“เพื่อชาติ”พรรคแตกจริงหรือ…. สงคราม กิจเลิศไพโรจน์…มีคำตอบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364999?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“เพื่อชาติ”พรรคแตกจริงหรือ…. สงคราม กิจเลิศไพโรจน์…มีคำต

วันที่ 9 มีนาคม 2562 – 00:00 น.
สงคราม กิจเลิศไพโรจน์,พรรคเพื่อชาติ,จตุพร พรหมพันธุ์,ยงยุทธ ติยะไพรัช
เปิดอ่าน 4,440 ครั้ง

โดย…  ทีมข่าวการเมือง เครีอเนชั่น

“สงคราม กิจเลิศไพโรจน์” หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวกับ “เครือเนชั่น” ถึงกระแสข่าวแกนนำและผู้สมัครส.ส.ทั้งสองระบบมีปัญหาภายในพรรค เพราะใครบางคนในพรรคมีการแอบอ้างคำสั่งลับและมีการเรียกรับปัจจัยหลายอย่างในการลงสมัคร ส.ส.คราวนี้ จนมีกระแสข่าวว่าสองกองเชียร์และผู้ช่วยการหาเสียงพรรคเพื่อชาติที่ชื่อ “ยงยุทธ ติยะไพรัช และจตุพร พรหมพันธุ์” แยกสายการดูแลพรรค การดูแลผู้สมัครส.ส.และการขึ้นเวทีหาเสียงกันแล้ว

มีข้อมูลลับแจ้งมาว่า หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น…ดีไม่ดีพรรคนี้อาจจะมีบางคนอยู่ที่นี่และบางชีวิตต้องย้ายค่าย คำตอบเรื่องนี้คืออะไร หัวหน้าพรรคเพื่อชาติตอบไว้ที่นี่

“ก็คุยกันอยู่ตลอด ไม่มีอะไร ส่วนเรื่อง พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ที่ลาออกจากรองหัวหน้าพรรคและชี้แจงว่าไม่พอใจการจัดลำดับผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และมีบางเรื่องในพรรคที่เสี่ยงต่อความผิดทางกฎหมายนั้น พ.ต.ท.สมชาย ลาออกจากพรรคเดิมมานานพอสมควร พรรคเพื่อชาติมีปัญหาอย่างหนึ่ง แม้จะเป็นพรรคเล็กและพรรคใหม่ แต่มีคนสนใจที่จะลงสมัครส.ส.เป็นจำนวนมาก บางเขตมีคนมาสมัคร 7-8 คน พรรคต้องมีการคุยกันก่อน ถ้าไปจี้ว่าจะเอาคนนั้น คนที่เหลือก็จะไม่พอใจ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือให้พวกเขาคุยกันก่อน ถ้าตกลงไม่ได้ค่อยมาโหวต

 กระแสข่าวการซื้อลำดับผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แท้จริงคืออะไร
“ลำดับปาร์ตี้ลิสต์มีผู้แจ้งความจำนงที่จะลงสมัคร 400 กว่าคน แบบนี้จะจัดอย่างไรให้ลงตัว คนที่ผิดหวังจากการสมัครแบบเขตก็มาลงปาร์ตี้ลิสต์

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าการลาออกของพ.ต.ท.สมชาย เพราะลำดับปาร์ตี้ลิสต์ของรองหัวหน้าพรรคคนอื่นๆ อยู่อันดับสูงกว่าพ.ต.ท.สมชายนั้น ผมไม่ทราบว่า พ.ต.ท.สมชาย คิดอย่างไร ตอนแรก พ.ต.ท.สมชาย อยู่ลำดับที่สิบกว่าๆ แต่ทีนี้ต้องดูว่าแต่ละคนทุ่มเททำงานให้พรรคขนาดไหน แล้วกรรมการบริหารพรรคก็โหวต

ผมเป็นหนึ่งในคนคัดเลือกนะ ไม่ได้ตัดสินคนเดียว ดังนั้นเราต้องยึดเอาสียงส่วนใหญ่แต่ทุกคนมีเหตุผลชี้แจงว่าทำไมคนนั้นถึงอยู่อันดับนั้น พอมีคนสมัครเยอะเข้า บางคนอาจจะหลุดๆ ไปบ้าง

   พ.ต.ท.สมชายบอกว่าอาจจะมีการเล่นพรรคพวก หรือการใช้เงิน
“ใครจะกล้ามาจ่ายเงินผม เรายังไม่ทราบว่าจะได้ส.ส.สักกี่คน ช่วงแรกประเมินว่าส.ส.แบบเขตได้ศูนย์คน พรรคเราเป็นพรรคเล็ก คณะกรรมการการคัดสรรในพรรค 11 คนมีสิทธิ์มีหนึ่งเสียงเท่ากัน บางคนอาจไม่ได้เข้ามาประชุมก็อาจจะหลุดไปบ้างแต่ที่ประชุมพรรคจดไว้แล้วว่าคุณทำอะไรบ้าง”

 คุณจตุพรบอกว่าพรรคนี้เป็นพรรคกระจอก
“ผมยอมรับ พรรคเราไม่มีนายทุน ผมไม่ได้เป็นนายทุนพรรค ธุรกิจของผมเป็นบริษัทหุ้นส่วนพี่น้อง พวกเขาไม่ให้ผมเอาเงินมาเล่นการเมือง”

   สมาชิกพรรคแต่ละคนพบว่าเป็นแกนนำ นปช. แทบทั้งนั้น
“ก่อนที่จะเข้ามาร่วมพรรคคุยกันแล้วว่าพวกเราต้องการแบบนี้ ถ้าอุดมการณ์ไม่เป็นแบบนี้ไม่ต้องเข้ามาพรรคนี้ ถ้าเข้ามาแล้ว ไม่มีอุดมการณ์แบบนี้ คุณออกไป”

