#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
กางสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคการเมืองดื้อตาใส?

รายงาน…
เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 หลังการเลือกตั้ง ประเด็นการเมืองขยับจากการชิงจับขั้วตั้งรัฐบาล ไปเป็นการพยายามกล่าวหาว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส และขับไล่ กกต. ให้พ้นจากตำแหน่ง
เมื่อวันอาทิตย์มีการรวมตัวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เรียกร้องให้ กกต.แสดงความรับผิดชอบ และมีการตั้งโต๊ะล่าชื่อถอดถอน กกต.ทั้ง 7 คน ปรากฏว่าคนแน่นทั้ง 2 กิจกรรม
ส่วนเมื่อวานนี้ มีกลุ่มบุคคลอ้างว่าเป็น “ชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย” อ้างว่าเป็น “สื่อภาคประชาชน” ไปแจก “ใบแดง” ให้ กกต.ถึงสำนักงาน อ้างเหตุผลว่าจัดการเลือกตั้งอย่างไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
แต่เมื่อดูรายชื่อแกนนำชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตยแล้ว น่าจะไม่ใช่สื่อวิชาชีพ เพราะบางคนเคลื่อนไหวสอดรับกับ “คนเสื้อแดง” ในอดีต ขณะที่บางคนเป็นนักจัดรายการวิทยุของ นปช.
ฟากฝั่งพรรคการเมือง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เขียนข้อความในเฟซบุ๊ก หัวเรื่อง “การขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างวิกฤติศรัทธากับ กกต.ทั้ง 7 คน” เนื้อหาระบุว่า ระบบการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหา เพราะผูกติดกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่มีหลายมาตราไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย ขณะที่การสรรหาคัดเลือก กกต. ไม่มีประชาชนมีส่วนร่วม ซ้ำยังถูกเลือกจาก สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ที่ได้รับเลือกจาก คสช.มาอีกที จึงเท่ากับเป็น กกต.ที่ คสช.เลือกมาทางอ้อม จากนั้นหัวหน้า คสช.ก็ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ สู้ศึกในสนามเลือกตั้งอีกด้วย
บทบาทของ กกต.จึงเข้าข่าย “ขัดกันซึ่งผลประโยชน์” ในความเห็นของ พ.ต.อ.ทวี นำมาสู่วิกฤติศรัทธา
ขณะที่พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ กกต.เปิดสูตรการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะที่ผ่านมาเป็นการคิดคำนวณที่ไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์อะไร กกต.จะคำนวณออกมาอย่างไร กฎหมายมีวางไว้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการคิดคำนวณ ก็ต้องทำตามกฎหมาย ไม่ใช่อิงตามอำเภอใจของใครบางคน วันนี้คะแนนลด พรุ่งนี้คะแนนเพิ่ม
จากปรากฏการณ์ทั้งหมด ต้องบอกว่า กกต.พลาดเองก็หลายอย่าง ทั้งเรื่องการประกาศคะแนน 100% อย่างไม่เป็นทางการล่าช้า และการแถลงตัวเลขต่างๆ ไม่ตรงกัน ซึ่งบางเรื่องเป็นการ “พลาดทางธุรการ” แต่ก็ทำให้ความเชื่อมั่นที่สังคมมีต่อ กกต.ลดต่ำลง
กลายเป็นสถานการณ์จากห้องแถลงถึงท้องถนน…รวมพลกินโต๊ะ กกต.
