ลอกคราบ “ปิยบุตร” ขุดเรื่อง “ปีกซ้าย”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/368638?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ลอกคราบ “ปิยบุตร” ขุดเรื่อง “ปีกซ้าย”

12 เมษายน 2562 – 11:18 น.
ปิยบุตร แสงกนกกุล,คณะนิติราษฎร์,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เปิดอ่าน 12,918 ครั้ง

คอลัมน์… ชูธงทวนกระแส  โดย….  พรานข่าว

ในโลกออนไลน์มีเรื่องราวเก่าๆ ของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อยู่มากมาย เนื่องจากบทบาท “หัวหมู่ทะลวงฟัน” ของคณะนิติราษฎร์ ที่เดินสายอภิปรายเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 เกือบทุกเวที ระหว่างปี 2554-2556

ย้อนไปปี 2554 คณะนิติราษฎร์ แถลงข้อเสนอทางวิชาการ และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นครั้งแรก พร้อมกับการก่อตั้ง “คณะรณรงค์ 112” หรือ “ครก.112” เพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนจำนวน 1 หมื่นรายชื่อ เสนอแก้ไข ม.112

          ปิยบุตรและนักวิชาการกลุ่มหนึ่่งได้ขับเคลื่อนในนาม ครก.112 ร่วมกับกลุ่มแดงอิสระ อาทิ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, กลุ่มแดงสยาม, กลุ่มไผ่แดง ฯลฯ รณรงค์แก้ไข ม.112 อย่างคึกคัก

ครั้น “ปิยบุตร” มาเล่นการเมือง ก็ต้องปรับจูนความคิดกับ “ผู้ร่วมก่อการ” ที่มาจากหลากหลายอาชีพ พูดจาภาษาซ้ายก็คือ “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” นักกฎหมายหนุ่มจากฝรั่งเศสเลือกที่จะซ่อนแนวคิด “แก้ไขมาตรา 112” เอาไว้ใต้พรม

ด้วยเหตุนี้ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล สองนักวิชาการที่หนีคดี 112 และลี้ภัยอยู่เมืองนอก จึงไม่พอใจอย่างแรง

“ผู้นำพรรคอนาคตใหม่ ยังไม่ทันใช้ความพยายามอะไร ยังไม่ทันเผชิญอุปสรรคอะไรมากมายใหญ่โต ก็ดร็อปเรื่อง 112 ซึ่งพวกเขาพูดเองหลายครั้งว่าเป็นกฎหมายที่มีปัญหา ไม่มีใครที่คิดหรืออ้างว่าตัวเองเป็นฝ่ายซ้าย พูดถึงอะไรที่ว่ามีปัญหามาก แต่พอลงเล่นการเมืองกลับไม่เสนอเป็นนโยบายให้แก้ไข”

สมศักดิ์วิจารณ์แรงๆ ต่อบทบาทไม่เอาจริงเรื่องแก้ไข ม.112 ของ “ธนาธร-ปิยบุตร” เมื่อเดือน มีนาคม 2561

ว่ากันตามจริง ปิยบุตร จบกฎหมายจากฝรั่งเศส และสนใจศึกษา “พรรคฝ่ายซ้ายในฝรั่งเศส” รวมถึงพรรคทางเลือกในยุโรปอย่างจริงจัง

เมื่อ 2 มีนาคม 2556 ปิยบุตรได้ไปนำเสนองานวิชาการเรื่อง การกลับมาของพรรคสังคมนิยมในฝรั่งเศส ในงานรำลึก 37 ปี การจากไปของ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน เหลียวหลังแลหน้า ทางออกระบบพรรคการเมือง

ปิยบุตรกล่าวตอนหนึ่งว่า วัฒนธรรมทางการเมืองของฝ่ายซ้ายฝรั่งเศสคือ เกิดมาเพื่อเป็นฝ่ายค้านตลอดเวลา ในช่วงหลัง จึงคิดกันได้ว่า หากไม่มีโอกาสนำสิ่งที่ค้านไปทำย่อมไม่เกิดประโยชน์ จึงคิดปรับพรรคใหม่หาทางให้ได้รับเสียงข้างมาก

หมุดหมายสำคัญคือ ปี ค.ศ. 1971 มีการจัดประชุมสภาใหญ่ เมื่อได้หัวหน้าก็เริ่มจัดรณรงค์หลายปีโดยเริ่มการรวมกลุ่มสารพัดซ้าย หลากหลายเฉดเข้าด้วยกัน กระทั่ง ค.ศ. 1981 พรรคสังคมนิยมฝรั่งเศสชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากในสภา และได้เป็นประธานาธิบดี

เบื้องหลังชัยชนะของฝ่ายสังคมนิยม ก็คือการสร้างพันธมิตรกับพรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส โดยมีการจูนคลื่นกันไว้ก่อนระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับพรรคสังคมนิยม

          แปลความได้ว่า ทั้งสองพรรคจะไม่นำนโยบายแบบ “สุดโต่ง” มาหาเสียง และเลือกแนวทางกลางๆ ที่ผู้คนรับได้ ปิยบุตร คงได้บทเรียนจากกรณีฝ่ายซ้ายในฝรั่งเศส จึงหลบเรื่องร้อนไว้หลังม่าน และหันมาเดินเกมการตลาดแบบทักษิณ

พรรคอนาคตใหม่ของธนาธร และปิยบุตร เริ่มต้นคล้ายพรรคไทยรักไทย ของทักษิณ ชินวัตร โดยว่าจ้างทีมงานการตลาดที่ช่ำชองเรื่องการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์คน (Personal Brand)

ธนาธร และแกนนำคนสำคัญ เชื่อมั่นในทฤษฎี Political Marketing ที่ว่า “พรรคการเมืองจะประสบชัยชนะในการเลือกตั้งได้ ต้องเป็นพรรคที่มีเข็มมุ่งทางการตลาดเท่านั้น”

ที่สำคัญ การตลาดยุคดิจิทัล ทีมงานอนาคตใหม่ได้สร้างแบรนด์ผู้นำพรรค อย่าง “เอก ธนาธร” ให้ติดตลาดวัยรุ่น “เฟิร์สโหวต” ด้วยติดแฮชแท็ก #พ่อรักฟ้า ธนาธรจึงกลายเป็นพ่อของฟ้าชั่วข้ามคืน

ทั้งนี้ทั้งนั้น มิได้หมายความว่า ปิยบุตรจะล้มเลิกแนวคิดแก้ไข ม.112 พวกเขาตั้งเป้าหมายยึดอำนาจรัฐด้วยปลายปากกาในเบื้องต้น และหลังจากนั้น จึงเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงที่สุด

ชั่วโมงนี้ พรรคอนาคตใหม่ยังต้องเดินไปตามยุทธศาสตร์ “อำพรางแก่นแกน ซุ่มซ่อนยาวนาน” เพื่อรักษาฐานเสียงของ “เฟิร์สโหวต” จึงเลือกที่จะไม่เปิดแนวคิดดังกล่าว

          ปิยบุตรและแกนนำอนาคตใหม่ เลยต้อง “เก็บงำ” ชุดความคิดสุดโต่ง ชุดความคิดปีกซ้าย ยอมให้ปวินและแดงฮาร์ดคอร์ ด่าเช้าด่าเย็น ทำนองอดเปรี้ยวไว้กินหวานนั่นแล 

Leave a comment