#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
สังเวียนชากังราว “ค่ายวราเทพ” ชน “ค่ายหมอปรีชา”

คอลัมน์… สังเวียนเลือกตั้งว..ช้างชนช้าง
ตำนานการเมืองกำแพงเพชร หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า 40 ปีที่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์ชนะยกจังหวัด 2-3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งต้องให้เครดิต “เสนาะ พึ่งเจียม” ผู้รับเหมาก่อสร้างเมืองขาณุวรลักษบุรี และ “นพ.ปรีชา มุสิกุล” ที่สร้างฐานสมาชิกพรรค ปชป.ให้เติบใหญ่
“นพ.ปรีชา” เป็นชาวนครปฐม แต่มารับราชการที่ รพ.กำแพงเพชร ตั้งแต่หนุ่มๆ และเปิดคลินิก “หมอปรีชา” รับใช้ชาวชากังราว จนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ปี 2518 หมอปรีชาลาออกจากราชการ ลงสมัครรับเลือกตั้ง และได้เป็นผู้แทนฯ สมใจ จากวันนั้นถึงวันนี้ หมอปรีชา เป็น ส.ส.กำแพงเพชรมา 11 สมัยแล้ว

หมอปรีชากับ สุขวิชาญลูกชาย
ปี 2526 “เรืองวิทย์ ลิกค์” เจ้าของหมู่บ้านจัดสรร และ ส.จ.เขต อ.เมืองกำแพงเพชร ก้าวลงสนามใหญ่ในสีเสื้อกิจสังคม พร้อมสโลแกน “ใจถึง พึ่งได้ พบง่าย ใช้คล่อง” และได้เป็น ส.ส. ร่วมกับหมอปรีชา ค่าย ปชป.
กระทั่ง “วราเทพ รัตนากร” ทายาทกำนันคนดังและเจ้าของกิจการรับซื้อพืชไร่รายใหญ่แห่งขาณุฯ คว่ำเสนาะ พึ่งเจียม ได้เป็น ส.ส. จากนั้น วราเทพจับมือกับเรืองวิทย์ ผนึกกำลังสร้างกลุ่มการเมืองให้เป็นปึกแผ่น ทำให้เมืองกล้วยไข่แบ่งเป็น 2 ขั้วคือ “กลุ่มวราเทพ” กับ “กลุ่มหมอปรีชา” ที่แข่งขันกันมาแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน

“ไผ่ ลิกค์”
เลือกตั้ง 2562 กำแพงเพชร มี 4 เขตเลือกตั้ง แต่เขต 1 และเขต 2 เป็นสงครามตัวแทนระหว่าง “เรืองวิทย์-วราเทพ” ที่ย้ายจากเพื่อไทยมาพลังประชารัฐ กับ “กลุ่มหมอปรีชา” ค่าย ปชป. ที่คู่คี่สูสีมาก
เขต 1 อ.เมืองกำแพงเพชร (ยกเว้น ต.สระแก้ว และ ต.ไตรตรึงษ์) “ไผ่ ลิกค์” อดีต ส.ส.กำแพงเพชร อาศัยฐานเสียงเดิมของพ่อ เรืองวิทย์ ลิกค์ ต้องแข่งกับเด็กในคาถาของ “หมอปรีชา” คือ “ธิติ มหบุญพาชัย” ลูกชายเจ้าของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภักดีพณิชยการและเทคโนโลยี จากประชาธิปัตย์

“ธิติ มหบุญพาชัย” เขต 1 ชน “ไผ่ ลิกค์”
มีข้อน่าสังเกต “ไผ่ ลิกค์” ไม่ได้ขายนโยบายพรรคหรือชูแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ หากแต่ขายความเป็นลูกชายของเรืองวิทย์ อดีต ส.ส. 9 สมัยเมืิองชากังราว เพื่อลดกระแสต้านจากคนเสื้อแดง
ที่น่าสนใจ ในเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร กระแสพรรคอนาคตใหม่ค่อนข้างแรง และอาจทำให้คนเสื้อแดงบางปีกเทคะแนนไปให้พรรคส้มหวาน ดังนั้น วงการต่อรองที่บอกว่า ไผ่ ลิกค์ ขี่เด็กหมอปรีชา ก็ไม่แน่เหมือนกัน

“ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์” นำทีมกำแพงเพชร พลังประชารัฐ
เขต 2 อ.โกสัมพีนคร, อ.พรานกระต่าย, อ.ลานกระบือ, อ.ไทรงาม (เฉพาะ ต.มหาชัย ต.หนองคล้า ต.หนองทอง และ ต.พานทอง) และ อ.เมืองกำแพงเพชร (เฉพาะ ต.สระแก้ว) “หมอปรีชา” แชมป์เก่าสมัยที่แล้ว ไม่ลง ส.ส.เขต หลบไปอยู่ปาร์ตี้ลิสต์ โดยส่งลูกชาย “สุขวิชาญ มุสิกุล” ลงสนามชนกับ “พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์” ค่ายพลังประชารัฐ
ปี 2554 “สุขวิชาญ” ลูกหมอปรีชา ลงเขต 1 แพ้ไผ่ ลิกค์ จึงย้ายมาเขต 2 ส่วน “กำนันตู้” สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ที่เคยลงเขต 2 สมัยที่แล้ว แพ้หมอปรีชาแค่ 1,800 คะแนน ขยับไปอยู่บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ลงหาเสียงช่วยไวพจน์อีกแรงหนึ่ง
ไวพจน์รู้ตัวดีว่า เมื่อย้ายจากเพื่อไทย จะต้องเจอกระแสคนเสื้อแดงแอนตี้ จึงใช้กลยุทธ์ขาย “ตัวบุคคล” ขายความเป็นไวพจน์ ที่ช่วยเหลือชาวบ้านมายาวนาน
ศึกเลือกตั้งหนนี้ “วราเทพ รัตนากร” มีเดิมพันสูง และต้องนำพา “กลุ่มกำแพงเพชร” เข้าสภาให้ได้ทั้ง ส.ส.เขต 4 คน และบัญชีรายชื่อ 2 คน
หมอปรีชาจะซ้ำรอยปี 2548 หรือเปล่า…ปชป.สอบตกยกจังหวัด คืนสุดท้ายก่อนวันหย่อนบัตร ต้องสู้ด้วยดาบปลายปืนอย่างแน่นอน