#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
สู้วิกฤติแล้งปี63

สู้วิกฤติแล้งปี63 บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2562
แม้ประเทศไทยจะอยู่ในช่วงฤดูหนาวก็ตาม แต่ด้วยสภาวะอากาศโลกที่แปรปรวนทำให้ฤดูต่างๆ มีความคลาดเคลื่อนและด้วยความที่ประเทศไทยเราอยู่ในโซนร้อนชื้นจึงประสบปัญหาภัยแล้งติดต่อกันมาหลายปี ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำต่างๆ หลายแห่งอยู่ในเกณฑ์น้อย บางแห่งสามารถสนับสนุนน้ำได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น จึงมีคำสั่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดทำแผนการจัดสรรน้ำ การจัดหาแหล่งน้ำสำรอง และการวางแผนการเพาะ ปลูกพืชฤดูแล้งให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำต้นทุนที่มีอยู่ พร้อมเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนให้มากที่สุด
อ่านข่าว… ผู้ว่าเดือด ตั้งทีมปราบโกงงบภัยแล้ง 200 ล้านบาท
หากจะว่าไปแนวทางในการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยาปริมาณน้ำต้นทุนจาก 4 เขื่อนหลักที่มีอยู่ขณะนี้ เพียงพอที่จะสนับสนุนเฉพาะการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และไม้ผลไม้ยืนต้น เท่านั้น จึงมีการกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการน้ำ โดยกำหนดให้ประตูระบายน้ำที่รับน้ำจากแม่น้ำต่างๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เปิดรับน้ำเฉพาะการอุปโภคบริโภคเป็นครั้งคราว สำหรับลำน้ำหรือคลองส่งน้ำให้รับน้ำเข้าในเกณฑ์ต่ำสุดเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลิ่งลำน้ำเท่าที่มีความจำเป็น พร้อมทั้งขอความร่วมมือไม่ให้ปิดกั้นหรือสูบน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูก โดยให้ยึดตามปฏิทินการสูบน้ำที่กรมชลประทานวางแผนรอบเวรการสูบน้ำไว้แล้ว ส่วนสถานีสูบน้ำของการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนท้องถิ่น สามารถทำการสูบน้ำได้ตามปกติ
ขณะเดียวกันสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ก็มีการประชุมร่วมกับ 25 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือภัยแล้งปี 2562/63 ที่คาดว่าจะรุนแรงมากขึ้นช่วงกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม 2563 และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการจัดสรรน้ำและระบายน้ำของแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางเป็นรายสัปดาห์ จากปัจจุบันที่พบว่าการระบายน้ำเกินแผนแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่มอก เขื่อนกิ่วคอหมา และเขื่อนกระเสียว จึงต้องปรับแผนการใช้น้ำพร้อมทั้งดำเนินการร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อสำรองน้ำเพิ่มเติม รวมทั้งประสานกระทรวงสาธารณสุขสำรวจพื้นที่ให้บริการต่างๆ โดยประสานกับหน่วยบริการจ่ายน้ำ เพื่อให้ได้ข้อมูลโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่มีความเสี่ยงขาดน้ำในฤดูแล้ง 38 จังหวัด เพื่อวางมาตรการป้องกันโดยเร่งด่วนด้วย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาภาวะภัยแล้งและน้ำท่วมกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกรัฐบาลต่างทุ่มงบประมาณจำนวนมากเข้ามาแก้ไขและเยียวยาประชาชนผู้ประสบปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาล คสช.ได้มีการจัดตั้งสทนช.ขึ้นมาดำเนินงานตามภารกิจด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาและวางรากฐานงานด้านน้ำของประเทศอย่างเป็นเอกภาพทำหน้าที่บูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในแต่ละเขตลุ่มน้ำ ให้มีเสถียรภาพมั่นคงและยั่งยืน ที่สำคัญการแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้ถูกบรรจุไว้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลปัจจุบันดังนั้นภาวะภัยแล้งที่กำลังจะก่อตัวนี้จะเป็นบทพิสูจน์ถึงการทำงานในทุกระดับทุกภาคส่วนให้เกิดการบูรณาการในทุกด้านทั้งข้อมูล แผนงาน โครงสร้าง งบประมาณอย่างรัดกุมเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอไม่ขาดแคลนรวมทั้งเกิดผลกระทบน้อยที่สุด