#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
“ลุงป้อม”จะได้ไปต่อกับครม.บิ๊กตู่2หรือไม่…

โดย… ทีมข่าวการเมือง เครือเนชั่น
สายสัมพันธ์ของพี่, เพื่อน, น้อง ระหว่างขุนพลแต่ละเหล่าทัพนั้น ว่ากันว่าแน่นเหนียวยากที่จะแซะออกจากกันได้ ยิ่งหากเคยเป็นเจ้านายและลูกน้องนับแต่วันวานยันวันนี้ความสัมพันธ์ยิ่งจะทวีความเหนียวแน่นไปแบบทวีคูณและน่าจะทิ้งกันยากยิ่งในช่วงที่ต้องลุยกับเหตุการณ์ลำบาก
พี่ใหญ่ของ “3ป.” คือ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถือเป็นซีเนียร์ที่คอยค้ำจุนบัลลังก์ให้แก่น้องเล็กคือ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. มาตั้งแต่หลังการยึดอำนาจ เพราะหลายสิบปีก่อนบิ๊กตู่เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของลุงป้อมเสมอมา และวันที่บิ๊กตู่ต้องอาสามาทำหน้าที่ยุติความขัดแย้งและเตรียมคืนประชาธิปไตยให้คนไทยในเร็ววันนี้นั้น ถามว่ายามนี้จำเป็นที่บิ๊กตู่ต้องอาศัยชั่วโมงบินของลุงป้อมมาช่วยหรือไม่…
หากย้อนเวลาไปในอดีต…หลายต่อหลายครั้งที่ลุงตู่ต้องเผชิญวิกฤติที่ถาโถมเข้ามา …ทว่าพี่ใหญ่แห่งค่าย “3ป.” คนนี้ยังทำหน้าที่เป็นผู้รับหน้าเสื่อและยอมเป็นผู้บาดเจ็บแต่เพียงลำพัง เพื่อให้ “รัฐบาล” เดินไปอย่างมีเสถียรภาพ
การยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้บิ๊กตู่ลุยไปข้างหน้าแบบไม่ต้องพะวงหลังในช่วงวันวานจวบจนวันนี้ ภารกิจของ “ลุงป้อม” ที่โดดเด่นตั้งแต่เริ่มต้น…
คงเป็นเรื่องของการตระเตรียมการคัดสรรสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มีทั้งสายคนการเมืองเก่าและสายอื่นๆ เข้ามาร่วมในการร่างและคลอดกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งจะมี ส.ว. 250 คนเป็นกำลังสำคัญให้แก่รัฐบาลใหม่หลังมีการเลือกตั้ง และเป็นทีมงานซึ่งจะทำให้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพมากขึ้น ตรงนี้เป็นอีกบทบาทสำคัญที่บิ๊กป้อมคอยกุมบังเหียนเพื่อให้น้องตู่ได้ทำงานอื่นๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อมุ่งหน้าในการพัฒนาบ้านเมือง
บางครั้งบิ๊กป้อมยังคอยเก็บกวาดปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไม่ให้ต้องถึงมือลุงตู่ และยิ่งปัญหาปากท้องของประชาชนในหลากกรณีซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่บิ๊กป้อมสั่งการและลงไปดูแลด้วยตัวเองเพื่อให้ชาวประชารับรู้ว่า เพลาที่ผ่านมา…บิ๊กตู่มิได้นิ่งนอนใจและดูดายสังคม
ไม่ว่าจะเป็นคดีฉ้อโกงประชาชน, การเอารัดเอาเปรียบของนายทุนต่อลูกหนี้, การคืนสิทธิต่างๆ ที่จะให้ชาวบ้านมีพื้นที่ลืมตาอ้าปากครั้งใหม่หลังเสียรู้นายทุนหน้าเลือดนั้น จะเห็นได้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา คสช.และรัฐบาลนี้ดำเนินการเคลียร์ความทุกข์ยากของชาวบ้านด้วยการคืนโฉนดที่ดินและคืนความเป็นธรรมให้แก่ชาวบ้านให้ได้กลับไปครอบครองที่ดินอันเป็นมรดกตกทอดในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือ ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของประชากรในประเทศ และกำลังจะเริ่มครั้งใหม่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง
การลุยกับนายทุนที่ทำนาบนหลังคนนั้น…จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะบางกรณีนั้นนายทุนใช้ช่องกฎหมายในการเข้าไปยึดสินทรัพย์ของชาวบ้านที่นำไปเป็นหลักประกันเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายแต่ความจริงกลับต้องเสียเปรียบมหาศาล ฉะนั้นการขับเคลื่อนช่วยชาวบ้านในลักษณะนี้ของบิ๊กป้อม มองได้ว่าเป็นการต่อสู้เชิงจรยุทธ์ ที่ต้องอาศัยบารมีเป็นที่ตั้งถึงจะสามารถนำกฎหมายไปสยบนายทุนที่รีดเลือดคนทุกข์ยากได้อยู่หมัด และยอมจำนนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
