“คิด 6 ศพ” เหนือฆาตกร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/405836?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“คิด 6 ศพ” เหนือฆาตกร

21 ธันวาคม 2562 – 09:45 น.
สมคิด พุ่มพวง,ฆาตกรต่อเนื่อง,คิด 6 ศพ,กระบวนการยุติธรรม,เจาะประเด็นร้อน
เปิดอ่าน 1,886 ครั้ง

รายงานพิเศษจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 21-22 ธ.ค.62

**************************

ต่อให้ใจชื้นว่าที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัว สมคิด พุ่มพวง” ได้อย่างรวดเร็ว แต่ความตะหนกตกใจของคนไทยกับข่าวนี้ไม่ได้อยู่ที่กลิ่นคาวเลือดในร่องรอยสังหาร

แต่เป็นเรื่องของการ “กลับมาก่อเหตุหลังพ้นโทษ” จนทำให้คนไทยตั้งคำถามถึงกระบวนการยุติธรรมไทยอีกครั้งว่ามันใช่แล้วหรือ?

และเรื่องนี้ต่อให้พูดซ้ำกี่ทีดูเหมือนว่าคนไทยไม่เคยได้รับคำตอบที่ถูกใจเท่าไหร่ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

สมคิด (แค่) ติดคุก

มุมแรก มั่นใจว่ามีคนไทยเกินล้านคนที่เชื่อว่า “สมคิด พุ่มพวง” ฆาตกรต่อเนื่อง 5 ศพ นอนคุกยาวไปแล้วตั้งแต่ปี 2548 ที่ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตทั้ง 5 คดี (5 ศพ) และถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง ก่อนย้ายกลับภูมิลำเนาไปอยู่ที่เรือนจำจังหวัดหนองคาย

แม้ว่านาทีนั้นคนไทยต้องการให้เป็นโทษประหาร ตายตกไปตามกัน แต่ลึกๆ ในใจเราต่างรู้ว่าโทษนี้ไม่มีอยู่จริงอีกแล้ว เพราะมีข้อมูลว่านักโทษคนสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิตด้วยการใช้อาวุธปืนคือเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2545

ต่อมาหลังแก้ไขกฎหมายเปลี่ยนมาเป็นการฉีดสารพิษ กรมราชทัณฑ์ได้บังคับโทษประหารชีวิตด้วยวิธีการนี้มาแล้ว 6 คน ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2546 ส่วนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2552

ระหว่างนั้นไทยก็ไม่มีประประหารนักโทษเลยจนกระทั่งในปี 2561 หรือผ่านมา ปี ไทยถูกประณามจากแอมเนสตี้ที่ประหารชีวิตชายอายุ 26 ปีในคดีปล้นฆ่า (ก่อเหตุในปี 2555) ซึ่งนับเป็นการประหารชีวิตครั้งแรกในประเทศนับแต่เดือนสิงหาคม 2552

ถามว่าเหตุใดจึงทิ้งช่วงไป 9 ปี ส่วนหนึ่งเพราะไทยได้เข้าร่วมกับแอมเนสตี้ในพันธกิจที่จะเดินหน้าไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิตและการปกป้องสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ของประชาชน

ส่วนถามว่าเหตุใดจึงตัดสินใจประหารนักโทษเด็ดขาดวัย 26 รายนี้ ก็เพราะเป็นนักโทษที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์และมีประวัติมาแล้วอย่างโชกโชน คดีนี้คือการฆ่าชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์นักเรียนชาย ม.5 รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตายรวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย

ผู้ก่อเหตุเป็นเด็กหนุ่มชาว จ.ตรัง ก่อเหตุ ศพ ถูกประหารแดดิ้นไปแล้ว ส่วนลุงชาวตรังอีกคนอย่าง สมคิด พุ่มพวง ผลงาน ศพ ติดคุกจริง 14 ปี ได้ออกมาก่อเหตุอีก ศพเมื่อเร็วๆ นี้เอง

คำถามนี้ใครต้องตอบ!

สมคิดจิตเสื่อม?

อีกหนึ่งปมแกะยาก คือสภาพจิตของ “คิด เดอะ ริปเปอร์” ที่สื่อมอบฉายาให้เกือบเท่! เพราะรูปแบบการก่อเหตุคือฆาตกรรมต่อเนื่องแบบ “แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์” ฆาตกรต่อเนื่องชาวอังกฤษที่โด่งดัง จนมีการนำมาสร้างเป็นหนังซีรีส์มากมาย

แต่คนไทยเชื่อว่าสมคิดผู้ที่อยู่ในข่าวระบุว่าเรียนจบ ป.จากนั้นก็ออกจากโรงเรียนมาใช้ชีวิตแบบคนนอกคอก ไม่น่าจะรู้จักแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ หากแต่ทั้งหมดมาจากตัวตนภายในที่ไม่ปกติล้วนๆ

