รอยปริ..พท.กับอนค. พันธมิตรหรือคู่ประชันการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/385643?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

รอยปริ..พท.กับอนค. พันธมิตรหรือคู่ประชันการเมือง

29 สิงหาคม 2562 – 09:30 น.
ปิยบุตร แสงกนกกุล,พรรคเพื่อไทย,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,ช่อ พรรณิการ์,ภูมิธรรม เวชยชัย
เปิดอ่าน 4,125 ครั้ง

โดย…   ทีมข่าวการเมือง สำนักข่าวเนชั่น

 เป็นรอยหมางใจเสียแล้วหรับเวทีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ของพรรคเพื่อไทยที่ชื่อว่า “จับมือดาวสภาเพื่อไทย” ข้อวิเคราะห์ของ ส.ส.พท.วันนั้นเกี่ยวกับการเมืองไทยวันข้างหน้า กลับทิ่มแทงใจดำของพรรคสีส้มแบบไม่ให้กำลังใจกันและกัน

…กระแสความไม่พอใจของแกนนำพรรคอนาคตใหม่ที่แสดงออกไปหลังพันธมิตรพรรคร่วมฝ่ายค้านที่อยู่ห่างกันไม่กี่เมตรของช่องว่างอาคารบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ที่ชื่อ “พรรคเพื่อไทย” พาดพิงตั้งข้อสังเกต “พรรคอนาคตใหม่” ว่าอาจถูกยุบ! มูลเหตุมาจากหลากคดีที่แกนนำพรรคสีส้มผจญและคงจะรู้ผลในไม่กี่ยามข้างหน้า รวมทั้งยกเหตุผลการที่พรรคประชาชนปฏิรูปของ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ขอยุบพรรคและขอย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐเพื่อหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการนำเรือเหล็กลุยน่านน้ำแบบไม่ต้อง ”ห่วงหน้าพะวงหลัง” และอาจนำร่องให้พรรคจิ๋วนำไปใช้หากประชาชนปฏิรูปผ่านร่องน้ำลึกนี้และขึ้นเรือเหล็ก พปชร.ได้ชัวร์….

น้ำเสียงของขุนพล อนค. ที่สื่อออกมานั้นแม้จะสุภาพแต่มันเปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจสหายร่วมรัฐบาล…

“ในกรณีที่ทางพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ เรื่องนี้เราถือว่าแทนที่จะเป็นห่วงว่าเพื่อนบ้านหรือตัวเองจะถูกปล้น ตอนนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีงานเต็มมือ ในการตรวจสอบพฤติกรรมต่างๆ ของ ครม. และงานใหญ่อย่างการอภิปรายต่อ พล.อ.ประยุทธ์ แทนที่จะสนใจเรื่องนี้”  “ช่อ” พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ตั้งโต๊ะแถลงเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม

วันที่ 27 สิงหาคม “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า “ข่าวลือก็มาดังกระหึ่มอีกจากการวิเคราะห์ของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่ากิจกรรมจับมือดาวสภาเพื่อไทยที่จัดนั้นไม่เป็นข่าว มีแต่ข่าวการยุบพรรคอนาคตใหม่ดังขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ผมก็ขอบคุณในความห่วงใย แต่ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่เรามีแนวทางของเรา ส่วนตัวเวลาเจอนายสุทิน คลังแสง และนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็ไม่เคยพูดคุยกันเรื่องนี้ ถ้ามาบอกตรงๆ ก็จะเข้าใจว่าท่านหวังดี หากผมเป็นท่าน เมื่อได้ทราบข่าวแบบนี้เกิดขึ้นกับพรรคเพื่อนบ้าน ผมจะเข้าไปบอกตรงๆ ไม่ใช้กิจกรรมแบบนี้แถลงข่าวลือ เพราะสมาชิกพรรคผมก็จะเสียความเชื่อมั่น แล้วก็ต้องมาแก้ปัญหาทั้งวัน การสื่อสารความหวังดี ให้มาบอกผมตรงๆ เพราะเราเป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่ทราบว่าความหวังดีนั้นคุณต้องการพูดกับใคร ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมไม่เคยวิเคราะห์สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยแบบที่พรรคเพื่อไทยทำกับพรรคอนาคตใหม่

