#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/552272

ใจถึง จองที่เลย!‘ตรุษจีนพิจิตร’ฮือฮา เปิดป่าช้าฉายหนังให้‘ผี’ดู คืนนี้ 3 เรื่องควบ
วันศุกร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 14.24 น.
ใจถึง จองที่เลย!‘ตรุษจีนพิจิตร’ฮือฮา เปิดป่าช้าฉายหนังให้‘ผี’ดู คืนนี้ 3 เรื่องควบ
12 กุมภาพันธ์ 2564 บรรยากาศเทศกาลตรุษจีนในพื้นที่ จ.พิจิตร โดยมูลนิธิพิจิตรสามัคคี และทีมงาน บุญเชิดภาพยนตร์ ต่างช่วยกันจัดเตรียมประกอบติดตั้งหนังการฉายหนังกลางแปลง บริเวณในสุสานมูลนิธิพิจิตรสามัคคี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้วัดมูลเหล็ก ตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมืองพิจิตร หลังจากมูลนิธิพิจิตรสามัคคี ร่วมกับชาวไทยเชื่อสายจีน ร่วมกันจัดฉายหนังกลางแปลงในวันชิวอิก หรือวันเที่ยว รวมถึงยังมีความเชื่อที่เล่าสืบทอดต่อกันมาว่าประตูนรก-สวรรค์ จะเปิด เพื่อปล่อยให้ดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วได้มารับส่วนกุศลหรือส่วนบุญที่ลูกหลานประกอบพิธีเซ่นไหว้ กรรมการของมูลนิธิพิจิตรสามัคคีฯ ที่ได้จัดการฉายหนังกลางแปลงให้ผีดูอย่างต่อเนื่องซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 56
นายอนุศิษฐ์ หลิมศิริวงษ์ รองประธานมูลนิธิพิจิตรสามัคคีฯ ฝ่ายสุสาน กล่าวว่า การฉายหนังกลางแปลงมอบความบันเทิงให้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษชาวจีน รวมถึงชาวไทยเชื้อสายจีนที่ล่วงลับไปแล้ว และฝังอยู่ที่สุสานแห่งนี้จำนวน 300 กว่าหลุม โดยฉายหนังกลางแปลงแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2508 นับถึงปีนี้รวม 56 ปีเต็ม โดยปีนี้จะฉายภาพยนตร์ในคืนนี้ 3 เรื่อง คือ เรื่องที่ 1 โป่งเซียง ซึ่งเป็นภาพยนตร์สำหรับไหว้เจ้าที่และวิญญาณบรรพบุรุษ เรื่องที่ 2 คือ หนังฝรั่ง เรื่องโครตคนล่าขุมทรัพย์ ป่านรก และเรื่องที่ 3 คือ เรื่อง ฟัดหน้าใหญ่ต่อใหญ่
“แต่ปีนี้ทำแปลกกว่าทุกปีจะมีการทำแมสกระดาษ เผาไปให้กับบรรพบุรุษ ผู้วายชนม์ เพื่อเป็นการปลูกฝังให้ประชาชนตระหนักถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัย และยังฝากเชิญชวนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงร่วมมาชมหนังกลางแปลง ให้เตรียมเครื่องรางของขลัง ดูหนังกลางแปลงอยู่กับทีมงานจนจบการฉายหนังในปีนี้” นายอนุศิษฐ์ กล่าว
สำหรับการฉายหนังกลางแปลงให้ผีดู จะเริ่มฉายเวลา 19.00 น หลังจากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าทันที ฉาย 3 เรื่อง กว่าจะจบ ก็เกือบเที่ยงคืน ซึ่งบรรยากาศเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นไปอย่างวังเวง จะมีผู้ชมก็แค่เพียงกรรมการของมูลนิธิพิจิตรสามัคคีฯ และคนฉายหนัง ประมาณ 8-9 คนเท่านั้น ที่ใจกล้า ใจถึง นั่งดูอยู่เป็นเพื่อนกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่เกิดขึ้นที่สุสานแห่งนี้










