#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/470017

Make A Change เปลี่ยน-ปรับ-ขยับสังคม งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74
งานฟุตบอลประเพณีมีสิ่งดีๆ มากมาย ไม่ใช่แค่เพียงงานสนุกสนานของคนจากจุฬาฯ และธรรมศาสตร์เท่านั้น แต่คืองานที่นิสิต นักศึกษา ปัญญาชนต้องการสื่อสารกับสังคมไทยว่า เราทุกคนใน
ฐานะสมาชิกสังคมต้องการร่วมกันทำให้สังคมไทยของเราดีขึ้นพัฒนาขึ้น และเจริญขึ้น และต้องการบอกกับรัฐบาลว่าเราอยากเห็นประเทศชาติเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อความเจริญและเพื่อความสงบสุขของคนทั้งประเทศ
แนวหน้าวาไรตี้สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาคุณไปสนทนากับตัวแทนทีมงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 โดยไปพูดคุยกับ คุณพีรณัฐ วิริยะ หรือ ซี ประธานเชียร์ และคุยกับตัวแทนลีดเดอร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ถามประธานเชียร์ก่อนทุกคนว่า งานฟุตบอลประเพณีระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74มีจุดเด่นที่สุดคืออะไร อ้อ! ประธานเชียร์มาจากคณะไหนครับ
ซี-พีรณัฐ : มาจากคณะศิลปกรรมค่ะ ส่วนจุดเด่นของงานนี้อยู่ที่การปลุกจิตสำนึกของคนไทยทุกคนให้ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมย้ำว่าคนไทยทุกคน ไม่ใช่แค่คนจากจุฬาฯ หรือธรรมศาสตร์เท่านั้น เพราะประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน เราต้องช่วยกันดูแลรักษาสังคมไทยของเรา ประเทศของเรา เรื่องสำคัญของงานฟุตบอลประเพณีครั้งนี้คือ Make A Change เปลี่ยน-ปรับ-ขยับสังคม เพื่อให้สังคมของเราดีขึ้น น่าอยู่มากขึ้น ลดปัญหาต่างๆ ให้สังคม โดยเฉพาะเรื่องมลภาวะทุกชนิด ต้องช่วยกันลดมลภาวะ อยากเห็นคนทุกคนมีส่วนร่วมดูแลสังคม เราต้องช่วยกันปฏิวัติตัวเอง ต้องเปลี่ยนตัวเอง ต้องทำให้ตัวเองไม่เป็นตัวปัญหาของสังคม เราต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้สังคมดีขึ้น ขอให้ทุกคนช่วยกันเปลี่ยนและปรับสังคมของเราให้น่าอยู่มากขึ้น
แล้วน้องๆ ตัวแทนลีดเดอร์เล่าครับ จะบอกอะไรกับเพื่อนร่วมสังคมของเราเกี่ยวกับงานครั้งนี้ครับ และช่วยบอกด้วยครับว่ามาจากคณะไหนกันบ้าง
จินนี่-ณัฐณิชา : ลีดเดอร์ เชียร์ลีดเดอร์ของจุฬาฯ มีทั้งหมด15 คนค่ะ มาจากเกือบทุกคณะเลยค่ะ แต่ที่ไม่มีตัวแทนลีดเลอร์ปีนี้ก็เห็นว่าจากคณะรัฐศาสตร์ แต่แม้รัฐศาสตร์จะไม่มีตัวแทนลีดเดอร์ พวกเราก็เป็นเสมือนลีดเดอร์ของทุกคณะค่ะ ส่วนแนวคิดหลักของงานในปีนี้คือ Make A Change เปลี่ยน-ปรับ-ขยับสังคม เราทุกคนต้องช่วยกันทำให้สังคมดีขึ้น และต้องไม่สร้างปัญหา ไม่สร้างมลภาวะให้กับสังคม เริ่มที่ตัวของเราก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อทุกคนเปลี่ยนในทิศทางที่ดีขึ้น สังคมจะดีขึ้นตามมาในที่สุด

