การศึกษายุค 4.0 หมดยุคท่องจำตำราสู่การปั้นบัณฑิตทำงานเป็น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/404723?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

การศึกษายุค 4.0 หมดยุคท่องจำตำราสู่การปั้นบัณฑิตทำงานเป็น

15 ธันวาคม 2562 – 20:05 น.
ยุคปลาเร็วกินปลาช้า,การศึกษายุค40,แจ๊ก หม่า,ธนินทร์ เจียรวนนท์
เปิดอ่าน 43 ครั้ง

“สุวิทย์”โพสต์ถึง2นักธุรกิจชั้นนำของโลกชี้ยุคปลาเร็วกินปลาช้าเด็กจบป.ตรีอายุ18ปี รมว.อว.ย้ำการศึกษายุค 4.0 หมดยุคการท่องจำตำราสู่การปั้นบัณฑิตทำงานเป็น

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ยกย่องชื่นชม “แจ็ก หม่า-ธนินทร์ เจียรวนนท์”2 ผู้นักนักธุรกิจคนสำคัญของโลก “หัวข้อว่า การศึกษาในยุค 4.0 : หมดยุคการท่องจำตำรา สู่การสร้างบัณฑิตที่ทำงานเป็น ใจความว่า

การศึกษาในยุค 4.0 : หมดยุคการท่องจำตำรา สู่การสร้างบัณฑิตที่ทำงานเป็น

วันนี้ผมมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการศึกษาและการพัฒนา ‘มนุษยชน’ มาฝากทุกคนครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่นักธุรกิจคนสำคัญของโลก 2 ท่านได้พูดไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ คุณแจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Alibaba และคุณธนินทร์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP Group ครับ

แจ็ก หม่า – ธนินทร์

อย่างที่ทุกคนอาจทราบกันดีอยู่แล้วครับว่า คุณแจ็ก หม่า ได้เกษียณตัวเองจากการเป็นประธานบริหารบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป และระยะหลังนี้ได้ทุ่มเทกับการสร้างและพัฒนาคนอย่างมาก

โดยคุณแจ็ก หม่าได้ปาฐากถาในงาน Forum for World Education ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า “การเรียนในระดับอุดมศึกษาเพียงเท่านั้น อาจไม่ได้เป็นหลักประกันในหน้าที่การงานอีกต่อไป” โดยหลายๆบริษัทต่าง รวมทั้งอาลีบาบา กรุ๊ป จะไม่ได้จ้างคนที่จบการศึกษาจากสถาบันดีๆ เพียงเท่านั้น แต่จะจ้างคนที่มีความพร้อมจะเรียนรู้ และมีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในทางสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหลักคิดที่จำเป็นมากสำหรับการทำงานให้ประสบความสำเร็จ

เช่นเดียวกับ คุณธนินทร์ เจียรวนนท์ ที่ได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการศึกษาในอนาคตบนเวทีเดียวกันนี้ว่า ระบบการศึกษาจะต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น “การลดจำนวนปีการเรียนในระบบการศึกษาอาจเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการลงมือทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

             ในอนาคตนั้น เด็กไทยอาจจบมหาวิทยาลัยที่อายุ 18 ปีก็ได้ เพราะในยุคปลาเร็วกินปลาช้านั้น การเรียนอาจจะไม่ต้องเป็น 4 ปีอีกต่อไป หากสถาบันการศึกษาสามารถสร้างคนคุณภาพได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ก็ไม่ควรจะต้องจำกัดอยู่ในกรอบเวลาใดๆ

เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่นักธุรกิจระดับโลกทั้ง 2 ท่าน ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างบัณฑิตที่พร้อมทำงานได้จริง หรือ Hand-on Graduates ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงการอุดมศึกษาฯ​ ได้เริ่มดำเนินการแล้วครับ

เราได้มีโครงการ “ยุวชนอาสา” สร้างนักศึกษาให้ทำงานเป็น และโครงการ “บัณฑิตอาสา” สร้างบัณฑิตให้มีจิตสาธารณะ พร้อมทำงานให้ตอบโจทย์ตลาดและตอบโจทย์ประเทศ และโครงการยุวสตาร์ทอัพ ช่วยสร้างการเป็นนักธุรกิจหรือ startup ให้กับนักศึกษา ซึ่งนี่คือการศึกษาไทยในปัจจุบัน ที่ไม่ใช่เพียงการวาดภาพฝันแห่งอนาคต อว.เราได้ทำแล้วและจะทำต่อไป เพื่อสร้างระบบการศึกษาไทยที่มีคุณภาพในยุค 4.0 นี้ครับ

Leave a comment