เพราะจะพบว่า หลายพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมา แค่มีกระแสข่าวว่าทีมงานปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนที่มีบิ๊กป้อมนั่งหัวโต๊ะจะส่งทีมงานลงไปตรวจสอบและแเก้ปัญหา ก็มีการแจ้งความจำนงว่าขอเจรจาก่อนล่วงหน้าจากนายทุน โดยไม่อยากให้ใช้กำลัง และมีบทสรุปจบลงด้วยการคืนโฉนดให้แก่ลูกหนี้แต่โดยดี ภายใต้เงื่อนไขการคิดอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด การบ้านข้อนี้ที่ลุงตู่สัญญาไว้นั้น บิ๊กป้อมรับหน้าที่สางทุกข์นี้ให้หมดไป…
แต่ดูเหมือนยิ่งช่วงโค้งสุดท้ายในการเตรียมตัวตั้งรัฐบาลใหม่ สภาวะวันนี้ดูเหมือนบิ๊กป้อมจะกลายเป็นเป้านิ่งให้หลายฝ่ายนำมาโจมตีเรื่องของความเหมาะสมในการทำงาน
แหล่งข่าวที่สื่อหลากแขนงและคนการเมืองมองกันว่า เป็นข่าวปล่อยที่หวังสกัดพี่ใหญ่แห่งค่าย “3ป.” ให้เข้าหูบิ๊กตู่แบบไม่ต้องไปพบด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วกรณีที่บังเกิดกับสื่อหลายแขนงในช่วงเวลาไม่นานมานี้ หลายคนในวงการการเมืองรู้ดีว่า…เป็นเรื่องการต่อรองให้ได้มาซึ่งอำนาจ ทุกกลยุทธ์ ข้อด้อยหลากกรณีของคู่แข่งทางการเมืองจึงถูกนำมาขุดคุ้ยหวังทำลายชื่อเสียง หรือลดทอนเสถียรภาพของรัฐบาลที่กำลังตั้งไข่
แม้แต่ตัวบิ๊กป้อมเองก็โดนกระหน่ำ เพราะทุกขั้วที่จะมาจับมือกับพลังประชารัฐรู้ดีว่า หากไร้บิ๊กป้อมแล้วนั้น การต่อรองให้ได้โควตาจะง่ายแสนง่าย การที่บิ๊กป้อมรับบทพ่อบ้านในการรับพิจารณาดีลการเมืองแทนบิ๊กตู่เพื่อเป็นเสาค้ำบัลลังก์ให้บิ๊กตู่ในการลุยงานครั้งหน้าแบบสะดวกโยธินนั้น “พี่ใหญ่คนนี้แห่งค่าย 3ป.” จะนิ่งเฉยต่อไปได้อย่างไร เมื่อวันนี้ “ลุงตู่” กำลังถูกขั้วตรงข้ามตอกลิ่มให้คนที่จะมาหนุนลุงตู่เกิดความหวาดระแวงขัดแย้งกันเอง เพื่อสลายความแข็งแกร่งของรัฐบาลทหาร และ คสช.
โดยเฉพาะการเสี้ยมให้พี่ใหญ่กับน้องเล็กค่าย “3ป.” แตกคอกันเองนั้นมีมาหลายเพลาแล้ว
หากถามว่า…ทำไมถึงต้องใช้กลยุทธ์ในการเสี้ยมพี่น้องให้ขัดแย้งกัน คำตอบคือ ก็เพราะว่าชัยชนะของการเลือกตั้งครั้งนี้ใครก็รู้กันเป็นอย่างดีว่า…หากไร้ซึ่งบิ๊กป้อมในการแก้ปัญหาหลังบ้านแล้วไซร้…โอกาสที่ชัยชนะจะเป็นของพลังประชารัฐในการเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลเห็นทีจะหืดขึ้นคอ
ยิ่งพอมีข่าว 4 กระทรวงหลักในการวางตัวเสนาบดีชุดใหม่…ไม่ว่าจะเป็น มหาดไทย คมนาคม กลาโหม และกระทรวงเศรษฐกิจฯ จะตกเป็นของพรรคพลังประชารัฐ แล้วนั้น… แน่นอนว่าพรรคอื่นๆ ที่จะมาแตะมือหนุนลุงตู่ยากที่จะยอมรับ เพราะใครๆ ก็อยากครอบครองกระทรวงเกรดเอ เนื่องจากไม่เพียงเฉพาะงบของกระทรวงเหล่านี้ที่จะหว่านลงไปเพื่อหวังผลในพื้นที่ต่างๆ ในวันข้างหน้าเพื่อเป็นผลงานของเจ้ากระทรวงที่ขับเคลื่อนนโยบายนั้นๆ แต่ความจริงอีกข้อหนึ่งที่มิควรละเลยคือกระทรวงเหล่านี้เป็นเสมือนขุมอำนาจที่ค้ำบัลลังก์เสถียรภาพของรัฐบาลด้วย
ตรงนี้จึงเป็นสาเหตุสำคัญให้หลายฝ่ายร่วมโจมตีพี่ใหญ่แห่ง “3ป.” แบบไม่ยั้งมือ เพราะหากขาดพ่อบ้านที่เจนเกมการเมืองและเข้าใจแรงต่อรองที่คนการเมืองวาดหวัง โดยทำหน้าที่คอยปัดกวาดเช็ดถูให้บิ๊กตู่แล้ว…ถามว่าวันหน้าใครจะเป็นผู้ตามเช็ดล้างปัญหาและรับหน้าเสื่อแทนบิ๊กตู่แบบที่พี่ใหญ่ค่าย ”3ป.” ทำมาแล้ว และควรที่จะทำหน้าที่นี้ต่อไป
ตรงนี้หรือ…คือจุดอ่อนของรัฐนาวาลุงตู่ ที่หลายคนพยายามจะบอก
ทั้งๆ ที่บิ๊กป้อมคือยาสามัญประจำบ้านที่ลุงตู่มิอาจขาดได้ด้วยซ้ำ…