ถัดมาวันที่ 28 สิงหาคม คำตอบและการขออภัยของภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยส่งสารออกหลังจากที่กิจกรรมของพท.สลายสสารความเป็นมิตรลงไประดับหนึ่งสื่อไปว่า “ได้ทราบเรื่องความเห็นของสมาชิกพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับพรรคอนาคตใหม่ด้วยความไม่สบายใจ ต้องขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น.. ผมเชื่อว่าผู้แสดงความเห็นไม่ได้มีเจตนาร้ายเพียงแต่อาจไม่ได้คาดคิดว่าจะส่งผลกระทบใดๆ ต่อพรรคที่เป็นเพื่อนมิตร …

เหตุที่เป็นเช่นนี้คงเริ่มจากความห่วงกังวลใจที่ฝ่ายประชาธิปไตยถูกกระทำมาโดยตลอด ก็คงต้องถือเป็นข้อระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาในวันหน้า

วันนี้…เราต่างมีความคิดและอุดมการณ์ประชาธิปไตยเหมือนกัน มีความต้องการช่วยเหลือและปรารถนาที่จะทำงานรับใช้ประชาชนเช่นเดียวกัน…การมีท่วงทำนองที่เริ่มต้นจากความเข้าใจกัน ถนอมมิตรไมตรีต่อกันและอภัยให้กันและกันคือพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ภารกิจสำคัญของฝ่ายประชาธิปไตยที่จะทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติประสบความสำเร็จ ขอโทษด้วยใจจริงอีกครั้งครับ”

เคสนี้ของ “ไพบูลย์” บังเกิดขึ้นจนมีผลกับกระแสหักเหทิศทางการเมืองและมีผลทางจิตวิทยาสูงยิ่งต่อคนการเมือง โดยเฉพาะขั้วต้านลุงตู่ให้กระพือหนักและหวั่นใจ…เพราะการเดินจังหวะของไพบูลย์ขยับหลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้าไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐไม่กี่นาที…

หลายคนรู้ดีว่า “พรรคจิ๋วและงูเห่า” คือความจำเป็นยวดยิ่งของคนที่จำเป็นซึ่งยามนี้ทำหน้าที่ สร.1 และต้องอาศัยลุงป้อมไปเคลื่อนเกมใต้ดินคราวนี้ให้บรรลุฝัน…

ดังนั้นกระแส “งูเห่ายุคไทยแลนด์ 4.0” ที่เคยกระหึ่มมาคราวหนึ่งเมื่อหลังรู้ผลการเลือกตั้งและการฟอร์มครม.ชุดนี้ที่เคยระอุเมื่อหลายเดือนนั้น ช่วงนี้กระแสดังกล่าวกำลังจะเดินย้อนมาเนื่องจากวันนั้น พปชร.แตะมือพรรคร่วมรัฐบาลกว่าสิบพรรคเข็นเรือเหล็กที่กัปตันชื่อลุงตู่ลงน้ำได้แบบหวุดหวิด…และในวันนี้รวมทั้งวันหน้า “พปชร.” ต้องการ “สองร้อยเจ็ดสิบเสียง” เป็นอย่างน้อยที่จะประคอง “เรือเหล็ก” ผ่านมรสุม แต่ “คณิตศาสตร์การเมือง” เมื่อบวกและคูณเข้าไปแล้ว ไม่มีแววว่า “ตัวเลขหนุนลุงตู่จะทวีค่าด้วยวิธีปกติ”

อนาคตใหม่

ดังนั้น “งูเห่าและการยุบควบรวมพรรค“ จึงเป็นทางเลือกเดียวที่จะเพิ่มตัวเลขขั้วหนุนลุงตู่ให้บังเกิด

ดังนั้นจากวันนั้นจนวันนี้ “แรงดึงดูด” เพื่อชักชวนให้ส.ส.บางคนจากขั้วตรงข้ามลุงตู่ ”แปรพักตร์” ได้ลุกลามเป็นกระแสอีกคราว…หลังไพบูลย์ประกาศเจตนารมณ์ในการหนุนลุงตู่ให้อยู่นานๆ แน่นอนว่าข้อวิจารณ์ทั้งในแง่กฎหมายและความเหมาะสมกับประชาธิปไตยที่ไพบูลย์เปิดเกมล่าสุดเมื่อหลายวันก่อนยังกระพือมายันวันนี้ แต่ในเมื่อ กกต.มีมติแล้วว่า “ประชาชนปฏิรูป” ยุติบทบาทพรรคได้แต่ต้อง “เคลียร์” หลายกรณีตามบทบัญญัติกฎหมายให้ลุล่วงก่อนนั้น

