ฤา…ศึกในพปชร.สงบถาวรรัฐนาวาลุงตู่2เคลื่อนทัพสะดวก?

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/378312?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ฤา…ศึกในพปชร.สงบถาวรรัฐนาวาลุงตู่2เคลื่อนทัพสะดวก?

5 กรกฎาคม 2562 – 08:40 น.
พลังประชารัฐ,รัฐบาล,ลุงตู่
เปิดอ่าน 1,781 ครั้ง

ฤา…ศึกในพปชร.สงบถาวรรัฐนาวาลุงตู่2เคลื่อนทัพสะดวก? โดย…  ทีมข่าวการเมือง  เครือเนชั่น

พลังประชารัฐ” พรรคน้องใหม่ที่ระดมพลคนการเมืองจากหลายขั้วหลากพรรคมาชุมนุมส่งลุงตู่คัมแบ็กตึกไทยคู่ฟ้ารอบที่สองจากการหย่อนบัตรเลือกตั้งและเสียงข้างมากของส.ส.และส.ว.นั้น ต้องยอมรับว่ามีข่าวเชิงลบมากกว่าเชิงบวก..

          แม้บางนัยที่ “วิษณุ เครืองาม” คนจำเป็นของหลากรัฐบาลและแมวเก้าขีวิตทางการเมืองที่รัฐนาวาลำใหม่จำเป็นต้องมีไว้เคียงข้างกล่าวไว้แบบไม่ต้องถอดรหัสนั้นคือยามนี้ “เรือแป๊ะ” เปลี่ยนเป็น “เรือเหล็ก” มี “กัปตันตู่” ข้อดี “ไม่รั่ว …แต่เกิดสนิม”

สังคมคงตรองได้เองว่าสนิมบนเรือเหล็กนั้นจะเกิดจากอะไร?เพราะกระแสข่าวเชิงลบทางการเมืองหลายมุมที่ต้นทางมาจากพปชร.นั้นโพลล์หลากสำนักสะท้อนมาหลายวาระ…ที่แปลความว่าสังคมเริ่มไม่เชื่อมั่นเสถียรภาพรัฐนาวาลำนี้ตั้งแต่ยังไม่ลงน้ำ เหตุหลักมาจากคนการเมืองในพปชร.ออกอาการงอแงกับตำแหน่งแห่งหนที่ทำให้หลายคนอกหักและกว่าจะเคลียร์ใจกันได้นั้น ภาษาชาวบ้านเรียกว่าเสียรังวัดไปอักโข….

แม้ลุงตู่กับทีมงานจะสยบกระแสร้อนๆ ลงได้…แต่เหตุแบบนี้หากโผล่ขึ้นมาบ่อยครั้งก็ใช่ว่าจะสยบได้ราบคาบทุกกรณี…เพราะบางเหตุนั้นบนพื้นผิวคล้ายยุติ แต่ลึกลงไปอาจสะสมพลังและรอเวลาปะทุ…

ดังนั้น “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” กับการทำหน้าที่ สร.1 ซึ่งจะไร้ ม.44 ในไม่กี่อึดใจข้างหน้านั้น จะรับมือกับแรงป่วนจากคนการเมืองและสังคมภายนอกได้อย่างไร…และยิ่งพรรคร่วมรัฐบาลที่มี 19 พรรค 254 เสียง หากหักสามเสียงของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรออกไป ลุงตู่จะมี 251 ส.ส.ไว้เป็นกองหนุน และต้องรอติดตามว่าเสนาบดีที่เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะลาออกแล้วเลื่อนอันดับถัดมาหรือไม่ เพราะข้อมูลที่สังคมรับรู้นั้น หลายคนที่มีตำแหน่งหลักในพรรคตัวเองจะไม่ลาออกจากเก้าอี้ผู้แทนราษฎรตรงนี้ต้องรอเคลียร์ใจกันอีกคราวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

         การบริหารเสียงปริ่มน้ำกับภาวะคลื่นลมภายในพปชร.ที่คีย์แมนพปชร.บอกว่ายุติแล้วหากวันหน้ามันบังเกิดอีกและบวกกับบางจังหวะที่พรรคร่วมรัฐบาลเดินไม่ตรงกันจนมีรอยปริและบานปลายนั้น เหตุการณ์แบบนี้ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น…หากใครบางคน ไม่เชื่อกับเหตุข้างหน้าขอให้ไปไล่ดูบันทึกการเมืองไทยในอดีตได้เลยว่าหลายรัฐบาลที่ผ่านพ้นไป “จุดจบ” มาจากเหตุอันใด?

ดังนั้นต้องมาติดตามว่าในเร็ววันนี้…ความอดทนของลุงตู่ที่จะต้องเผชิญความต้องการของคนการเมืองที่มีหลายความต้องการและอาจจะไม่ลงรอยกันแล้วลามบานปลายจนเสถียรภาพรัฐบาลไม่นิ่งนั้น…ลุงตู่จะบริหารจัดการเยี่ยงใด?

