#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/politic/455290
“แรมโบ้” ซัด “ปิยบุตร” จิตอคติก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงตลอด

15 มกราคม 2564 – 10:59 น.
“แรมโบ้” ซัด “ปิยบุตร” จิตอคติก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงตลอด ไม่เคยคิดช่วยบ้านเมืองเรื่องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนวันๆคิดแต่เรื่องก้าวล่วงสถาบัน ที่คนไทยส่วนใหญ่เกือบทั้งประเทศไม่เห็นด้วย
15 ม.ค.64 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 เพราะมีปัญหาในทุกมิติ โดยระบุว่าไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายปิยบุตร ในสมองถึงยังคงวนเวียนกับการเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา112 เพราะขณะนี้เป็นช่วงที่ประเทศต้องการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่างๆจากสถานการณ์โควิด-19 แทนที่ควรให้หยุดพูดในเรื่องนี้ก่อนและหันมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ในสมองกลับคิดแต่จะวางแผนในเรื่องก้าวล่วงสถาบัน
ส่วนที่นายปิยบุตร ระบุว่าขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว เสียงสนับสนุนให้ยกเลิกมาตรา 112 มีมากกว่าเดิมเยอะ ประชาชนจำนวนมากพร้อมสนับสนุน อยากถามกลับว่าแล้วประชาชนที่ไม่สนับสนุนให้มีการยกเลิกมาตรา112 มีจำนวนมากมากมายมหาศาลเต็มแผ่นดินเช่นเดียวกันนายปิยบุตรก็รู้แก่ใจ ซึ่งตนเองมั่นใจว่ามีมากกว่าหลายเท่า อย่ามาเดาเข้าข้างตัวเองแบบมั่วๆเอาเอง คนไทยเกือบทั้งแผ่นดินต้องการมีมาตรา112 ให้คงอยู่และต้องการบังคับใช้อย่างเคร่งครัดกับคนที่ฝ่าฝืนกระทำผิดมาตรา112 เอามาลงโทษตามกฎหมายให้ได้เด็ดขาด
ทั้งนี้สถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นที่เคารพและศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ แต่นายปิยบุตรคิดแต่จะเข้าข้างตัวเองว่ามีคนสนับสนุนจำนวนมาก แต่ไม่สนใจความคิดหรือจิตใจของคนทั้งประเทศเลย สิ่งที่นายปิยบุตรพูดคือความคิดที่คนไทยอ่านออกว่า เป้าหมายคือการจวบจ้วงก้าวล่วงคิดล้มล้างสถาบัน คนไทยไม่ได้โง่อย่ามาวางแผนคิดทำลายสถาบันเลย คนไทยไม่ยอมแน่นอน
และที่นายปิยบุตรบอกว่าไม่ควรมีใครถูกจำคุกเพียงเพราะการใช้เสรีภาพในการแสดงออก และจะปล่อยให้ “อนาคตของชาติ” โดนตั้งข้อหา ดำเนินคดีแบบนี้ต่อไปไม่ได้นั้น นายสุภรณ์ระบุว่าขอให้นายปิยบุตรกลับไปดูพฤติกรรมของแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยว่าเป็นอย่างไร และการดูหมิ่นกล่าวให้ร้ายคนอื่นนั้นนายปิยะบุตรถือเป็นเรื่องที่ดีใช่หรือไม่ ทั้งนี้การชุมนุมก็ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายที่มีอยู่
นายสุภรณ์ยังมองว่านายปิยบุตรเป็นถึงอาจารย์ แต่กลับทำตัวไม่มีเหตุผล เห็นแก่ตัว เอาแต่ตัวเอง โดยไม่สนใจที่จะฟังเสียงคนอื่น ไม่สนใจในสิทธิและเสรีภาพของคนอื่น คนแบบนี้ตนเองมองว่าไม่เหมาะที่จะเป็นอาจารย์ หรือแม้แต่จะเป็นนักการเมืองที่ถือเป็นผู้แทนของประชาชน
“จำไว้ ถ้าอยู่อย่างปกติเหมือนคนทั่วไปมาตรา 112ไม่เคยเดินไปเล่นงานใครก่อน มีแต่นายปิยบุตรและพวกที่เดินมาหามาตรา112 เองต่างหาก กฎหมายจึงต้องบังคับใช้ เป็นเพราะนายปิยบุตรและพวกในหัวสมองในจิตใจ ไม่เคยจงรักภักดีและไม่เคยหวังดีต่อสถาบันกษัตริย์ จึงต้องการยกเลิกมาตรา112 อย่าคิดว่าคนไทยที่รักสถาบันจะโง่ ตามความคิดนายปิยบุตรไม่ทัน และคนไทยที่รักสถาบันปกป้องสถาบันจะไม่มีวันยอมให้ยกเลิกมาตรา112 เด็ดขาด”