม่จริงใจกับประชาชน”

          00 เป็นหนึ่งในสามรายชื่อบัญชีนายกฯ ของพรรค หากวันข้างหน้าได้ทำหน้าที่นี้ จะทำงานอย่างไรและจะให้ความสำคัญกับรัฐสภาอย่างไร 
“หากถามว่าหากผมได้เป็นนายกฯ แล้ว งานฝ่ายนิติบัญญัติสำคัญหรือไม่ ย้ำว่าสำคัญนะ ผมย้ำว่าผมไม่เก่งทุกเรื่อง งานนิติบัญญัติควรให้คนในพรรคที่พร้อมกว่าผมมาทำหน้าที่นี้ดีกว่า ผมอยู่ทำงานตรงไหนก็ได้ ยืนยันเรื่องนี้ไม่มีการเตะตัดขาหรือปล่อยให้ผมขาลอย รวมทั้งไม่ได้หักหน้าใครด้วย

หากได้ทำหน้าที่เป็นนายกฯ สังคมอาจมีคำถามว่าก่อนหน้านี้มีผลงานใดบ้าง ผมเรียนว่าตอนทำงานเป็น รมว.คมนาคม กระทรวงนี้มีโครงการใหญ่และต่อเนื่องเยอะ บางเรื่องเริ่มไว้แต่ค้าง ผมไปเร่งรัดให้เดินหน้าให้เป็นโครงการเร่งด่วน และรัฐบาลในช่วงที่ผมทำงานในกระทรวงคมนาคมก็ผลักดัน “ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ….” (“ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท”) ที่ไม่ผ่านนั้น รัฐบาลตอนนั้นก็เสนอ แต่เมื่อฝ่ายตุลาการตัดสินแบบนั้นก็ยุติและสังคมควรพิจารณากันในเรื่องดังกล่าวด้วย”

 00 หากได้ทำหน้าที่นายกฯ จะสร้างความปรองดองอย่างไร 
“การสร้างความปรองดองในสังคมนั้น ผมมองว่าคนไทยควรมองอนาคต ควรสร้างเรื่องราวใหม่ๆ เรื่องราวในอดีตที่เป็นคดีก็ให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการและเป็นบทเรียน เราควรร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศ เหมือนการขับรถควรมองกระจกหน้าเป็นหลัก แต่เหลียวมองกระจกหลังเพื่อระวังบ้าง
หลายคนผูกติดกับสีเสื้อ วันที่ผมอยู่กับพรรค ผมใส่เสื้อสีขาวนะ รวมทั้งตอนเป็นรมว.คมนาคม ผมก็คุยกับทุกพรรค ใครมาขอสิ่งใดในการช่วยชาวบ้านผมทำให้ได้ก็ทำเลย เพราะทุกคนคือคนไทย ชาวบ้านคือเจ้านายของผม ผมต้องรับใช้คนไทยทุกคน ผมไม่ได้ให้ถนนกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียว”

 00 พรรคเพื่อไทยในอดีตมีหลายข้อกังขา วันนี้ทำไมกลับมาร่วมงาน 
“หากถามว่าผมกลับมาทำงานกับพรรคอีกครั้งหลังไปทำงานเอกชนมาสี่ปีนั้น ผมกลับมาเพราะอุดมการณ์การทำงานของผมและพรรคไม่แตกต่างกัน สี่ปีในภาคเอกชนผมได้ประสบการณ์ที่จะช่วยพรรคและประเทศได้อีก

หากถามว่าผมเป็นนักการเมืองน้ำดีตามที่ความเห็นในโลกออนไลน์กล่าวถึงนั้น ควรให้คนอื่นมองผมและตอบดีกว่า บางคนถามว่ากลับมาครั้งนี้รู้หรือไม่ว่าช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลคราวที่แล้วมีคดีทุจริตเยอะนั้น ขอเรียนว่าช่วงที่ผมเป็น รมว.คมนาคม ไม่มีใครสั่งให้ผมทุจริตนะ แม้ ครม.บางคนจะโดนกล่าวหาและถูกลงโทษก็ต้องจัดการกันไปตามกระบวนการยุติธรรม เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่แต่ละคนจะประมวลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามาจากปัจจัยใด โดยมีการตรวจสอบ

