#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
พปชร.เสริมเกราะ วางกลยุทธ์ปี 63

พปชร.เสริมเกราะ วางกลยุทธ์ปี 63 คอลัมน์… EXCLUSIVE TALK
ยังเป็นพรรคการเมืองใหญ่ถูกจับตามองทุกการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เมื่อพรรคพลังประชารัฐจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 เพื่อขยับโครงสร้างผู้บริหารพรรคใหม่อีกครั้ง รองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในปี 2563 โดยเฉพาะหมวก “แกนนำรัฐบาล” ต้องผลักดันเรือเหล็กไปยังเป้าหมายตามที่ประกาศนโยบายหาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง 24 มีนาคม
แต่หน้าตากรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะเป็นหัวใจสำคัญให้พลังประชารัฐ เดินไปสู่ทิศทางที่วางไว้ให้สำเร็จแค่ไหน “เนชั่นสุดสัปดาห์” พาไปพูดคุยกับ “ธนกร วังบุญคงชนะ” โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ถึงโรดแม็พ พปชร.ตลอดปี 2563 เริ่มต้น “ธนกร” บอกว่า การปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ เป็นการเพิ่มตามความเหมาะสมเพื่อให้การทำงานในพรรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกรรมการบริหารแต่ละกลุ่มจะทำหน้าที่ครอบคลุมแต่ละพื้นที่เพื่อให้การทำงานของ ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคเชื่อมโยงกัน รวมถึงจะได้เชื่อมโยงกับประชาชนในพื้นที่ด้วน ถือเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการทำงานของพรรคพลังประชารัฐในปี 2563 เพราะเชื่อว่าจะมีสถานการณ์ทางการเมืองที่เข้มข้นมากขึ้น ทำให้พรรคพลังประชารัฐต้องปรับยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเมืองในสภา
“วันนี้นโยบายหลายๆ ด้านของพลังประชารัฐซึ่งทำงานในพรรคร่วมรัฐบาล โดยนโยบายที่คิดจะทำจะต้องทยอยทำตามความสำคัญแต่ละลำดับ ซึ่งมาจากการปรับยุทธศาสตร์พรรคเพื่อดำเนินการนโยบายเหล่านี้ให้แก่ประชาชน”
ส่วนประเด็นที่จะปรับปรุงตั้งแต่จุดเริ่มต้นการตั้งพรรคจนถึงการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลวันนี้ “ธนกร” ยอมรับว่าสิ่งสำคัญอยู่ที่การสื่อสารกับประชาชน วันนี้พรรคพลังประชารัฐต้องปรับปรุงตรงนี้ เพราะเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วต้องทำนโยบายสู่ประชาชน ตั้งแต่เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การดูแลผู้สูงอายุ การดูแลเรื่องประกันรายได้ให้ชาวเกษตรกร ดังนั้นพรรคต้องปรับเปลี่ยนเพื่อทำงานให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด
ขณะที่การเข้ามาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคจะช่วยผลักดันพรรคไปข้างหน้าอย่างไร “ธนกร” ชี้ให้เห็นถึงบทบาทของพล.อ.ประวิตร ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของพรรคพลังประชารัฐ เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย รวมถึงขับเคลื่อนทุกอย่างของพรรคและเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่บารมี ดังนั้นการที่ พล.อ.ประวิตร เข้ามาเป็นประธานยุทธศาสตร์ของพรรคเชื่อว่าทำให้พรรคพลังประชารัฐมีความเป็นปึกแผ่นและมีประสิทธิภาพในการทำงานให้ประชาชนไปด้วย
ถามถึงกระแสข่าวภายในพรรคในแต่ละกลุ่มที่ยังมีจุดยืนของตัวเอง “โฆษกพลังประชารัฐ” ย้อนกลับไปถึงก่อนการเลือกตั้งของพรรค มาจากหลายกลุ่มการเมือง แต่เมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้วในพรรคเดียวกันยืนยันว่ามีความเป็นเอกภาพ สังเกตได้ว่าในพรรคไม่มีปัญหาเรื่องความขัดแย้งอะไรทั้งสิ้น ในขณะเดียวกันแต่ละกลุ่มก็ไปดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี ทำให้ทุกอย่างสมดุลหมดแล้ว ดังนั้นปัญหาต่างๆ จะไม่มี โดยพรรคพลังประชารัฐจะเป็นเอกภาพอย่างเหนียวแน่น ยิ่งเรามีนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรคที่สามารถเชื่อมได้กับทุกกลุ่ม ทำให้ระบบของพรรคจะถูกขับเคลื่อนต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับสถานการณ์การเมืองในปี 63 “ธนกร” ประเมินว่าจะเข้มข้นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่พรรคอนาคตใหม่นำประชาชนลงถนน ซึ่งส่วนตัวไม่เคยเห็นด้วยกับเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น เพราะการเมืองแบบนี้จะนำไปสู่จุดเดิมอีก จะสร้างความขัดแย้งให้ประชาชนและประเทศชาติ ทางที่ดีพรรคอนาคตใหม่ควรต่อสู่ในระบบรัฐสภา เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคอื่นๆ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย กลับทำหน้าที่ในสภาอย่างดี ได้นำปัญหาของประชาชนไปสู่สภา ใช้เวทีสภาในการแก้ปัญหาให้ประชาชน ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วในระบอบประชาธิปไตย
“แต่พรรคอนาคตใหม่ต้องมีวิธีการแบบนี้ด้วย ถ้าให้เหตุผลว่าประชาชนไม่เสมอภาค หรือประชาชนเดือดร้อน ก็ไม่ใช่เหตุผลเลยที่จะนำมวลชนไปสู่ท้องถนน เพราะจะกระทบเรื่องเศรษฐกิจ กระทบเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรอย่างยิ่ง”
“ธนกร” บอกว่า ในส่วนพรรคพลังประชารัฐ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังมุ่งมั่นจะทำงานเพื่อประชาชนอย่างเดียว เพราะในเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองสังเกตได้ว่า แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร หรือ นายอุตตม ไม่ได้มุ่งเน้นประเด็นทางการเมืองเลย ยังเดินหน้าพยายามทุกอย่างในการแก้ไขปัญหาให้ประเทศเพื่อทำนโยบายให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนคงต่อไป ทำให้เชื่อว่าลึกๆ แล้วประชาชนจะเข้าใจในความมุ่งหวังของพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลว่าจะทำงานเพื่อประชาชน
“รัฐบาลจะใช้เรื่องงานเป็นหลัก เพราะเมื่อมีผลงานแล้วประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ตรงนี้จะเป็นเกราะส่วนหนึ่งทำให้การเมืองของฝ่ายค้านเบาบางลง”