#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/644118
วันที่ 31 ม.ค. 2564 เวลา 13:36 น.
หลังจากที่กลุ่มต่อต้านวัคซีนรวมตัวกันก่อกวนศูนยืฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ
ในที่สุดกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีนก็เริ่มแสดงพลังในที่สุด เมื่อกลุมคนเหล่านี้รวมพลังกับกลุ่มต่อต้านการล็อคดาวน์ไปก่อกวนสนามกีฬา Dodger Stadium ของลอสแองเจลิสซึ่งใช้เป็นหนึ่งในสถานที่ฉีดวัคซีนโควิด -19 ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ จนถูกปิดเกือบหนึ่งชั่วโมงในบ่ายวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (หรือประมาณเช้ามืดตามเวลาวันอาทิตย์ของประเทศไทย)
กลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีน หรือบางครั้งเรียกว่า anti-vaxxers ไม่ได้เพิ่งมีในตอนการระบาดของโควิด-19 แต่เกิดขึ้นมาลหายปีแล้ว เป็นกลุ่มที่ไม่ยอมให้ลูกหรือตัวเองฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อที่เป็นอันตรายต่อคนในสังคมโดยรวม โดยอ้างว่าวัคซีนทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น บางคนอ้างว่าวัคซีนทำให้เด็กในครรภ์ป่วยเป็นออทิสติกเป็นต้น คนกลุ่มยนี้ถูกมองว่าเป็นพวกที่ไม่เชื่อข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเป็นพวกที่ปั้นทฤษฎีสมคบคิดขึ้นมา
น่าเป็นห่วงว่าในช่วงที่มีข่าวเรื่องผลกระทบของวัคซีนโควิด-19 สูตรต่างๆ อาจทำให้กลุ่ม anti-vaxxers ก่อตัวใหญ่ขึ้นและในที่สุดกลายเป็นขบวนการต่อต้านการฉีดวัคซีนที่ทำให้ความพยายามควบคุมการระบาดไม่ประสบผลสำเร็จ
ครั้งนี้กลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีรวมพลังกับกลุ่มฝ่ายขวาหัวรุนแรงซึ่งเป็นกลุ่มที่สนับสนุนแนวคิดของโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงให้เห็นว่าถึงแม้ว่าทรัมป์จะไม่มีอำนาจแล้ว แต่แนวคิดขดองเขายังมีอิทธิพลต่อไปและจะส่งผลกระทบต่อความพยายาามหลายๆ ด้านในการควบคุมการระบาด ซึ่งตัวทรัมป์เองก็ปล่ายข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับโควิด-19 จนสังคมเกิดความสับสนมาแล้ว และมีคนจำนวนมากเชื่อด้วยซ้ำ
ดร. ปีเตอร์ โฮเตซ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อกล่าวว่าการเคลื่อนไหวต่อต้านวิทยาศาสตร์ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในสหรัฐและทั่วโลกและเป็นการต่อต้านวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโควิด -19 เป็นการต่อต้านข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
เขาบอกว่าถึงแม้ว่าทรัมป์จะแพ้การเลือกตั้งและรัฐบาลไบเดนให้คำมั่นว่าจะใช้ยุทธศาสตร์จัดการการระบาดโดบอิงกับวิทยาศาสตร์ แต่ผลพวงของพวกที่เชื่อในทรัมป์ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแล้ว
Photo by JUSTIN TALLIS / AFP