ทำไมตำรวจช็อกเมื่อเจอทีเอทีพี”มารดาแห่งซาตาน”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/380968?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ทำไมตำรวจช็อกเมื่อเจอทีเอทีพี”มารดาแห่งซาตาน”

25 กรกฎาคม 2562 – 13:55 น.
ทีเอทีพี,ประท้วง,ฮ่องกง,ระเบิด
เปิดอ่าน 8,550 ครั้ง

โดย…   ทีมข่าวรายงานพิเศษ

การประท้วง “กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ในฮ่องกงยืดเยื้อมาหลายเดือนแล้ว แต่ก็ไม่มีเหตุรุนแรงมากนัก แม้มีผู้เข้าร่วมประท้วงไม่ต่ำกว่าล้านคนตามท้องถนน จนกระทั่งวันที่ 21 กรกฎาคม มีกลุ่มอันธพาลเสื้อยืดขาวควงท่อนไม้รุมตีผู้ชุมนุมจนบาดเจ็บสาหัสไปเกือบ 50 คน ผู้บริหารเกาะฮ่องกงถึงกับรู้สึก “ช็อก” เพราะไม่นึกว่าจะรุนแรงกันได้ขนาดนี้ และยิ่งช็อกมากกว่าเดิม หลังตำรวจสืบสวนรายงานการบุกเข้าค้นอาคารแห่งหนึ่งแล้วพบระเบิดเพชฌฆาต ทีเอทีพี หนักกว่า 2 กิโล!

ทำไมตำรวจฮ่องกงต้องตื่นเต้นตกใจช็อกขนาดนั้น ก็เพราะ “ทีเอทีพี” ถูกขนานนามเป็น “มารดาแห่งซาตาน” ของระเบิดทั้งหมด อานุภาพร้ายแรงในระดับที่เคยระเบิดกรุงปารีสกับกรุงบรัสเซลส์ทำให้ผู้คนเสียชีวิตและบาดเจ็บไปหลายร้อยคนในเวลาเพียงไม่กี่นาที ทำให้ทีเอทีพีกลายเป็นระเบิดตัวฉกาจ เจ้าหน้าที่สายลับทั่วโลกหวาดผวา ไม่อยากพบเจอในประเทศตัวเอง

“TATP” ย่อมาจาก ไตรอะซิโตน ไตรเปอร์ออกไซด์ เป็นระเบิดที่มีส่วนผสมสารเคมีสำคัญ 2 ชนิด คือ อะซิโตน กับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ลักษณะเป็นผลึกสีขาว พวกผู้ก่อการร้ายมักนำมาผสมตะปู เศษเหล็ก หรือลูกบอลเหล็ก เพื่อให้อานุภาพการทำลายล้างกระจายออกไปหรือขยายวงกว้างได้มากกว่าเดิม

ก่อนหน้านี้ ตำรวจไม่ค่อยรู้จัก “ทีเอทีพี” เท่าไรนัก คุ้นเคยแต่ระเบิดที่นิยมใช้กันประจำ เช่น ไดนาไมต์ ซีโฟร์ ทีเอ็นที ฯลฯ จนกระทั่งเกิดเหตุก่อการร้ายโจมตีกรุงปารีสพร้อมกัน 6 จุดเมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ทำให้ผู้เสียชีวิต 130 กว่าคน บาดเจ็บกว่า 400 คน จากนั้นผ่านไปไม่กี่เดือนก็เกิดเหตุระเบิดสนามบินและสถานีรถไฟที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มีร่องรอยบาดแผลจากการเผาไหม้รุนแรง

ทั้ง 2 เหตุการณ์ข้างต้น สร้างความแปลกประหลาดใจให้ตำรวจอย่างมาก เนื่องจากระเบิดทั่วไปหรือการใช้ระเบิดพลีชีพมักสร้างความเสียหายในวงแคบไม่กี่เมตร แต่ทำไมวัตถุระเบิดที่ใช้ในฝรั่งเศสและเบลเยียมจึงรุนแรงขนาดตึกอาคารก่อสร้างด้วยความแข็งแรงอย่างสนามบินหรือสถานีรถไฟใต้ดินแทบแหลกเป็นจุณในวงรัศมีกว้างกว่า 50 เมตร

จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองหลายประเทศสนธิกำลังกันเข้าปูพรมสืบค้นพื้นที่ต้องสงสัย หลังได้รับแจ้งว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ ในที่สุดก็ค้นพบผู้ร้ายพร้อมแหล่งซุกซ่อนวัตถุระเบิดทีเอทีพีจำนวนมากถึง 15 กก. ในอาคารที่ไม่ห่างจากพื้นที่เกิดระเบิดในกรุงบรัสเซลส์

หน่วยปราบก่อการร้ายสากลช่วยกันแชร์ข้อมูล และขอให้ตำรวจแต่ละประเทศช่วยกันเฝ้าระวังสารเคมีที่ใช้ประกอบกันเป็นระเบิดตัวนี้เป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ค่อยสำเร็จนัก เพราะล่าสุดผู้การก่อการร้ายระเบิดพลีชีพโจมตีโบสถ์และโรงแรมศรีลังกาครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562 ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตไปไม่ต่ำกว่า 250 คน และบาดเจ็บกว่า 500 คน ภายหลังสอบปากคำผู้ร้ายรายหนึ่ง จึงรู้ว่าระเบิดที่ใช้ก็ยังเป็น “ทีเอทีพี” มารดาแห่งซาตาน โดยได้รับการถ่ายทอดวิธีการประกอบระเบิดมาจากกลุ่มไอเอส ก่อนนำมาดัดแปลงเป็น “เข็มขัดระเบิดพลีชีพ” ผูกมัดไว้กับลำตัว

ข้างต้นคือเหตุผลที่ทำให้ แครี่ แลม ผู้บริหารสูงสุดของเกาะฮ่องกงถึงกับต้องอุทานคำว่า “ช็อก” เพราะนึกไม่ถึงว่า เกาะท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากอาหารอร่อยระดับโลกนั้น จะมีกลุ่มผู้ร้ายแอบซ่อนระเบิดร้ายแรง ทีเอทีพี ไว้จำนวนมากถึง 2 กก. ประกอบกับเหตุการณ์กลุ่มชายเสื้อยืดขาว ที่ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน ช่วยกันรุมกระทืบทุบตีทำร้ายผู้เข้าร่วมชุมนุมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!

