#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/546605

ชาวสวนบางสะแก อนุรักษ์ ‘ส้มแก้ว’ ผลไม้ท้องถิ่น ของดีแม่กลอง
วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564, 18.45 น.
19 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่สมุทรสงครามเป็นพื้นที่ “สามน้ำรักจืดรักเค็ม” ชาวสวนส่วนใหญ่นิยมปลูก “ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่” เพราะมีรสชาติดี แต่ที่ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม นอกเหนือจากปลูกส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่แล้ว ที่นี่ยังมีการปลูก “ส้มแก้ว” แซมไว้ในสวนส้มโอขาวใหญ่อีกด้วย ซึ่งน้อยคนนักที่จะรับรู้ถึงผลไม้ชนิดนี้ โดยชาวสวนได้ปลูกแซมในสวนส้มโอไร่ละ 12 – 15 ต้น โดยใช้กิ่งชำโตไว ให้ผลผลิตดีและไม่กลายพันธุ์ การปลูกส้มแก้วต้องใช้เวลา 3-5 ปีเป็นอย้างน้อย จึงจะเริ่มให้ผลผลิต ต้นที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป จะให้ผลผลิต มากน้อยอยู่ที่ขนาดของต้น และขึ้นกับการดูแลเอาใจใส่

สำหรับ ส้มแก้ว เป็นผลไม้โบราณและเป็นหนึ่งในตระกูลส้มที่คนจีนถือว่าเป็นผลไม้มงคลจะซื้อนำไปกราบไหว้บรรพบุรุษ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา เพราะมีสีเหลืองทอง มีผลลักษณะคล้ายส้มเขียวหวาน แต่ผลใหญ่กว่าประมาณ 2 เท่า มีน้ำหนักดี 1 กิโลกรัมมี 2-3 ผล มีรสชาติอร่อยหวานอมเปรี้ยว และให้ประโยชน์มากมาย ซึ่งส้มแก้วจะมีกลีบใหญ่และน้ำเยอะ จึงเหมาะสำหรับคั้นน้ำส้ม
ทว่าชาวสวนไม่นิยมปลูกส้มแก้ว เนื่องจากต้องใช้เวลา 12 เดือนในการออกดอกและเก็บเกี่ยวผลผลิต จึงตัดและโค่นต้นทิ้งคงเหลือไว้สวนละไม่กี่ต้นเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นส้มแก้วก็ปลูกมานานแต่โบราณ จึงมีชาวสวนบางรายได้นำกลับมาปลูกใหม่ เพราะเห็นว่าเป็นผลไม้เก่าแก่จึงอยากจะอนุรักษ์ไว้ โดยที่ผ่านมา เมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวปรากฏว่านำไปขายได้ราคาดี แต่ในช่วงที่มีโควิด-19 แพร่ระบาดทำให้ราคาตก เหลือเพียงกิโลกรัมละ 40-50 บาท ซึ่งต่างจากช่วงปกติ ที่กิโลกรัมละ 60 – 70 บาท แต่ถือว่าเป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรนอกเหนือจากส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ ในปัจจุบันนี้การปลูกได้ขยายพื้นที่ออกไปในหลายพื้นที่บางแล้ว แต่ที่ได้ผลดีที่สุดคือพื้นที่ตำบลบางสะแก