          บทบาทของคุณยงยุทธกับคุณจตุพร มีส่วนร่วมอย่างไรในพรรค
“ไม่มี ส่วนตัวนั้นครอบครัวคุณยงยุทธ ผมรู้จักกันทั้งครอบครัวมีความสนิทกัน ทำธุรกิจกันบางเรื่อง ส่วนคุณจตุพรนั้น เรามีอุดมการณ์เดียวกันคือประชาธิปไตย ความเป็นธรรม ความยุติธรรม ฉะนั้นอุดมการณ์ในทางการเมืองค่อนข้างเหมือนกัน คุณจตุพรเป็นผู้เช่าตึก (อิมพีเรียลเวิล์ด ลาดพร้าว จัดทำทีวีดาวเทียมคนเสื้อแดง) ก็เป็นธรรมดาที่คุยกัน ตอนที่คุณจตุพรเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ผมก็ไปเยี่ยมไปคุยกันเป็นเรื่องธรรมดา”

ช่วงที่ตั้งพรรคเพื่อชาติทำไมคุณยงยุทธกับคุณจตุพรมีบทบาทในพรรคมากเหลือเกิน
“หลักของการตั้งพรรคนี้คือ ทำไมเราไม่คุยกัน เราควรจะหาพรรคหนึ่งที่เป็นเกาะกลางที่ทุกฝ่ายสามารถคุยกันได้ ไม่ว่าฝ่ายไหนสีอะไร เพราะมีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อบ้านเมือง

หากถามว่าทำไมทุกการเคลื่อนไหวของพรรคถึงมีชื่อ 2 คนนี้เสมอนั้น พรรคเพื่อชาติ ชื่อนี้ความหมายดี พวกเราเลยมาคุยกับหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการพรรคชุดก่อน พวกเขาก็เห็นด้วยกับแนวทางของพวกเรา คุณยงยุทธก็อยากสนับสนุน แต่ขออยู่เบื้องหลังในการดู สนับสนุนเรื่องนโยบายต่างๆ คุณจตุพรขอเป็นกองเชียร์พรรค”

 ทำไมบทบาทของพรรคเพื่อชาติขึ้นอยู่กับคุณจตุพร
“ไม่ได้อยู่ที่คุณจตุพร พวกเราพูดกันและมีการปรึกษาหารือ คุณจตุพรก็มาเป็นผู้ถ่ายทอดสู่สังคม”

ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาคุณยงยุทธบอกว่าจะพาคุณทักษิณ ชินวัตรกลับบ้าน แบบนี้แสดงว่าทิศทางของพรรคไม่ได้เป็นเกาะกลางเสียแล้ว เพราะเหมือนกับการท้าทาย คสช.ตรงๆ

“ทิศทางของพรรคยังไม่เปลี่ยน นโยบายพรรคและอุดมการณ์พรรคยังเหมือนเดิม เหตุที่คุณยงยุทธบอกว่าจะพาคุณทักษิณกลับมา หมายความว่าคนที่มีปัญหาอยู่ทำไมไม่เอามาคุยกันด้วย คสช.กลัวคุณทักษิณหรือ เพราะบางฝ่ายไปสร้างภาพและเกิดกลัวกัน ความจริงมีอะไรก็เรียกมาคุยกันสิ เกาหลีเหนือกับสหรัฐอเมริกามีปัญหามานานวันนี้ยังคุยกันได้เลย”

คสช.บอกว่าไม่ได้ห้ามคุณทักษิณกลับบ้าน พรรคมีนโยบายนี้อย่างไร
“เราต้องดูว่าการที่พวกเขาพูดแบบนี้ ถ้าพวกเขาเจอแบบนี้ (กรณีทักษิณ ชินวัตร) จะกลับมาไหม ต้องดูว่าช่วงนี้อยู่ในช่วงอะไร ช่วงประชาธิปไตยหรือเปล่า หากกลับเข้ามาแล้วจะเสียเปรียบไหม”

แต่ช่วงที่คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเป็นนายกฯ คุณทักษิณก็ไม่กลับประเทศ
“ก็ยังกลับไม่ได้”

มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อชาติมีแผนบางอย่างซ่อนอยู่และหัวหน้าพรรคเพื่อชาติแอบไปคุยกับคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคพลังประชารัฐมาแล้ว
“ไม่มี ผมไม่ได้เจอคุณสุริยะตั้งแต่คุณสุริยะหายตัวไปจากการเมือง ไม่รู้ว่าข่าวนี้มาได้อย่างไร ยอมรับว่ามีคุยแบบเป็นทางการอยู่บ้าง แต่ไม่มีการแอบคุย”

          “ผมเป็นหนึ่งในคนคัดเลือกนะ ไม่ได้ตัดสินคนเดียว ดังนั้นเราต้องยึดเอาสียงส่วนใหญ่แต่ทุกคนมีเหตุผลชี้แจงว่าทำไมคนนั้นถึงอยู่อันดับนั้น พอมีคนสมัครเยอะเข้า บางคนอาจจะหลุดๆ ไปบ้าง”

          “ก่อนที่จะเข้ามาร่วมพรรค คุยกันแล้วว่าพวกเราต้องการแบบนี้ ถ้าอุดมการณ์ไม่เป็นแบบนี้ ไม่ต้องเข้ามาพรรคนี้ ถ้าเข้ามาแล้ว ไม่มีอุดมการณ์แบบนี้ คุณออกไป”

Leave a comment