ข้อมูลข่าวจากเนชั่นทีวี น่าสนใจมากเพราะระบุถึงตำรวจนายหนึ่งที่เคยเป็นพนักงานสอบสวนช่วงที่สมคิดก่อเหตุเมื่อ 10 กว่าปีก่อน และมีโอกาสได้ซักถามถึงแรงจูงใจในการฆ่า

สมคิดตอบกลับมาด้วยสีหน้าอมยิ้มว่า “เวลาผู้หญิงจะขาดใจ ช่องคลอดจะรัดตัวแน่นมากๆ ทำให้ถึงจุดสุดยอด” ซึ่งไปสอดคล้องกับที่อาการทางจิตที่เรียกว่า “โรคกามวิปริต” หรือ Paraphilia ซึ่งเป็นความตื่นตัวทางเพศระดับสูงต่อวัตถุ สถานการณ์ หรือบุคคลที่ไม่ใช่ลักษณะทั่วไป

แต่มุมนี้ไม่น่าตกใจเท่ากับว่าคนไทยได้รับรู้เอาตอนนี้เองว่าที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดทำแบบประเมินสุขภาพทางจิตของสมคิดเลย แถมทางกรมราชทัณฑ์เองก็ยอมรับว่าไม่ได้มีการประเมินความผิดปกติทางจิตของสมคิด ซึ่งการประเมินความผิดปกตินี้จะช่วยถอดรูปแบบชุดความคิดและอาการของผู้ก่อเหตุได้

เทียบเคสดังในต่างแดนมือสังหาร “จอห์น เลนนอน” แห่ง “เดอะ บีเทิลส์” ศพเดียวของ มาร์ค เดวิด แชปแมน เจ้าตัวถูกตัดสินจำคุก 20 ปีถึงตลอดชีวิต โดยมีเงื่อนไขว่าจะ “ต้องเข้ารับการรักษาสุขภาพทางจิต”

ตอนนี้เขายังคงเป็นคุณลุงวัย 64 ปีที่ยังหายใจอยู่ในคุก ไม่ว่าจะพยายามยื่นคำร้องขอทัณฑ์บนที่มีขึ้นทุกๆ 2 ปียังไงก็ได้รับการปฏิเสธทุกครั้ง ปี 2561 ความพยายามครั้งที่ 10 ของเขายังคงถูกปฏิเสธ

วันนี้ถึงกลับไปตรวจสภาพจิตของสมคิด พุ่มพวง มันจะคุ้มค่าขนาดไหน ไม่ต้องถามผู้ใหญ่ เพราะครอบครัวและญาติของเหยื่อ 6 ศพมีคำตอบให้คุณ

สมคิดฟอร์มดี

จากข้างต้นผู้รู้บางคนตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการการตรวจสภาวะทางจิตเวชมีราคาสูงจึงอาจทำให้กระบวนการยุติธรรมมิได้ดำเนินการดังกล่าวกับสมคิด แอบน่ากลัวว่าจะมีนักโทษอีกหลายรายที่ไม่เคยได้รับการตรวจ

แต่เมื่อค้นข้อมูลพบว่าช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้เอง กรมราชทัณฑ์เพิ่งมีหนังสือไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัด หัวเรื่องคือ กำชับแนวทางการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตและจิตเวชผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษ พร้อมขอทางเรือนจำ/ทัณฑสถานส่งการบ้านเป็นแบบรายงานการตรวจสภาวะทางจิตของผู้ต้องขังดังกล่าวกลับมาทุกเดือนที่ศูนย์สุขภาพจิต กองบริการทางการแพทย์ กรมราชทัณฑ์ จ.นนทบุรี

และเมื่อค้นข้อมูลต่อไปก็พบว่าตั้งแต่ปี 2540 กรมราชทัณฑ์โดยกองบริการทางการแพทย์ ได้ริเริ่มกำหนดนโยบายและการจัดบริการด้านสุขภาพจิตผู้ต้องขังเพื่อให้ผู้ต้องขังได้ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำอย่างมีความสุขมาก่อนแล้ว

ตอนนั้นนอกจากกำหนดโยบายและจัดทำแผนงานการให้บริการด้านสุขภาพจิตแก่ผู้ต้องขังและยังมีการกำหนดรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพจิต โดยให้เจ้าหน้าที่เรือนจำเป็นผู้ดำเนินกิจกรรม เช่น การให้คำแนะนำแก่ผู้ต้องขังแรกรับ จัดตั้งคลินิกสุขภาพจิต จัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อคลายเครียด การเตรียมผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษ การส่งต่อผู้ต้องขังป่วยโรคจิตไปรับการบำบัดรักษา ฯลฯ