จะเน้นการเปลี่ยนหรือปรับอะไรบ้างครับ ช่วยยกตัวอย่างชัดๆ ด้วย
ซี-พีรณัฐ : ง่ายที่สุดคือลดการสร้างขยะ เรื่องนี้ง่ายมากเลยค่ะเราต้องช่วยกันลดขยะ และหากมีขยะก็ต้องแยกขยะให้เป็นหมวดหมู่แล้วนำขยะกลับไปใช้ใหม่ให้ได้ ตามหลักการ reduce, re-use, re-cycleแยกขยะที่นำกลับไปใช้ต่อได้ กับขยะที่ต้องนำไปทำลายด้วยกรรมวิธีที่ถูกต้อง เช่น ขยะจำพวกเศษอาหารก็ต้องนำไปไว้ในที่แห่งหนึ่ง อาจใช้เป็นอาหารสัตว์ หรือทำปุ๋ยคอก ส่วนขยะพิษ สารเคมีก็ต้องแยกแล้วนำไปกำจัดให้ถูกต้องตามหลักการกำจัดขยะ อย่างเช่นในจุฬาฯ ยุคนี้ก็เน้นเรื่องการไม่ใช่พลาสติกที่ใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง แต่จะพยายามใช้พลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก และรณรงค์ให้เลิกใช้หลอดพลาสติก และขวดน้ำพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง แต่หากมีขยะพลาสติกก็ต้องแยกแล้วนำre-cycle เรื่องง่ายๆ เหล่านี้เริ่มจากตัวเราก่อนเลยนะคะ ช่วยกันทุกคน เพื่อสังคมที่ดีของเรา เพื่อโลกของเรา
แล้วน้องคนอื่นๆ เล่าครับ
จินนี่-ณัฐณิชา : แนวคิดหลักเรื่องเปลี่ยน-ปรับ-ขยับสังคม เป็นแนวคิดที่ทำได้จริง และทำได้ทันที เช่นการช่วยกันลดจำนวนขยะ หรือการนำขยะไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป ใช่ปล่อยให้ขยะล้นโลก สร้างปัญหาให้กับโลก และสร้างปัญหาให้กับสัตว์ร่วมโลก สิ่งที่กลุ่มลีดเดอร์ทำในเรื่องนี้คือ การไปถ่ายภาพบาก้าเซ็ต เราก็ไปใช้สถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะสถานที่ที่มีปัญหาสังคมเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น คลองที่มีน้ำเน่าเหม็น กองขยะ ซากรถยนต์เก่าที่ถูกทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ ถนนที่มีรถยนต์มากมีปัญหาการจราจรคับคั่ง ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 และที่ซึ่งต้นไม้ถูกตัดจนโก๋นเหลือแต่ตอ เป็นต้น เราต้องการเน้นให้คนทุกคนตระหนักถึงปัญหา แล้วช่วยกันแก้ปัญหาสังคม เราทุกคนหวังว่าเมื่อสมาชิกสังคมทราบปัญหาแล้ว จะช่วยกันแก้ไข ช่วยกันปรับปรุงให้ดีขึ้น เราก็เปรียบเหมือนกระบอกเสียงที่ส่งเสียงบอกสังคมให้ช่วยกันดูแลสังคมของเรา

เจน-พิชญ์สุกานต์ : ในฐานะเป็นเยาวชน และปัญญาชนในมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยเป็นองค์กรหนึ่งที่มีส่วนช่วยดูแลสังคมเราพยายามทำให้ทุกคนตระหนักรู้ว่าสังคมกำลังเกิดปัญหา และปัญหาก็มาจากคนในสังคม ดังนั้นคนในสังคมจึงต้องช่วยกันแก้ไข และจัดการปัญหาให้หมดไป เราเชื่อว่าเราไม่ได้เพ้อฝัน แต่เราคือตัวจักรเล็กๆ ตัวหนึ่งที่พยายามส่งเสียงบอกสังคมให้รับรู้แล้วช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกันเราทุกคนคือสมาชิกของสังคม เมื่อเราร่วมมือช่วยกันแก้ปัญหา ปัญหาก็จะหมดไปจากบ้านเมืองของเรา เราในฐานะลีดเดอร์จุฬาฯ ก็พยายามส่งต่อแนวคิดนี้ไปเรื่อยๆ เป็นลูกโซ่
กัส-สาริน : ผมก็เน้นหนักเรื่องการกำจัดขยะ และมลพิษเหมือนกันครับ ภายในจุฬาฯ ของเราให้ความสำคัญกับเรื่องการลดและกำจัดขยะมากครับ เราตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างขยะน้อยที่สุด และนำขยะกลับไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ส่วนของลีดเดอร์เองนั้น ทุกครั้งที่พวกเราซ้อมเสร็จ เราไม่ปล่อยให้มีขยะเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ใครสร้างขยะก็ต้องนำขยะออกไปจากที่ซ้อม หากใครทิ้งขยะไว้ จะถูกทำโทษด้วยการวิ่งเพราะฉะนั้นเมื่อซ้อมเสร็จก็ต้องไม่มีขยะทิ้งไว้แม้แต่ชิ้นเดียว พวกเราทุกคนช่วยกันลดขยะครับ