ผมมองว่าวันนี้ควรกังวลกับบางสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่าคือการทำงานของบางฝ่ายในบ้านเมืองที่ทำงานแล้วไม่มีการตรวจสอบ แม้จะมีองค์กรตามกฎหมายทำหน้าที่แต่อย่าลืมว่าการตรวจสอบที่แท้จริงคือฝ่ายค้านและสื่อมวลชน หลายครั้งสองภาคส่วนนี้มีข้อมูลบางอย่างที่ลึกและพวกเราไม่รู้มาแจ้งเตือน ตรงนี้คือข้อดีของประชาธิปไตย”

  00 ตอนร่วมงานกับรัฐบาลชุดยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีคดีจำนำข้าวด้วย ได้มีส่วนร่วมตัดสินใจในโครงการนี้อย่างไรบ้าง 
“คดีที่เรียกว่าทุจริตจำนำข้าวนั้น ผมร่วมในที่ประชุม ครม.หรือไม่ ตอบว่า ผมร่วมประชุม แต่เรื่องนี้ที่เสนอ ครม. มีการกลั่นกรองมาแล้วจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และ ครม.ชุดนั้นกำชับเรื่องความโปร่งใส เรื่องนี้เป็นนโยบายรัฐบาลที่ใช้หาเสียงแล้วนำมาปฏิบัติ มันอาจมีสิ่งไม่ปกติในขั้นตอนปฏิบัติ ก็ไปไล่ดูว่าใครเกี่ยวข้องตรงไหน อย่างไร หากถามว่าเรื่องนี้มีการทุจริตจริงหรือไม่ ส่วนตัวมองว่า เมื่อดูจากคำพิพากษาในเรื่องนี้ก็เชื่อว่ามี แต่จะทุจริตจากระดับใดและใครเกี่ยวข้องอย่างแท้จริงนั้นควรไปไล่ดู”

 00 วันนี้กลับมาช่วยพรรคเพื่อไทยที่มีข้อกังขาเรื่องข้างต้น กังวลว่าอนาคตจะมีชะตาแบบเดียวกับ ครม.บางคนในยุคนั้นหรือไม่ 
“การที่ผมอาสามาทำงานการเมืองครั้งนี้ หากถามว่าชะตาชีวิตจะเหมือนอดีต รมต.บางคนหรือไม่นั้น บทเรียนบางอย่างในอดีตมันมีแล้ว หากอนาคตเรามีโอกาสทำงานก็จะนำอดีตเป็นบทเรียน ตรงนี้คือสิ่งสวยงามของประชาธิปไตยที่มีการตรวจสอบ และดีกว่าระบบที่ตรวจสอบไม่ได้คือระบบที่ไม่มีฝ่ายค้าน ผมมีความเชื่อว่ามนุษย์จะพัฒนาขึ้นจากประชาธิปไตย และทุกพรรคควรพัฒนาตัวเองด้วย ไม่ควรรอการเซตซีโร่จากบางฝ่าย หากเพื่อไทยทำงานไม่ดี สังคมก็ไม่เลือกเองเพราะเรียนรู้มาแล้วจากอดีต”

00 เหตุผลหนึ่งที่ คสช.ยึดอำนาจโดยอ้างเหตุทุจริตนั้น 
“วันนั้นผมไม่ใช่คนยึดอำนาจ วันที่ผมเป็นหนึ่งในตัวแทน ครม.ร่วมประชุมในช่วงนั้น ที่ประชุมวันนั้นพูดกันแค่ว่ารัฐบาลจะลาออกหรือไม่จากเหตุขัดแย้งในบ้านเมือง ไม่มีการพูดถึงเหตุทุจริตเลยนะ วันนั้นผมไม่รู้ความในใจของใครบางคนว่าคิดอย่างไรบ้าง ผมขอถามว่าเหตุยึดอำนาจในวันนั้น ทำไมเมื่อรัฐบาลยุบสภาแล้วไม่ปล่อยให้มีการเลือกตั้ง หากสังคมมองว่ารัฐบาลชุดที่แล้วทำไม่ดี สังคมก็ไม่เลือกพรรคเพื่อไทย และพรรคอาจแพ้ก็ได้วันนั้นเพราะมีการคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินแล้ว ควรปล่อยให้ประชาธิปไตยตัดสินแล้วพัฒนากันไปตามระบบ วันนั้นฝ่ายความมั่นคงดูแลความสงบของบ้านเมือง ทำไมเกิดเหตุรุนแรง วันนี้ฝ่ายความมั่นคงชุดเดียวกันทำหน้าที่นี้อยู่ ทำไมไม่มีเหตุแบบวันนั้น”