ภาพจากมติชนออนไลน์

วันนี้ถามว่าทำไมสมคิด 6 ศพในวันนี้ถึงถูกระบุว่า “ไม่ได้” มีการประเมินความผิดปกติทางจิตของสมคิด คนไทยก็อย่าเพิ่งด่วนยกกำปั้นขึ้นมา เพราะภาพที่โลกโซเชียลพากันแห่แชร์สมคิดในลุคกุ๊กมือโปรกำลังทำเปาะเปี๊ยะทอด เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2557 สมคิดน่าจะเข้าข่ายนักโทษชั้นดีไปแล้ว

หลายคนบอก สงสัยเพราะเจ้าตัวกำลังทำเรื่องย้ายเรือนจำบางขวางไปหนองคายเลยต้องทำฟอร์มดีสักนิด ซึ่งที่สุดก็สำเร็จ จนมาล่าสุดคนไทยเพิ่งรู้ว่าเขาไม่เคยมีภูมิลำเนาที่หนองคายตามเหตุผลที่ร้องขอเลย

หรือนี่จะเป็นอีกหนึ่งช่องว่างที่คงไม่ได้รับการตรวจสอบเชิงลึก?

สมคิดติดยาว

ลูกบ้าเที่ยวนี้คนไทยฟันธงว่าสมคิดน่าจะติดคุกยาวไปไม่ได้ออกจริงๆ เพราะกระแสสังคมแรงยิ่งกว่าโทษทัณฑ์ใดๆ ในกระดาษ ไม่เชื่อไปถามสมคิดได้ว่าทำไมเครียดจนป่วย ไม่กล้าออกมาทำแผน

และในส่วนของกรมราชทัณฑ์เอง พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์  อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่ออกมาขอโทษสังคม แต่ก็แจงมาว่าการพ้นโทษตามกำหนดไม่ได้มีกลไกในการติดตามตัว ทำได้เพียงประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เฝ้าสังเกตพฤติกรรมในกรณีพิเศษ เช่นผู้ต้องหาคดีร้ายแรง หรือมือปืนรับจ้างเท่านั้น

จะว่าไปก็คล้ายๆ เคสต่างแดนที่เกิดขึ้นกับมือลอบยิงผู้นำสหรัฐตอนนั้นอย่าง โรนัลด์ เรแกน โดย จอห์น ฮิงคลีย์ จูเนียร์ จัดหนักผู้นำไปรวม 6 นัดพร้อมผู้ติดตาม คมกระสุนผ่าปอดท่านผู้นำทะลุ แต่ก็รอดชีวิตมาได้ในที่สุด

การสืบสวนเจ้าตัวสารภาพว่าทำไปเพราะชอบนักแสดงหญิง โจดี ฟอสเตอร์ จากบทบาทในภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องกล่าวถึงพระเอกที่พยายามลอบสังหารผู้นำ เลยอยากทำแบบพระเอกเพื่อเอาใจดาราสาว

แน่นอนศาลลงความเห็นว่าเป็นผู้มีสติไม่สมประกอบ ตัดสินให้กักบริเวณและรักษาสภาพจิตโดยไม่มีกำหนดในโรงพยาบาลจิตเวชเซนต์ เอลิซาเบธ วอชิงตัน ดีซี ตั้งแต่ปี 2525

ปี 2559  เขาก็เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากโรงพยาบาล และแม้ว่าจิตแพทย์วินิจฉัยคอนเฟิร์มว่าหายแล้ว แต่เขาก็ยังต้องถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานภาครัฐ ถูกจำกัดการเดินทาง รวมถึงต้องพบจิตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

แน่นอนเคสนี้คือ “กรณีพิเศษ” คนไทยฟังแล้วคงปลง เพราะ “คิด 5 ศพ” ก่อนออกจากคุกคงไม่เข้าข่าย แถมเหยื่อก็คือชาวบ้านอย่างเราๆ ครั้นจะเดินตามรอยความยุติธรรมแบบต่างแดนที่ยกตัวอย่างมา ก็คงโลกสวยเกินไป

แต่เรื่องร้ายหลังพ้นคุกของสมคิด คนไทยกลับมาคาดหวังอีกครั้งว่าเรื่องนี้ต้องกลายเป็นกรณีพิเศษ เช่นเดียวกับนักโทษรายอื่นที่รอการพ้นโทษ เพราะนี่หมายถึงชีวิตของผู้บริสุทธิ์ที่เดินถนนอยู่ข้างนอก

วันนี้ภาครัฐขานรับตรงนี้ แต่จะเรียก “วัวหายล้อมคอก” หรือไม่ ก็ยังดีกว่าไม่คิดทำ โดยเฉพาะบทลงโทษของผู้ที่รีเทิร์นเดอะดาร์คไซด์ “กลับมาก่อนเหตุซ้ำ” คนไทยขอว่าต้อง “แอดวานซ์” จัดหนักขึ้นไปอีก

Leave a comment