พีค-ณัฐชนน : ผมขอเสริมพี่ซี ประธานเชียร์ว่า ในจุฬาฯ นั้น นอกจากการที่เราพยายามงดใช้หลอดพลาสติกแล้ว เราก็รณรงค์ให้งดใช้ถุงพลาสติกชนิดที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งด้วย เราพยายามให้นิสิตทุกคนมีถุงผ้าติดตัวไว้ หรือหากจะใช้ถุงพลาสติกก็จะไม่ใช้เพียงครั้งเดียวแล้วโยนทิ้งไป ถ้าหากยังสามารถนำกลับไปใช้ได้อีกในครั้งหน้า
คำถามประจำงานฟุตบอลประเพณี ซึ่งเป็นคำถามยอดฮิตคือ งานนี้เป็นงานฟุ่มเฟือยมาก น้องๆ จะตอบคำถามนี้อย่างไรครับ
กัส-สาริน : ขึ้นกับว่ามุมมองของใครครับ ส่วนเรื่องที่มีผู้วิจารณ์ว่างานฟุตบอลฯ เป็นงานที่ฟุ่มเฟือยนั้น ผมเห็นว่าไม่ฟุ่มเฟือยครับ เพราะงานนี้คือการลงทุนทางสังคมที่กลุ่มปัญญาชนมารวมตัวกันแสดงความเห็นให้สังคมรับทราบ งานนี้รองรับคนหลักหมื่นครับ โดยเฉพาะคนที่ไปร่วมงานที่สนามกีฬา และงานกิจกรรมอื่นๆ ที่เราจัดขึ้น เรามีทั้งงานเพื่อสังคม และมีด้านบันเทิงควบคู่ไปด้วย สาระสำคัญของงานฟุตบอลประเพณีคือการสื่อสารกับสังคม บอกให้สังคมเห็นถึงมุมมองของปัญญาชน และเป็นการจุดประกายให้คนในสังคมช่วยกันคิดในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมการลงทุนแบบนี้ผมเห็นว่าคุ้มค่าครับ

เจน-พิชญ์สุกานต์ : เป็นเรื่องของต่างคนต่างมุมมอง จริงๆ แล้วงานฟุตบอลประเพณีมีข้อดีมากมายนะคะ มันไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แน่นอนว่าการทำงานทุกอย่างมีต้นทุน แต่ต้นทุนที่เราเสียไปในงานนี้ก็คือการตอกย้ำให้สังคมเห็นว่าเราทุกคนต้องช่วยกันรักษาสังคม รักษาสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือเป็นเวทีการแสดงออกของปัญญาชนที่สะท้อนมุมมองให้สมาชิกสังคมได้รับทราบว่าปัญญาชนมองปัญหาสังคมอย่างไร และมีทางแก้ไขปัญหาสังคมอย่างไร งานนี้มีประโยชน์มากค่ะ
มีคนบอกว่าเอาเงินจากการจัดงานไปเลี้ยงอาหารเด็กพิการ เด็กกำพร้าดีกว่า น้องๆ อยากจะตอบคำถามนี้อย่างไร
เจน-พิชญ์สุกานต์ : จริงๆ แล้วการช่วยสังคม เราสามารถช่วยได้หลายรูปแบบ หลายหนทาง ช่วยตามทางที่แต่ละคนถนัด สำหรับพวกเราคิดว่า Make A Change คือการช่วยกันรักษาสังคมของเราให้ดีขึ้น สะอาดขึ้น แนวคิดนี้มาจากการกลั่นกรองของทีมทำงานฟุตบอลประเพณีของสองมหาวิทยาลัย และแนวคิดนี้ได้รับการยอมรับจากสังคมมากส่วนแนวคิดการเลี้ยงอาหารเด็กก็น่าสนใจ แต่ก็มีคนให้ความช่วยเหลือด้านนั้นอยู่แล้ว เราช่วยสังคมของเราหลายๆ ด้านพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ

การทำกิจกรรมเพื่อสังคมในช่วงก่อนงานฟุตบอลประเพณีก็เป็นเรื่องที่ทำกันมาทุกปี ปีนี้ทำอะไรกันครับ
ซี-พีรณัฐ : ทั้งจุฬาฯ และธรรมศาสตร์ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาหลายอย่างมาก สำหรับปีนี้พวกเราเห็นชอบรวมกันว่า หลังจากจบงานแล้ว เราจะต้องร่วมมือกันทำต่อไป เช่น ขยะต่างๆ จากงานฟุตบอลประเพณีต้องนำไป re-cycle เป็นอันดับแรก และต้อง re-cycleอย่างถูกกรรมวิธี จนทำให้ zero waste คือไม่มีการทิ้งขยะโดยเปล่าประโยชน์ขอแอบบอกอีกนิดนะคะ เสื้อของ staffs งานฟุตบอลปีนี้ ทำจากขวดน้ำพลาสติกนะคะ โดยตัวของหนูเองซึ่งเป็นประธานเชียร์ หนูเรียนด้านFashion Design จากคณะศิลปกรรม หนูก็ออกแบบเสื้อของ staffs ที่ทำจากขวดพลาสติกเก่า และยังนำขวดพลาสติกไปทำเป็นถุงสำหรับใช้บรรจุสิ่งของต่าง ๆ ในงานครั้งนี้ด้วยนะคะ และมีการร่วมกันบริจาคโลหิตระหว่างสองสถาบันด้วย โครงการนี้คือเลือดไม่แบ่งสี
ไปที่เรื่องเสื้อเชียร์กันบ้าง ปีนี้เสื้อเชียร์มี 2 สี สีชมพูอ่อนกับสีชมพูเข้ม เพราะอะไรครับ หรือว่าสีเข้มเป็นของผู้หญิง สีอ่อนสำหรับผู้ชาย
ซี-พีรณัฐ : เสื้อเชียร์ทั้งสองสีของเราสามารถสวมใส่ได้ทุกเพศค่ะ ไม่ได้แบ่งว่าสีไหนของชายหรือหญิง ปีนี้เราทำเสื้อสองสีคือ pink proud สีชมพูเข้ม กับ pink prideสีชมพูอ่อน สาเหตุที่ทำสองสีก็เพื่อให้เกิดความหลากหลายของสีสันเท่านั้น แต่การออกแบบและลวดลายเหมือนกันทุกอย่างต่างกันแค่เพียงสีเท่านั้น แต่ขอย้ำว่าpink proud เป็นเสื้อที่ต้องสั่งทำพิเศษ คือ limited เพราะฉะนั้นจะได้เฉพาะผู้สั่งเท่านั้น สั่งซื้อได้ที่เพจ ChulaAlumni และคุณๆ สามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ของงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 ได้ทางเพจ ChualAlumni นะคะ รับรองว่ามีข่าวสารน่าสนใจให้ติดตามทุกวัน
.jpg)
ขอถามเรื่องขบวนล้อเลียนการเมือง ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของงานนี้ครับ ปีนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้างครับ
ซี-พีรณัฐ : รับรองมีดีและเด็ดแน่นอน แต่ขอให้ไปดูในวันงานจริงๆ รับรองสะท้อนปัญหาสังคมได้ตรงประเด็นมาก แต่ขบวนล้อเลียนการเมืองปีนี้จะไม่ได้เน้นแค่ล้อเลียนเท่านั้น แต่จะสามารถนำแนวคิดไปใช้ประโยชน์ได้จริงด้วย
แสดงว่าอาจจะไม่ค่อยไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองมากนักใช่ไหม
ซี-พีรณัฐ : เกี่ยวข้องแน่นอนค่ะ ขอให้ไปดูในวันงานจริงๆ นะคะรับรองเด็ดขาด
อีกเรื่องที่คนสนใจมากก็คือเพลทบน stand cheer จะมีคำดุเด็ดเผ็ดมันแค่ไหนครับ
ซี-พีรณัฐ : รับรองดุเด็ดเผ็ดมัน แต่ไม่หยาบคาย เพราะเราเป็นปัญญาชน เราใช้คำที่ตรงประเด็นแต่ไม่หยาบคาย แต่เราขอเชิญชวนให้คุณๆช่วยกันเสนอด้วยว่าต้องการให้เรามีคำอะไรบ้างบนเพลทของจุฬาฯคุณสามารถส่งความเห็นไปได้ที่ facebook fanpage ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 เข้าไปดูใน facebook แล้วช่วยส่งความเห็นเข้าไปมากๆ นะคะ รอรับฟังนะคะ ไล่ลงไปดูด้านล่างของ facebookของเรานะคะ