หลังตำรวจฮ่องกงขอหมายศาลเข้าค้นอาคารโรงงานต้องสงสัยเขตซุนวาน จนพบผงขาวๆ ของทีเอทีพี พร้อมด้วยอาวุธมีด หน้ากากและวัตถุระเบิดอันตรายอื่นๆ มีการจับกุมวัยรุ่น 3 คนอายุแค่ 20 กว่าปี เพราะสงสัยว่าเป็นเจ้าของอาวุธระเบิดอันตรายเหล่านี้

แต่ที่น่าสนใจคือ สื่อมวลชนท้องถิ่นของฮ่องกงรายงานว่า หลังตำรวจค้นพบระเบิดทีเอทีพี ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สั่งอพยพชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงออกจากอาคารให้หมด แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยขนย้ายทีเอทีพีขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้าอย่างระมัดระวัง ก่อนช่วยกันจุดระเบิดทำลายอย่างสิ้นซากทันที อาจเป็นไปได้ที่ตำรวจไม่ต้องการเคลื่อนย้ายระเบิดอันตรายนี้ไปที่อื่น หรือว่าอยากทดลองให้เห็นกับตาว่าอานุภาพของระเบิดที่ค้นพบร้ายแรงแค่ไหนกันแน่ !

จากการวิเคราะห์เหตุการณ์ข้างต้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าระเบิดทีเอทีพีที่พบในฮ่องกงเป็นของฝ่ายไหนกันแน่ หรืออาจเป็นการวางแผนสมคบคิดกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดผู้ประท้วง รัฐบาลฮ่องกงจะได้มีข้ออ้างในการปราบปรามอย่างเฉียบขาด หรือเป็นกลุ่มไม่ประสงค์ดีจริงๆ หวังก่อเหตุต่อต้านประเทศจีน จากนี้ไปคงต้องใช้กระบวนการยุติธรรมค่อยๆ สืบหาความจริงว่า “ระเบิดทีเอทีพี” มาโผล่ที่เกาะฮ่องกงได้อย่างไร ทั้งที่ไม่เคยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับสงครามศาสนาของกลุ่มไอเอสมาก่อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมีระเบิดของประเทศไทย วิเคราะห์ให้ฟังว่า ตอนนี้ประเทศแถวเอเชียคงต้องเฝ้าระวังครั้งใหญ่ เพราะที่ผ่านมาระเบิดทีเอทีพีตัวนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในกลุ่มหัวรุนแรงแถบนี้มากนัก เพราะต้องใช้เทคนิคและกระบวนการผลิตซับซ้อน และค่อนข้างอันตรายกับผู้จุดระเบิดอาจทำให้ตัวเองบาดเจ็บหรือตายเองได้

“ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ประเทศไทยเคยพบหรือไม่เคยพบระเบิดทีเอทีพี เพราะอยู่ที่หน่วยงานราชการที่เก็บหลักฐานจะเปิดเผยข้อมูลมากน้อยเพียงไร อย่าลืมว่าสารเคมีที่ใช้ประกอบระเบิดชนิดนี้สามารถหาซื้อได้ง่าย การจะไปห้ามขายหรือจำกัดการนำเข้าหรือการผลิตคงทำได้ยาก เพราะเป็นสารเคมีใช้ในโรงงานผลิตสินค้าทั่วไป เช่น กรดกำมะถัน สารเคมีทำปุ๋ยน้ำยาล้างเล็บ น้ำยาล้างแผล ฯลฯ แต่การนำสารเคมีพวกนี้มาประกอบให้เป็นอาวุธระเบิดต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากพอสมควร น่าแปลกใจเหมือนกันที่พบในฮ่องกง” ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นกล่าว

ในเมื่อสารเคมีที่ใช้ประกอบการทำระเบิดซาตาน “ทีเอทีพี” ไม่สามารถควบคุมได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยคงต้องรีบช่วยกันให้ความรู้ประชาชนอย่างเร่งด่วน เพราะชาวบ้านทั่วไปคือสายข่าวคนสำคัญที่จะช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบการแหล่งซุกซ่อนหรือการซื้อขายสารเคมีเหล่านี้แบบผิดปกติ ควรมีช่องทางหรือวิธีการให้พลเมืองดีสามารถแจ้งข้อมูลให้ทางการได้รับรู้ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ความร้ายกาจของ “ระเบิดมารดาแห่งซาตาน” ยังมีอีกอย่างหนึ่งคือ ไม่สามารถตรวจจับด้วยเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป ทำให้ภาระหนักอึ้งตกอยู่กับ “สุนัขตำรวจ” หลายประเทศเริ่มฝึกซ้อมสุนัขให้กลายเป็นนักดมทีเอทีพี เพื่อนำไปตระเวนดมหากลิ่นต้องสงสัยตามสถานที่สำคัญต่างๆ

เรื่องนี้ทำให้รู้ว่า เทคโนโลยีไม่สามารถช่วยมนุษย์ได้หมดทุกอย่าง “สุนัข” ต่างหากคือเพื่อนแท้ของประชาชน !

Leave a comment