          00 อีกหนึ่งปัจจัยที่สังคมไม่พอใจรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยตอนนั้นคือการพยายามออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมจนนำมาสู่ความขัดแย้งในประเทศ 
“ตอนนั้นเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนของรัฐสภา ผมก็รับรู้ว่าสังคมในวันนั้นไม่พอใจและจากมุมนี้รัฐบาลก็ยุบสภาแต่ผมไม่ได้มีหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติในตอนนั้น”

          00 ช่วงนี้ออกหาเสียงตอนหนึ่งที่ใช้ในการปราศรัยที่บอกว่าสังคมควรเลือกระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการนั้นสื่อถึงอะไร 
“ผมอ่านหนังสือเรื่องประชาธิปไตยตายอย่างไร และได้คำตอบว่า ตายเพราะปืนและตายเพราะคนที่ไม่เลื่อมใสประชาธิปไตยแต่กลับใช้ประชาธิปไตยเป็นทางผ่าน ตรงนี้หลายชาติมีตัวอย่างให้พวกเรามองนะ และพวกเราควรระวังพวกนี้ที่ชอบมาทางประตูหลัง หากถามว่าสังคมยอมรับการยึดอำนาจว่าทำได้หรือไม่ บางคนบอกยอมรับได้ ผมมองว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เลื่อมใสประชาธิปไตยแบบแท้จริง”

         00 หากบางคนบอกว่าอดีตนายกฯบางคนก็ไม่เลื่อมใสประชาธิปไตยและใช้เป็นแค่เครื่องมือ 
“ผมไม่เคยร่วมงานโดยตรงกับอดีตนายกฯ ที่ถามมานะ แต่อดีตนายกฯ คนนั้นก็มาจากการเลือกตั้ง เรื่องแบบนี้ควรมองปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วยแล้วมาถกเถียงกันและจะเป็นคำตอบที่สวยงามตามวิถีประชาธิปไตย วันนี้เราควรมองอนาคต เหมือนการขับรถที่มองกระจกหน้าเป็นหลัก แต่ควรเหลียวมองกระจกหลังบ้าง เหมือนหันไปมองบทเรียนในอดีตบ้าง”

     00 การเปิดรายละเอียดนโยบายพรรคจะมีอะไรบ้าง 
“จะเสนอชุดนโยบายพรรคกับสังคมเร็วๆ นี้ รัฐธรรมนูญมีรายละเอียดเยอะที่โยงกับนโยบายพรรค คราวนี้สิ่งที่พรรคจะใช้หาเสียงด้านนโยบายเชื่อว่าจะไม่แพ้ฟาวล์ ผมมองว่านโยบายต่างๆ ที่หลายรัฐบาลทำนั้นมีสิ่งดี แต่บางรัฐบาลเน้นเศรษฐกิจมหภาคมากไป ตัวเลขที่ออกมานั้นมันดี แต่ยังไม่มองไปยังระดับล่างมากนัก ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละมุมมอง ดังนั้นควรมองระดับจุลภาคด้วย

การสร้างความแข็งแกร่งในระบบเศรษฐกิจไทยควรสร้าง Brand Thailand ให้เกิดและเข้มแข็งทุกด้าน เม็ดเงินจะกระจายไปยังทุกภาคส่วน สิ่งที่พรรคมองคือ ไทยทำ คือหัวใจ ไทยทันสมัย คือไทยแลนด์ 4.0 แต่มันติดตรงที่ว่าระเบียบต่างๆ ของไทยมีเยอะตรงนี้ควรทำให้มันง่ายขึ้น วันนี้หมดยุคให้เงินกับประชาชนควรมองว่าเราจะผลิตเค้กก้อนใหญ่อย่างไรดีกว่ามานั่งแบ่งเค้กก้อนเดิม หากบางโครงการที่บางรัฐบาลทำมาแล้วเกี่ยวกับการให้เงินประชาชน รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาและทำต่อ ผมไม่ขัดข้อง แต่จะเสนอว่าควรให้ในกรณีจำเป็นจริงๆ และควรเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งมวลจะดีกว่า”

 00 การวางแผนงานของพรรคในวันนี้ ผู้มีบารมีนอกพรรคเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ 
“ยืนยันไม่มีในยุคนี้ แต่ยุคก่อนๆ นั้นผมไม่ทราบ แต่ทุกครั้งที่ผมไปประชุมพรรคไม่มีคนอื่นเข้ามา วันนี้พวกเราคือทีมเพื่อไทย ข้อมูลการทำงานและการตัดสินใจจะอยู่ในห้องประชุม”

Leave a comment