แต่ก็ต้องยอมรับว่ากระแสโจมตี กกต.ในช่วงนี้ บางเรื่องเป็นเรื่องการเมืองด้วย โดยเฉพาะการออกมาตีขลุมอ้างว่า กกต.ไม่ประกาศคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่มีการติดประกาศไว้หน้าหน่วยทุกหน่วยอยู่แล้ว
และการที่อ้างว่า กกต.ไม่ยอมแถลงวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะจริงๆ สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ กฎหมายเขียนไว้ชัด ทั้งกรณีที่การเลือกตั้งไม่มีปัญหา คือ ส.ส.เขตที่แต่ละพรรคได้รับ ไม่เกินจำนวน “ส.ส.พึงมี” ที่คิดจากคะแนนโหวตทั้งประเทศของพรรคนั้น และกรณีที่ผลการเลือกตั้งมีปัญหา คือ ส.ส.เขตที่บางพรรคได้รับ เกินจำนวน “ส.ส.พึงมี” ที่ควรจะได้ เหมือนกรณีที่เกิดกับพรรคเพื่อไทยตอนนี้ ซึ่งผลที่จะตามมาก็คือ จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคอื่นที่เหลือจะลดลงไปตามส่วน ตามจำนวน ส.ส.เขตที่เกิน “ส.ส.พึงมี” ของพรรคเพื่อไทย
เริ่มจากรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ว่าด้วยการคำนวณหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง มีอยู่ 5 ข้อ เป็นสูตรคำนวณทั่วไปขั้นพื้นฐานที่บัญญัติไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ
ส่วนในกฎหมายเลือกตั้ง หรือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 (พ.ร.ป. ส.ส.) ก็เขียนเอาไว้ชัดเจนขึ้นในรายละเอียด เริ่มตั้งแต่มาตรา 125 การประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต กรณีผู้สมัครคะแนนเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับสลาก
มาตรา 126 กรณีที่คะแนน “โนโหวต” สูงกว่าผู้สมัครทุกคนในเขตนั้น ให้ กกต.จัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่ โดยที่ผู้สมัครเดิมทุกรายไม่มีสิทธิ์ลงสมัคร และไม่ให้นำคะแนนที่ผู้สมัครชุดเดิมได้รับ ไปคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์
มาตรา 127 ว่าด้วยหลักเกณฑ์การประกาศรับรองผลเลือกตั้งให้ได้ร้อยละ 95 ซึ่งต้องมีการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนว่าเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม โดยในส่วนนี้ กกต.มีเวลาถึง 60 วัน แถมกรอบเวลา 60 วัน ยังให้ยึดวันสุดท้ายที่มีการสั่งเลือกตั้งใหม่กรณีพบทุจริตด้วย อย่างการเลือกตั้งครั้งนี้ 24 มีนาคม นับ 60 วันคร่าวๆ จะไปครบราวๆ วันที่ 24-25 พฤษภาคม แต่ถ้ามีการสั่งเลือกตั้งใหม่ ก็ต้องขยับกรอบเวลา 60 วันออกไป นับจากการเลือกตั้งใหม่เขตสุดท้าย
มาตรา 128 วิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ กรณี กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งครบทุกเขตแล้ว มีทั้งแบบพื้นฐานเหมือนในรัฐธรรมนูญ และแบบแอดวานซ์ กรณีที่มีบางพรรคชนะเลือกตั้งระบบแบ่งเขตมากกว่าจำนวน “ส.ส.พึงมี” โดยมีการกำหนดให้ใช้ทศนิยม 4 ตำแหน่ง สำหรับปัดเศษอย่างเป็นธรรม มาตรานี้เขียนสูตรคำนวณเอาไว้อย่างละเอียด 8 ข้อ ใครๆ ก็เปิดดูได้ พรรคการเมืองทุกพรรคน่าจะเคยอ่านหมดแล้ว
มาตรา 129 เป็นวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในกรณีที่มีการประกาศผลการเลือกตั้งยังไม่ครบทุกเขต แต่มีจำนวนถึงร้อยละ 95 แล้ว กรณีนี้มีสูตรเฉพาะอีก 3 ข้อ
มาตรา 130 เป็นบทบัญญัติห้ามนำผลคะแนนจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ไปคำนวณหา “ส.ส.พึงมี” และ “ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์” หากยังมีการเลือกตังใหม่ หรือเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จ
พูดง่ายๆ คือ กฎหมายเขียนไว้ละเอียดหมดแล้ว และหากพูดกันอย่างแฟร์ๆ ก็ต้องยอมรับว่า กกต.ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดพอสมควร แน่นอนว่าความบกพร่องผิดพลาดที่เกิดขึ้นบางจุด กกต.คงต้องรับผิดชอบ แต่ในเรื่องสูตรการคิดคะแนน คงไม่เป็นธรรมหากจะบอกว่า กกต.ไม่ได้แถลงให้ชัดเจน เพราะทุกอย่างมีในกฎหมาย และกฎหมายยังห้าม กกต.คำนวณจำนวน ส.ส.พึงมี และ ส.ส.ปาร์ตี้้ลิสต์ล่วงหน้า หากการเลือกตั้งยังไม่เสร็จสิ้นด้วย
ที่สำคัญ…สถานการณ์ ณ ปัจจุบันก็ต้องบอกว่ายังไม่เสร็จสิ้น เพราะ กกต.กำลังพิจารณาเรื่องร้องคัดค้านที่อาจมีการสั่งเลือกตั้งใหม่ถึง 117 เขต