#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/610200
- วันที่ 26 ธ.ค. 2562 เวลา 15:43 น.

รายงานการวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Annals of Human Biology ระบุว่า “ขากรรไกรฮับส์บูร์ก” (Habsburg jaw) ซึ่งเป็นสภาพใบหน้าของสมาชิกในราชวงศ์ฮับส์บูร์สายกษัตริย์สเปนและออสเตรีย เกิดจากการสมรสกันในหมู่พระญาติวงศ์ด้วยกันเอง
การแต่งงานระหว่างเครือญาติหลายชั่วรุ่นในราชวงศ์ฮับส์บูร์กมีจุดประสงค์เพื่อรักษาอิทธิพลของตระฏูลให้ครอบคลุมทั่วทั้งจักรวรรดิยุโรป รวมถึงสเปนและออสเตรียมานานกว่า 200 ปี แต่นำไปสู่การจุดจบของราชวงศ์เมื่อพระมหากษัตริย์ราชวงศ์ฮับส์บูร์กองค์สุดท้ายไม่มีทายาทสืบทอด อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการศึกษายืนยันว่า ลักษณะหน้าตาของคนในราชวงศ์นี้่ที่มีคางและขากรรไกรเหมือนกันจนถูกเรียกว่า “ขากรรไกรฮับส์บูร์ก” เป็นผลมาจากการสมรสในหมู่เครือญาติหรือไม่
หนึ่งในบุคคลที่มีลักษณะคางยื่นที่สุดในราชวงศ์ฮับส์บูร์ก คือพระเจ้าการ์โลสที่ 2 แห่งสเปน (ในภาพประกอบ) ทรงมีคางยื่นมากจนไม่สามารถที่จะขบเคี้ยวได้ตามปกติ
ศาสตราจารย์โรมัน บีลาส จากมหาวิทยาลัยซานติอาโก เด กอมโปสเตลา (Santiago de Compostela) ในประเทศสเปน กล่าววว่า ราชวงศ์ฮับส์บูร์กเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุโรป แต่ก็มีชื่อเสียงไม่ดีนักในด้านการแต่งงานระหว่างเครือญาติกันเองซึ่งนำมาสู่หายนะในที่สุด (เพราะไม่อาจมีทายาทสืบทอดได้อีกต่อ) และในครั้งนี้ นักวิจัยพยายามพิสูจน์ว่าเพราะการแต่งกันในหมู่คนสายเลือดเดียวกัน ยังทำให้คนในตระกูลนี้มีหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์
นักวิจัยได้ทำการคัดเลือกศัลยแพทย์ช่องปากและใบหน้าขากรรไกรจำนวน 10 คนเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของใบหน้าใน 66 ภาพของสมาชิก 15 คนของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก แม้จะมีความแตกต่างในรูปแบบศิลปะ แต่ภาพบุคคลก็มีลักษณะที่เหมือนจริงเมื่อเทียบกับใบหน้ามนุษย์
สิ่งที่ศัลยแพทย์วินิจฉัย คือโรคคางยื่น (Mandibular prognathism) หรือที่เรียกว่า “ขากรรไกรฮับส์บูร์ก” และพบความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดลักษณะคางยื่นกับการแต่งงานในเครือญาติจำนวน 6,000 คน จากทั้งหมด 20 รุ่น ยิ่งแต่งงานกับคนที่ใกล้ชิดทางสายเลือดมากเท่าไร อาการคางยื่นยิ่งปรากฎชัด
สาเหตุของความสัมพันธ์ระหว่างการผสมพันธุ์และความผิดปกติของใบหน้ายังไม่ชัดเจน แต่ผู้เขียนเสนอว่าเพราะผลกระทบจากการผสมพันธุ์ระหว่างญาติ ทำให้โอกาสในการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของยีนพ่อและแม่ที่เหมือนกันมีมากขึ้น ทำให้ลูกมียีนด้อยจนขากรรไกรมีลักษณะดังกล่าว คือคางยื่นแบบคนในตระกูลฮับส์บูร์กอย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยชี้ว่าการศึกษานี้ยังเกี่ยวข้องกับบุคคลเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ความถี่ที่จะเกิดลักษณะขากรรไกรของฮับส์บูร์กอาจมาจากการขาดช่วงทางพันธุกรรมได้เช่นกัน แต่โอกาสมีน้อย