#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/549527

‘เกษียร’วิเคราะห์รัฐประหารเมียนมา’64 ไม่ใช่‘จุดจบ’แต่เป็น‘จุดเริ่มต้น’อีกหลายปัญหา
วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 13.28 น.
1 ก.พ. 2564 ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์สาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Kasian Tejapira” วิเคราะห์สถานการณ์ในเมียนมาหลังกองทัพทำรัฐประหาร ดังนี้..
“รัฐประหารเมียนมา ๒๐๒๑ ไม่ใช่แค่จุดจบ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของอีกหลายๆ อย่างด้วย
รัฐประหารเมียนมาไม่ใช่เป็นแค่จุดจบแห่งการใช้ความรุนแรงต่อการเลือกตั้ง (electoral violence) เพื่อล้มผลเลือกตั้งของกองทัพเท่านั้น หากยังเป็นจุดเริ่มต้นของหลายสิ่งหลายอย่าง อาทิ
-จุดเริ่มต้นของอาการติดเพดานขลุกขลักในการเลือกเลื่อนตำแหน่งไต่สูงขึ้นไปตามลำดับปกติในกองทัพ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่ายที่ถ่างก้นนั่งควบเก้าอี้นำกองทัพกับการเมืองต่อไป จะลุกไม่ขึ้นง่ายๆ เพราะต้องหวงแหนยึดกุมการนำกองทัพไว้ให้มั่นคงหรือส่งต่อให้ลูกน้องที่วางใจได้ ซึ่งย่อมกลายเป็นจุกอุปสรรคการเลือกเลื่อนตามปกติของนายทหารระดับรองๆ ลงไป อันจะยิ่งเพิ่มเดิมพันและเชื้อมูลความขัดแย้งแบ่งฝักฝ่ายทางการเมืองและการทหารในกองทัพมากขึ้น
-จุดเริ่มต้นของการพังทลายของหลักนิติธรรม (the rule of law) สภาพไร้ขื่อไร้แปขยายวงออกและการสวิงไปสู่แนวคิดแข็งกร้าวถึงรากยิ่งขึ้นของพลังฝ่ายค้าน (radicalisation) ทั้งที่สู้ด้วยอาวุธและด้วยความไม่รุนแรง
-จุดเริ่มต้นของการโทษรัฐบาลพลเรือนไม่ได้ต่อปัญหาโควิด-๑๙ ระบาดและผลกระทบทางเศรษฐกิจอีก ต่อแต่นี้ไปรัฐบาลทหารปกครองเองต้องรับไว้เต็มๆ ถ่ายเดียว
-จุดเริ่มต้นของการเสียเปรียบตกเป็นเบี้ยล่างต่อรองของเมียนมาต่อจีนและอาเซียนในฐานต้องพึ่งพาทั้งความชอบธรรม การทูตและเศรษฐกิจการค้าการลงทุนจากเพื่อนบ้านที่ไม่แยแสหลักการเสรีประชาธิปไตย แต่พร้อมต่อรองเอาเปรียบเหล่านี้
-จุดเริ่มต้นแห่งช่องทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุนที่ปิดแคบลงกับโลกตะวันตกโดยรวม
-จุดเริ่มต้นแห่งความยากลำบากทางเศรษฐกิจซ้ำเติมสำหรับประชาชนชาวเมียนมา ภายใต้การปิดกั้นทางเศรษฐกิจการค้าเพิ่มขึ้นจากโลกตะวันตกและภายใต้รัฐบาลทหารที่ไม่จำเป็นต้องฟังประชาชนผู้เดือดร้อนก็ได้ เพราะได้อำนาจมาจากปืน ไม่ใช่เสียงโหวต
-จุดเริ่มต้นของโอกาสการปริแตกแยกห่างระหว่างกองทัพ กับ ชาติเมียนมา ที่กองทัพเคยผูกขาดชาตินิยมมาตลอดนับแต่ได้เอกราชมา มีช่องว่างที่พลังการเมืองฝ่ายอื่นจะต่อสู้ช่วงชิงธงชาตินิยมเมียนมาเป็นของตนบ้างมากขึ้นในนามประชาธิปไตย
-จุดเริ่มต้นของอาการวนลูปในการแก้ปัญหาชนกลุ่มน้อยทั้งที่ติดอาวุธและไม่ติดอาวุธในเมียนมา รวมทั้งปัญหาโรฮิงญาที่ค้างคาอยู่”
https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fkasian.tejapira%2Fposts%2F10224903905567799&width=500&show_text=true&height=846&appId