ถามน้องๆ ลีดเดอร์บ้าง สำหรับท่าเต้นในปีนี้จะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากปีก่อนๆ ไหมครับ
เจน-พิชญ์สุกานต์ : ท่าเต้นลีดเดอร์ในเพลงหลักๆ ของมหาวิทยาลัยยังเหมือนเดิมค่ะ แต่เรามีโชว์พิเศษคือ ช่วงขอบคุณคนบนstand ในช่วงเย็น รับรองว่าปีนี้ไม่เหมือนปีก่อนๆ เราจะเน้นความสนุกสนานความประทับใจให้กับทุกคน ขอให้ไปชมนะคะ
แล้วลีดเดอร์ผู้ชายเล่าครับ
กัส-สาริน : ท่าของลีดเดอร์จุฬาฯในเพลงสำคัญของมหาวิทยาลัยจะเป็นท่ามาตรฐานที่เหมือนกันทุกปี ต้องรักษาไว้ แต่สำหรับท่าอื่นๆ ของลีดเดอร์ในช่วงเพลงอื่นๆ นั้น รับรองสนุกสนาน โดยเฉพาะช่วงปิดผมขอรับรองว่าทุกท่านต้องประทับใจแน่นอน ปีนี้จะแตกต่างไปจากทุกปีผมอยากเชิญให้ไปดูครับ
พีค-ณัฐชนน : ส่วนโชว์ช่วงการแสดงพักครึ่งของปีนี้ก็พิเศษจริงๆครับ อย่าลืมไปชมนะครับ

หลังเกมฟุตบอลจบไปแล้ว ทุกคนรอดูเรื่องบันเทิง ในปีก่อนๆมีคอนเสิร์ตแบบมโหฬารมาก ในปีนี้จะบิ๊กบึ้มอีกไหมครับ
ซี-พีรณัฐ : แน่นอนค่ะ บิ๊กบึ้มตั้งแต่ลีดเดอร์เลยค่ะ ชุดลีดเดอร์ก็บิ๊กบึ้มแน่นอน แล้วก็บิ๊กบึ้มต่อไปจนถึงทุกโชว์ เรียกได้ว่าพิเศษตั้งแต่ต้นจนจบ เราตั้งจุดขายไว้ว่า Go Big or Go Home
เน้นอีกทีครับ งานมีวันไหนครับ
ซี-พีรณัฐ : วันที่ 8 กุมภาพันธ์ค่ะ ตรงกับวันมาฆบูชาด้วยค่ะเช้าไปทำบุญกันก่อน แล้วพองานบอลเลิก ก็ไปเวียนเทียนด้วยกันนะคะ
จะฝากอะไรไปถึงคนดูบ้าง ทั้งคนจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ และคนทั่วไป เพราะบางคนบอกว่างานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เป็นงานของคนจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ คนนอกไม่กล้าไปดู
จินนี่-ณัฐณิชา : เรียนเชิญทุกคนค่ะ งานฟุตบอลประเพณีคืองานของคนไทยทุกคน ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เราต้อนรับทุกคน และอยากให้ไปชมกันมากๆ เงินจากการขายบัตรนำไปใช้เพื่อการกุศลทุกบาททุกสตางค์

เกือบลืมถามครับ ปีนี้มีคฑากรกี่คนครับ
ซี-พีรณัฐ : คฑากรมี 9 คนค่ะ ผู้ชาย 4 คน ผู้หญิง 5 คนค่ะแล้วปีนี้มีเพิ่มมาใหม่ด้วยค่ะ คือ คัลเลอร์การ์ด
อยากเชิญชวนผู้ชมผู้อ่านอะไรบ้างครับ เชิญครับ
กัส-สาริน : แนวคิดหลักของงานฟุตบอลประเพณีปีนี้คือ MakeA Change เปลี่ยน-ปรับ-ขยับสังคม เราทุกคนต้องการสื่อสารว่าขอให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาสังคมทุกรูปแบบ และช่วยกันขจัดปัญหา ขอเชิญทั้งชาวจุฬาฯ และธรรมศาสตร์ และทุกคนไปร่วมกับเปลี่ยน-ปรับ-ขยับสังคมของเราให้ดีขึ้น
พีค-ณัฐชนน : สุดท้ายนะครับ ฝากทุกคนไปร่วมเป็นแรงเชียร์และให้กำลังใจนักฟุตบอล และพวกเราทุกคนพวกเราให้สัญญาว่าพวกเราจะทำให้ดีที่สุดครับ

คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิงรายการ แนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา16.00-16.25 น.ทางโทรทัศน์ TNN2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน