#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/547909

ลึกลับในสนามข่าว : 26 มกราคม 2564
วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
nn…โควิด-19 กลับมาระบาดอีกระลอก ทำให้คนไทยต้องปรับเปลี่ยนไปใช้ชีวิตวิถีใหม่กันอย่างจริงจัง เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อและลดแพร่ระบาด การเก็บตัวอยู่บ้าน ทำงานที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ใช้กันมากที่สุด เช่นเดียวกับ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือประธาน กกต. “อิทธิพร บุญประคอง” ถึงจะไม่ได้ทำงานที่บ้านแต่การลงพื้นที่หรือไปงานกิจกรรมที่ไหนระยะนี้เบรกไว้ก่อน ทำให้เจ้าตัวมีเวลาพอได้ทำกิจกรรมโปรดสุดๆคือ อ่านหนังสือ…แว่วมาว่า ช่วงโควิดมาเยือนประธาน กกต.อ่านหนังสือจบเป็นเล่มๆ จบแล้วไปหาช็อปในร้านหนังสือออนไลน์ได้เลือกซื้อหนังสือใหม่มาอ่าน จบแล้วก็สั่งเล่มโน่นเล่มนี้มาอีก…เรียกว่าเข้าร้านหนังสือออนไลน์ทุกวัน และก็ได้ติดไม้ติดมือมาทุกวัน ประมาณนั้น
…ด้วยความที่เป็นอดีตนักการทูตมากฝีมือ หนังสือที่อ่านนั้น เป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ!!! ความหนาไม่ต่ำกว่า 400 หน้า จนถึง 800 หน้าทีเดียว แนวที่โปรดปราน เป็นหนังสือสารคดี หรือ Non-fiction book คือ หนังสือที่แต่งขึ้นจากเรื่องที่เรียบเรียงขึ้นจากความจริง ไม่ใช่จากจินตนาการ มุ่งให้สาระความรู้แก่ผู้อ่านเป็นสำคัญ ไม่เฉพาะความเพลิดเพลิน
…เจอะเจอกันวันก่อน นักข่าวก็เลยถามไถ่ทั่นประธาน กกต.ว่าช่วงนี้อ่านหนังสืออะไรไปบ้างแล้ว มากมายแค่ไหนเลยได้คำตอบว่า อ่านไปแล้ว 20 กว่าเล่ม ส่วนใหญ่ก็ตามสไตล์ที่ชอบ แนวประวัติศาสตร์ของประเทศต่างๆ สงครามโลก พร้อมยกตัวอย่าง อาทิ เรื่อง Man or monsterที่เขียนถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชา อ่านเพราะอยากรู้เหตุผลที่มาที่ไป หรืออีกเล่มเป็นเรื่องสงครามกลางเมืองในซีเรีย ความขัดแย้งของคนชาติเดียวกัน “Home that was my country”… ส่วนที่เกี่ยวกับสงครามโลก ก็มี อาทิ “Holocaust” สมัยฮิตเลอร์ปกครองเยอรมัน ประธาน กกต.บอกเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้คนเขียนมีความสามารถ เขียนให้อ่านสนุกได้ แต่เรื่องราวเศร้ามาก
ถามถึงเรื่องที่ชื่นชอบอันดับต้นๆ เจ้าตัวบอกว่า น่าจะเป็นEmbracing defeat คนเขียนเก่ง เขียนสนุก แต่อ่านยากมาก ต้องใช้เวลาเป็นเดือนถึงจะจบเล่ม แต่ถือว่าคุ้ม เพราะคว้ารางวัลพูลิตเซอร์มาด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตและสังคมของคนญี่ปุ่น หลังแพ้สงครามโลก ชื่อหนังสือถ้าแปลเป็นไทยก็ความหมายดีสละสลวย “โอบกอดของความพ่ายแพ้”….ยังไม่จบเท่านั้น อีกเล่มที่ทั่นประธานอยากแนะนำคือ “War Doctor” เล่าเรื่องของหมอที่ต้องปฏิบัติหน้าที่กลางสนามรบ อ่านแล้วรับรู้ได้ถึงความเสียสละของหมอและต้องใจใหญ่มาก …ยิ่งคุยยิ่งติดลม ประธาน กกต.ยังแนะนำหนังสือให้กระจอกข่าวไปหาอ่านอีกหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็น Black Wave ซึ่งเจ้าตัวบอกให้เป็นแนวสารคดีที่อ่านสนุกกว่านิยาย และสำนักพิมพ์ต่างๆ ต่างยกให้เป็นหนึ่งใน 100 เล่มแรกที่หนอนหนังสือควรอ่าน
…แถมท้ายอีกเล่มที่ประธาน กกต.เล่าละเอียดยิบ เพราะติดใจตัวละครเป็นสายลับสาวชาวเยอรมัน มากฝีมือ ที่เชื่อว่า คอมมิวนิสต์เป็นสิ่งที่ดี ทำให้โลกสงบและเท่าเทียม สุดท้ายก็กลายเป็นสายลับให้รัสเซียทั่นประธานบอกว่า “เป็นสายลับหญิงมากความสามารถ เก่งกว่าผู้ชายหลายคนซะอีก…”…แหมมม…ขอบอกนี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น งานนี้ ใครภาษาอังกฤษแข็งแรง ก็น่าจะลองไปหามาอ่านดู ทั่นประธาน กกต.การันตีความสนุกจนวางไม่ลง แถมยังได้สาระความรู้รอบตัวรอบโลก ประวัติศาสตร์ประเทศต่างๆอีกต่างหาก โดยเฉพาะ พวกเอกสารลับ บันทึกไดอารี่ต่างๆ ที่เก็บเป็นความลับมานาน 40-50 ปี นักเขียนเหล่านี้จะไปค้นคว้านำมาเป็นข้อมูลเขียนเรื่อง ทำให้คนอ่านได้เห็นได้รับรู้ไปด้วย อย่างที่ทั่นประธาน กกต.บอก “ถ้าเราอ่านหนังสือทั้งทีควรได้ความรู้ ได้แนวคิดวิธีคิด ที่ทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ในสังคม ทั้งความเป็นอยู่ของโลกปัจจุบันและสมัยก่อน หลายเล่มให้ความบันเทิงมากน้อยต่างกันไป บันเทิงด้วย แต่ไม่ใช่จินตนาการล่องลอยเพ้อฝัน ความจริงแทรกอยู่ถึง 75% ขึ้นไป โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้…”…ฟังเพลินเลย สมเป็นหนอนหนังสือโดยแท้ สำนักพิมพ์ไหนอยากได้กูรูแนะนำหนังสือ น่าจะติดต่อดู รับรองไม่ผิดหวังจ้า…nn