หลายคนฟันธงว่าภาวะแบบนี้ลุงตู่น่าจะเหนื่อยและอายุงานของรัฐนาวาลำนี้น่าจะทำงานไม่ครบสี่ปี แต่หากลุงตู่ถือพังงาฝ่าคลื่นลมให้จบภารกิจก็ถือว่าลบคำปรามาส

          แว่วว่าลุงตู่วาง “กติกาเหล็ก” ไว้รองรับการทำงานของครม.ชุดใหม่ไว้ถี่ยิบ และเตรียมชี้แจงกับ 35 ชีวิตให้รับรู้กติกาก่อนเริ่มงาน

และก่อนหน้านี้สังคมจะเห็นจากการคัดกรองเสนาบดีนั้น คนวงในย้ำว่า “ลุงตู่” ตรวจคุณสมบัติแบบละเอียดเพราะรมต.ทุกคนจะเป็นครม.ที่มาจากประชาชนเลือกตั้งมา ทำงานสนองประโยชน์ต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และไร้มลทิน

รวมทั้งลุงตู่เตรียมขันนอตผู้แทนฯ พปชร.ในการทำหน้าที่ส.ส.โดยจะวางเกณฑ์ในการบริหารพรรคให้ทุกคนในพปชร.อยู่ใน “วินัย” มากกว่านี้ และเปิดทางเชื่อมต่อระหว่างครม.-ส.ส.-แกนนำพรรคให้เข้าถึงกันง่ายกว่าเดิม

แต่หากคำสบประมาทของบางคนที่เย้ยมานั้น ยืนบนพื้นฐานและหลักการผนวกกับปัจจัยการเมืองที่จะอุบัติในยามนั้น จนรัฐนาวาลุงตู่ 2 ไม่สามารถเดินหน้าไปได้ บนเหตุขัดแย้งในครม., รอยแยกใหม่ในพปชร., มีประเด็นร้อนที่ภาคสังคมหรือสภาผู้แทนฯ เจาะความไม่ชอบมาพากลมาตีแผ่และส่งผลกระทบเต็มอัตราต่อรัฐนาวาลุงตู่ 2

อำนาจของหัวหน้าฝ่ายบริหารในการทำงานสี่ปีโดยไรั ม.44 บนภาวะสุดวิสัยจนรัฐบาลลุงตู่ 2 ทำงานได้ไม่สมประสงค์ อาวุธของลุงตู่ในยามหน้าคือ “ลาออกและยุบสภา”

หากมองว่าลุงตู่แสดงสปิริตด้วยการลาออกแล้วให้มีการฟอร์มครม.ขึ้นมาใหม่โดยสภาผู้แทนฯ และพรรคการเมืองยังคงสภาพทำหน้าที่ตามครรลองประชาธิปไตยก็ต้องมาดูว่าใครและพรรคใดจะทำหน้าที่โต้โผตั้งรัฐบาล?

อย่าลืมว่า 250 ส.ว. มีอายุห้าปีในการทำหน้าที่ หากลุงตู่เลือกการลาออก ทำให้ต้องมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดย 500 ส.ส.ต้องจับมือ 250 ส.ว.ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

กติกาหลักของประเทศวางหลักว่าบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาทั้งหมด หรือ 376 เสียง

ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลคนหนึ่งให้มุมมองไว้น่าคิดว่า “ทราบจากผู้ใหญ่มาว่าลุงตู่น่าจะทำงานได้ยาวกว่าที่หลายคนประเมิน เพราะหากเหตุสุดวิสัยทางการเมืองเกิดขึ้นจนรัฐบาลทำงานไม่ได้ สมมุติว่าลุงตู่ลาออกแล้วให้มีการเสนอชื่อนายกฯ คนใหม่ 250 ส.ว.ก็น่าจะพิจารณาลุงตู่ก่อน และพรรคร่วมรัฐบาลน่าจะหนุน หรือหากเลวร้ายสุดอาจสลับคนที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคร่วมรัฐบาลมาทำหน้าที่แทนลุงตู่ สิ่งนี้มองบนพื้นฐานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังใช้อยู่ และยากที่ลุงตู่ลาออกแล้วจะเปลี่ยนขั้วให้ฝ่ายค้านมาเป็นรัฐบาลเพราะส.ว.คงยากที่จะยกมือให้”

ส่วนการยุบสภามูลเหตุน่าจะมาจากสนิมที่เกิดแต่เนื้อในตนดั่งที่เนติบริกรชี้ไว้ และสนิมนี้จะมาจากจุดใดนั้น “ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและครม.” น่าจะเป็นปฐมบทของสนิมบนเรือเหล็ก…

ดังนั้น “ยากันสนิม” ที่จะกินรัฐนาวาลำนี้ที่ลุงตู่ต้องใช้คือ ”วินัยเข้มข้น” ตามสไตล์ชายชาตินักรบที่ยามนี้ผันกายมาทำหน้าที่คนการเมืองเต็มสูบและต้องวางแผนรับมือหลากเกมที่คนการเมืองรอบทิศจะงัดมาใช้ในวันหน้าเพื่อให้เรือเหล็กแล่นได้โลดหากยากันสนิมที่ลุงตู่หยิบมาป้องปรามแต่เนิ่นๆ สนิมก็ยากจะกัดกิน

          หากว่ายานี้ใช้ไปแล้วแต่มันเกินเยียวยา “ทางใคร…ทางมัน” คือคำตอบสุดท้ายที่ลุงตู่จะหยิบมาใช้ก่อนที่สนิมจะกินเรือเหล็กหมดลำ…

Leave a comment