“เรืองไกร” ร้อง ป.ป.ช. สอบนาฬิกาพล.อ.ประวิตร คืนเพื่อนหมดแล้ว หรือไม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/458386

“เรืองไกร” ร้อง ป.ป.ช. สอบนาฬิกาพล.อ.ประวิตร คืนเพื่อนหมดแล้ว หรือไม่

"เรืองไกร" ร้อง ป.ป.ช. สอบนาฬิกาพล.อ.ประวิตร คืนเพื่อนหมดแล้ว หรือไม่

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:45 น.

“เรืองไกร” ร้อง ป.ป.ช. สอบนาฬิกาพล.อ.ประวิตร คืนเพื่อนหมดแล้ว หรือไม่ และ ขอให้สอบพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ ด้วย

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2564 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้ส่งจดหมาย EMS ขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าคืนนาฬิกาที่ยืมเพื่อนมาหมดแล้ว หรือไม่ และขอให้ตรวจสอบพล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.อนุพงษ์ ด้วย โดยแยกเป็น 2 ข้อ ดังนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
นาฬิกาเป็นเหตุ “เรืองไกร” สบช่องร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบยุทธพงศ์

ข้อ 1. นายเรืองไกร กล่าวว่า เห็นข่าวเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 64 เรื่อง พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่นครศรีธรรมราช หลายข่าว โดยในข่าวมีภาพพล.อ.ประวิตร ใส่นาฬิกาอยู่ด้วย 1 เรือน

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า นาฬิกา ที่พล.อ.ประวิตร ใส่ให้เห็น จึงกระตุ้นเตือนความจำของตน เพราะตนจำได้ว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2561 สำนักงาน ป.ป.ช. แถลงข่าวไว้ส่วนว่า 

สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จำนวน 4 ครั้ง ซึ่งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้วว่า นาฬิกาทั้งหมดจำนวน 22 เรือน ได้ยืมมาจากนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท และได้คืนไปหมดแล้ว...”

นายเรืองไกร กล่าวตามมาว่า นาฬิกาที่ปรากฎให้เห็นในข่าวเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา จึงเป็นมูลเหตุที่ต้องกลับมาร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบพล.อ.ประวิตร อีกครั้งว่า นาฬิกาที่ปรากฏนั้น เป็นนาฬิกา 1 ใน 22 เรือน ที่คืนไปหมดแล้วหรือไม่ ถ้าใช่ นาฬิกาที่ใส่อยู่นั้น เป็นการยืมกลับมาใช้คงรูป หรือเปล่า และยืมจากใคร เพราะเพื่อนที่ให้ยืมนาฬิกาก็ตายไปแล้ว แต่ถ้าไม่ใช่ การชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ของพล.อ.ประวิตร เป็นความจริง หรือไม่

ข้อ 2. นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อเดือนกันยายน 2563 ป.ป.ช. ได้เผยแพร่คู่มือการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยให้ความหมายของรายการทรัพย์สินที่เป็นยานพาหนะว่า รวมถึงจักรยานด้วย

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า ณ วันที่ 25 พ.ค. 2562 ส.ส.หลายคน เช่น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายสุภดิช อากาศฤกษ์ ได้ยื่นจักรยานไว้ในบัญชียานพาหนะหรือบัญชีทรัพย์สินอื่น ซึ่งสอดคล้องกับคู่มือฯ ของ ป.ป.ช. 

แต่จากข่าวที่ปรากