#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/547532

ทึ่ง!คุณตาวัย 82 ใช้เวลาว่างนั่งจักสานผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ขายสร้างรายได้เลี้ยงตัวเอง
วันเสาร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2564, 17.04 น.
วันนี้ (23 ม.ค.64) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ได้พบเห็นคุณตาวัย 82 ปี ชื่อคุณตาเทือน แว่นดี อยู่บ้านเลขที่ 92/1 หมู่ที่ 15 บ้านตรวจ ตำบลตรวจอำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ นั่งจักสานผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่โดยใช้ความสามารถที่เคยร่ำเรียนมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ จักสานเป็นของใช้ต่างเช่นไซดักปลา ที่พัดข้าว ตะกร้าและของใช้ในบ้านขายสร้างรายได้ให้ตัวเอง
คุณตาเทือน แว่นดี กล่าวว่า ตนเองเป็นคนชอบงานทำจักสานอยู่แล้วเพราะทำให้ใจเย็นและฝึกสมาธิและแสดงฝีมือในการทำเครื่องจักสานแบบบ้านๆ โดยตนเองเคยร่ำเรียนมาตั้งแต่เป็นหนุ่มและก็ยังไม่ลืม ช่วงนี้อายุก็ค่อนข้างจะมากแล้วออกไปหาทำงานนอกบ้านและทำอย่างอื่นไม่ได้แล้วจึงใช้เวลายามว่างหลังจากที่ไปเป็นจิตอาสาและเป็น อสม.ให้ความรู้กับชาวบ้านและช่วยเหลือสังคมที่โรงพยาบาลตำบลตรวจ
วันไหนที่ไม่ได้ออกไปช่วยงานสังคมหรืองานจิตอาสาว่างๆ ตนเองก็จะใช้เวลาว่างมานั่งจักสานของใช้เพื่อไว้ขายให้คนในหมู่บ้านและคนทั่วไปที่สนใจ โดยบางครั้งก็จะมีหน่วยงานจากจังหวัดสุรินทร์ลงมาเยี่ยมชมและซื้อไปบ้างโดยราคาจะขึ่นอยู่ที่ความยากง่ายแล้วแต่แบบ โดยจะขายในราคาเริ่มต้นที่ 40-300 บาทแล้วแต่แบบ ในแต่ละแบบจะใช้เวลาทำประมาณ 3 วัน ขึ้นอยู่ที่ว่าตนเองจะนั่งได้นานแค่ไหน ขายได้ก็จะเอาไว้ซื้อข้าวสารและของใช้เพื่อเลี้ยงดูตัวเอง เพราะตนเองแก่แล้วอยู่คนเดียวกินได้ไม่มาก
ตาเทือน แว่นดี ยังกล่าวอีกว่า เมื่อก่อนตนเองก็อยู่กับภรรยาและลูกต่อมาลูกและภรรยาก็เสียชีวิตลงเหลือลูกอีกคนก็แต่งงานและแยกครอบครัวออกไปนานแล้วตนเองก็อยู่เพียงลำพังสู้ชีวิตไปจะตายวันไหนก็ยังไม่รู้ ปัจจุบันก็ไปหารับจ้างอย่างอื่นไม่ได้แล้วมีแค่เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 800 บาทเท่านั้นที่ไว้เลี้ยงตัวเองจนถึงสิ้นลมแต่ก็ยังมีความรู้ความสามารถด้านนี้ ใช้เวลายามว่างมานั่งจักสานเครื่องใช้จากไม้ไผ่และบ้างครั้งทาง ตำบล และทางอำเภอก็ให้ตนเองไปบรรยายและให้ความรู้ชาวบ้าน ยังก็ยังได้รับประกาศนียบัตรชื่นชมหลายใบตนเองก็ภูมิใจเป็นอย่างมาก แต่ตนเองก็ยังเป็นห่วงว่าอนาคตงานฝีมือหรืองานจักสานแบบนี้จะหาคนสืบทอดได้ยากเพราะว่าคนสนใจน้อยและค่อนข้างหายากแล้วกลัวว่าวันหนึ่งวันใดที่ตัวเองสิ้นชีวิตไปก็จะไม่มีใครมาสืบทอดอีก





