“เขียวหมื่นปี”จากไม้ป่าด้อยค่าสู่ราชาไม้ใบ ตอน2 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/405831?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

“เขียวหมื่นปี”จากไม้ป่าด้อยค่าสู่ราชาไม้ใบ ตอน2

21 ธันวาคม 2562 – 08:25 น.
เขียวหมื่นปี
เปิดอ่าน 80 ครั้ง

คอลัมน์ – ไม้ใบทำเงิน โดย- อุดม ฐิตวัฒนะสกุล  udomgarden1@gmail.com 

  ต่อจากเสาร์ที่แล้ว

คราวที่แล้วได้พูดถึง“เขียวหมื่นปี”หรือที่รู้จักกันดีในนาม“แก้วกาญจนา” หรือที่คนโบราณเรียกว่า“ว่านขันหมาก” วันนี้มาว่ากันต่อในเรื่องของคุณสมบัติและลักษณะเฉพาะของไม้พันธุ์ดังกล่าว จึงนำไปสู่ความต้องการไม่แพ้ความเชื่อด้วยเช่นกัน ทั้งยังมีปัจจัยเสริมช่วยทำให้ไม้ชนิดนี้ได้รับความนิยม และขยายตัวทางการใช้จากเกษตรกรที่เริ่มมีการปลูกเลี้ยงลงแปลงในพื้นที่เฉพาะ

โดยการปลูกริมช่องทางเดินที่อยู่ด้านล่างข้างขอบโต๊ะปลูกกล้วยไม้ คล้ายกับการปลูกเฟิร์นใบมะขามเพื่อสำหรับตัดใบเสริมรายได้จากการปลูกกล้วยไม้เป็นหลักแบบควบคู่กันไปยังตลาดต่างแดน โดยมีการปลูกเขียวหมื่นปีแทรกเสริมหรือปลูกแทนเฟิร์นไปเลย อย่างมีรายได้ที่มิได้ด้อยกว่ากัน จนระบบการค้าและการส่งออกเริ่มมีความชัดเจนในเชิงธุรกิจการเกษตรถึงขั้นหลาย ๆ สวนเริ่มให้ความสำคัญพร้อมเพิ่มการผลิตไม้ที่เคยเป็นแค่ตัวเสริมให้กลับกลายมาเป็นตัวหลักและมีการขยายพันธุ์ปลูกเพิ่ม

ขณะเดียวกัน ก็ยังทำเป็นไม้กระถางส่งขายให้สวนอื่นได้ปลูกอย่างเป็นล่ำเป็นสันและช่วยสร้างรายได้ที่ดีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เพราะความแปลกใหม่ที่ไม่มีในธรรมชาติและระบบตลาดในช่วงก่อนหน้านี้ จึงยังส่งผลถึงโอกาสทางการค้าด้วยความชื่นชอบจากตลาดแดนไกล ที่ผู้ส่งออกได้ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์นี้ได้ดีเลยทีเดียว

ต้นเขียวหมื่นปีหรือว่านขันหมาก ไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่มช่องทางทางการค้าให้เป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภคปลายทางเท่านั้นแต่ยังช่วยเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้าให้เพิ่มมากขึ้นด้วย ณ เวลานั้น แต่ด้วยขีดความสามารถทางการผลิตที่ไม่สอดคล้องกับระบบตลาดจึงเกิดช่องว่างและแนวคิดที่จะนำเข้าต้นพันธุ์ที่แตกต่างไปจากเดิมเข้ามาวางเป็นแม่พันธุ์เพิ่มจากชนิดที่มีอยู่ เพื่อมาปลูกและขยายปริมาณตามแบบที่เคยทำอยู่ก่อนหน้านี้

จากจุดนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผู้ผลิตเริ่มหาเก็บชนิดพันธุ์ที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ ทั้งจากระบบการผลิตที่มีอยู่บ้างแล้วไปจนถึงการรวบรวมจากแหล่งธรรมชาติที่มีกระจายอยู่อย่างที่แทบไม่เคยได้รับความสนใจ จากแหล่งที่มีไม้ชนิดนี้กำเนิดอยู่ จนต่อ ๆ มาไม้ที่ถูกเก็บอยู่ในมือนักปรับปรุงพันธุ์ จนได้ลูกไม้จากการผสมด้วยความตั้งใจ มีการกลายต่างไปจากชนิดพันธุ์ที่มีอยู่อย่างไม่เคยมีมาก่อน

เพียงแต่ว่าจะรู้กันแค่ในวงแคบๆเพียงคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น รอจนกว่าที่จะถึงเวลาอวดโฉม จึงมีการตัดขยายในลำดับหนึ่ง และนั่นย่อมหมายถึงสัญญาณแห่งการเริ่มต้นไม้ชนิดนี้ได้เกิดขึ้นใหม่อย่างแท้จริง ณ ตรงจุดนี้แล้ว

Leave a comment