เชื่อว่า…ไพบูลย์คงหารือซือแป๋มาแล้วและคงไม่เดินจังหวะพลาดเว้นแต่ว่า “จงใจ” ให้เดินพลาดเพื่อให้เกิด “หลุมดำ” ไว้ล่วงหน้าเพื่อให้บางพรรคร่วงลงไป…

และเมื่อคนใน พท. วิเคราะห์เกมการเมืองในยามหน้าและพาดพิงมาว่าชะตาของอนค.ในส่วนของส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ห้าสิบชีวิตจึงวัดดวงกับหนึ่งส.ส.ของประชาชนปฏิรูป จึงคุ้มค่าความเสี่ยงหากจะท้าลองสำหรับขั้วหนุนลุงตู่…เพราะมันมีผลลบกับขั้วต้านลุงตู่ยิ่งกว่า

ดังนั้นเมื่อบทวิเคราะห์นี้ผุดจากเวทีของพท. “พลพรรคสีส้ม” จึงมิใคร่ที่จะได้ยินนัก

เพราะกระแสข่าวนี้ใช่ว่า “ไร้มูล” เพราะคนการเมืองทุกพรรคที่ไปทำงานในสัปปายะสภาสถานมักจะหยิบยกมาวิเคราะห์เสมอๆในช่วงที่กระแสข่าวการเมืองกระพือกับบางจังหวะที่ส่อแววว่าจะกำเนิดขึ้น ดังนั้นอนค.จะโยนบาปให้พรรคอันดับหนึ่งที่มีส.ส.มากสุดของเมืองไทยยามนี้แบบเต็มข้อก็คงมิได้เพราะคนการเมืองรู้ว่าข่าวลือมักจะเป็นข่าวจริง…เพียงแต่รอสถานการณ์เท่านั้นรวมทั้งส.ส.ของพรรคสีส้มก็พอจับจังหวะนี้ได้เลาๆ และเมียงมองหาเกาะกลางน้ำไว้แต่เนิ่นๆ

แม้แกนนำพรรคสีส้มจะอ่านจังหวะออกและเตรียมพรรคสำรองไว้เพื่อผ่องถ่ายกำลังหากวันนั้นโชคร้าย “อนค.” โดนยุบพรรค

แต่เมื่อแพแตกแล้ว..มั่นใจเพียงใดว่าลูกพรรคจะย้ายตามคำบัญชาการของคีย์แมนพรรคสีส้มในการย้ายลำเรือ

เพราะตัวอย่างในอดีตทางการเมืองไทยก็บังเกิดบ่อยครั้งว่า ลูกพรรคมิใช่ต้องเดินตามมติของพรรคหรือแกนนำพรรคเสมอไป….

เรื่องแบบนี้ใครบางคนในอนค.ทราบดีแก่ใจ

และคีย์แมน พท.ก็อ่านออกล่วงหน้าเช่นกัน

ของแบบนี้ใช่ว่าจะอยู่เหนือความคาดหมาย..เพียงแต่อยู่เหนือการควบคุมเท่านั้น

เพราะคนการเมืองนั้นไม่ว่าหน้าเก่าหรือหน้าใหม่..หากบางสิ่งบางอย่าง “คลิก” ลงตัว..อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้

รวมทั้งอย่ามองข้ามความจริง…อนค.กับ พท.นั้น ใช่ว่าจะเป็นเนื้อเดียวกันได้ เนื่องจากพรรคสีส้มยามนี้แต้มต่อในหลายเวทีอยู่เหนือกว่าพรรคที่มีส.ส.อันดับหนึ่งของเมืองไทย เพราะฐานเสียงของคนหนุนสองพรรคนี้อยู่ในวงศ์เดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นการตัดแต้มกันเองของสองพรรคนี้หากต้องส่งคนลงสนามการเมืองเพื่อชิงอันดับหนึ่ง

แม้แต่การแบ่งพื้นที่กันครอง..ข้อมูลวงในของพท.เผยให้รู้ว่าอนค.มิยอมให้พท.สั่งการได้เพียงลำพัง…และจนป่านนี้ยังเคลียร์ไม่ลงตัว ดังนั้นเมื่อปรากฏลิ่มที่ตอกมาด้วยน้ำมือของคนในพท.ลงบนพื้นที่ชีวิตของอนค. แบบนี้รอยปริคงยากที่จะประสานให้คงรูปคงรอยดั่งวันวาน

          เพราะมิตรแท้ยามรบกลายกลับมาเป็นคู่แข่งและขั้วตรงข้ามในคราวเดียวกันไปเสียแล้ว

Leave a comment