#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หายนะที่ผู้นำควรห่างไกล

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562
“อำนาจแลเงินตรา” เป็นสิ่งหอมหวานและเย้ายวนเสมอ หากใครเข้าไปลิ้มลองยุ่งเกี่ยวพัวพันก็ยากที่จะหลุดพ้นจากวังวนดังกล่าวไปได้ เฉกเช่นสังคมไทยทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างนับถือเงินและอำนาจเป็นใหญ่มากกว่าสิ่งใดๆ ดังสุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า “มีเงินใช้ผีโม่แป้งก็ยังได้” ซึ่งเป็นคำเปรียบเปรยที่ยังใช้ได้ทุกยุคสมัยไม่ว่าโลกจะหมุนเวียนผ่านไปกี่ร้อยปีก็ตาม
สองสิ่งนี้คือสูตรสำเร็จของความเลวร้ายที่ฉุดรั้งประเทศชาติไม่ให้ก้าวไปไหน…หากไล่ดูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจะมี “ผู้นำ” ของประเทศไทยสักกี่คนที่สามารถพาตัวเองก้าวผ่านวังวนของการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ไปได้ และเมื่อกางประวัติศาสตร์การเมืองไทยออกมาวิเคราะห์เป็นฉากๆ เราจะได้เห็นถึง “ความหายนะ” ที่เป็นตัวกัดกร่อนประเทศไทยหากผู้นำคนนั้นลุ่มหลงและมัวเมาใน “อำนาจวาสนา และเงินทอง”
ในอดีตประเทศไทยเคยชอกช้ำกับการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์อย่างเบ็ดเสร็จของบรรดาผู้นำเผด็จการทหารจนนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดของนักศึกษาหลายครั้งหลายคราทั้งในเดือนตุลาคม 2519 และพฤษภาทมิฬ 2535 จากนั้นยี่สิบปีต่อมาประเทศไทยดูเหมือนจะมีความหวังกับผู้นำคลื่นลูกใหม่ที่ใครก็เชื่อว่า “คนรวยไม่มีวันไม่โกง” แต่สุดท้ายก็เป็นอะไรที่ร้ายกาจสุดๆ เมื่อผู้นำผู้เป็นความหวังของคนไทยกลับเสพติด “อำนาจและเงินตรา” ยิ่งกว่าใคร ซึ่งผลจากความหลงผิดมัวเมาในอำนาจส่งผลให้ประเทศแทบย่อยยับถึงขนาดผู้คนออกมาห้ำหั่นฆ่าฟัน แบ่งพวก แบ่งสีชัดเจน สุดท้ายก็เปิดทางให้กองทัพเข้ามาทำรัฐประหารขับไล่จนต้องระเห็จออกจากแผ่นดินแม่ตลอดกาล
มาถึงวันนี้ประเทศมี “ผู้นำสายเลือดทหาร” ที่คนไทยตั้งความหวังไว้สูงลิบลิ่ว เพราะเชื่อว่าจะเข้ามาคลายทุกข์ แก้ไข และพัฒนาประเทศให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน..แม้การเข้ามาสู่อำนาจในครั้งแรกจะถูกค่อนขอดว่าเป็นเผด็จการทหารที่มาจากรัฐประหาร แต่สุดท้ายผู้นำคนนี้ก็ฝ่าฟันด้วยการทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างจริงจัง บวกกับการใช้กับดักกฎหมายจากเล่ห์กลของร่างรัฐธรรมนูญปราบโกงจนสามารถกลับเข้ามาสู่เส้นทางแห่ง “ประชาธิปไตย” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ จนเป็นที่ยอมรับของนานาชาติทั่วโลกในวันนี้
แม้ภาพความซื่อสัตย์ สุจริต จงรักภักดีจะเป็นเป็นเหมือนลายเซ็นชั้นดีี ที่สามารถค้ำเก้าอี้ผู้นำเลือดทหารได้เป็นอย่างดี แต่ในเรื่องการถือครอง “อำนาจ” ที่ส่งผ่านไปให้บรรดารุ่นพี่ รุ่นน้อง และพวกพ้องยังเป็นคำถามที่หลายฝ่ายยังกังขา จากนี้ไปในอนาคตไม่มีใครรู้ว่าคนไทยจะจดจำภาพของนายกรัฐมนตรีเลือดทหารในลักษณะใด เพราะการกระทำจากปัจจุบันย่อมส่งผลถึงอนาคตได้ ดังนั้นหลังจากนี้เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี จะทำงานสนองคุณประเทศชาติประชาชนอย่างที่เคยถวายสัตย์ปฏิญาณตนได้หรือไม่ อย่าให้คนไทยผิดหวังซ้ำๆ ซากๆ กับภาพการเมืองเก่าๆ ที่มีผู้นำมุ่งแสวงหาอำนาจอย่างไม่รู้จบ…