บูรณาการรับมือ7วันอันตราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/404968?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

บูรณาการรับมือ7วันอันตราย

17 ธันวาคม 2562 – 08:56 น.
7 วันอันตราย,บูรณาการ,สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เปิดอ่าน 3,279 ครั้ง

บูรณาการรับมือ7วันอันตราย บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2562

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลแห่งความสุข ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แต่กระนั้น ความสูญเสียอันเกิดจากอุบัติเหตุทางถนนก็เป็นปัจจัยหลักที่สร้างความทุกข์ระทม และก่อความเสียหายให้แก่สังคมโดยรวม ทั้งในด้านจิตใจที่ประเมินค่าไม่ได้ อีกทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งหากเสียชีวิต นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะมีมูลค่าเฉลี่ยรายละ 5.3 ล้านบาท บาดเจ็บถึงขั้นพิการเฉลี่ยประมาณรายละ 6.2 ล้านบาท ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ และองค์กรต่างๆ จึงเร่งจัดโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตรายระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม ถึง 2 มกราคม 2563 ทั้งนี้จากข้อมูลช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลปีใหม่ 2562 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,791 ครั้ง ตาย 463 ราย บาดเจ็บ 3,892 ราย สาเหตุส่วนใหญ่มาจากดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว

      สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดโครงการรณรงค์ “ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม ร่วมรับผิดชอบสังคม” เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่ประชาชนและร่วมรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีเป้าหมายดำเนินคดีกับผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมขับรถเร็ว ขับรถย้อนศร ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่มีใบอนุญาต ขับรถแซงในที่คับขัน ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุรา ขับขี่รถและผู้โดยสารไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถจักรยานยนต์ในลักษณะที่ไม่ปลอดภัยและใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ ซึ่งทั้งหมดนี้เน้นไปที่ผู้ขับขี่เป็นหลัก ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้รายงานไว้ในปี 2559 ว่าประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนกว่า 2 หมื่นราย สูงเป็นอันดับที่ 9 ของโลก สาเหตุหลักมาจากการมีพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่และไม่มีวินัยจราจร

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นวันเริ่มต้นที่กรมการขนส่งทางบก บังคับใช้กฎหมายขนส่งทางบก 2522 อย่างเข้มงวด ด้วยมาตรการแบ่งรางวัลนำจับให้ประชาชน 50% ที่แจ้งเบาะแสการกระทำผิดของกลุ่มรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก โดยรางวัลส่วนแบ่งจะคิดจากมูลค่าของบทลงโทษปรับซึ่งมีตั้งแต่ 200-30,000 บาท ตามแต่กรณี ความผิดตามกฎหมายนั้นคือ ขับรถส่ายไปส่ายมา ขับรถประมาทหวาดเสียว ควันดำ บรรทุกผู้โดยสารเกิน ผู้แจ้งเบาะแสสามารถถ่ายรูปและส่งหลักฐานไปยังกรมการขนส่งทางบก ซึ่งผู้ทำผิดจะถูกเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน หากพบว่าผิดจริงจะโดนปรับและแบ่งรางวัลนำจับให้ผู้แจ้งต่อไป

ถือเป็นอีกมาตรการจากกรมการขนส่งทางบกเพื่อรับมือ 7 วันอันตราย อีกทางหนึ่งก็กำลังประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อบังคับใช้กฎหมายจราจรให้เข้มข้นมากขึ้น อันเป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน เพราะที่ผ่านมา ทั้งสองหน่วยงานถือกฎหมายคนละฉบับ ทำให้ยุ่งยากเช่นกรณีการออกใบสั่งของตำรวจ แต่กรมการขนส่งทางบกก็ไม่อาจยับยั้งการจ่ายภาษีประจำปีได้หากผู้ขับขี่ไม่ไปจ่ายค่าปรับ ส่วนมาตรการแบ่งรางวัลนำจับนั้น แม้จะเป็นอีกหนทางเพื่อลดอุบัติภัยบนท้องถนน แต่ก็ต้องมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้แจ้งเบาะแสที่อาจเกิดความขัดแย้งกับผู้ขับขี่ กลายเป็นทะเลาะวิวาทบนถนน นำไปสู่คดีความอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้ ท้ายที่สุด ประชาชนผู้ใช้ทางต้องยึดมั่นวินัยจราจรทั้งเพื่อความปลอดภัยของตนเองและสังคม

Leave a comment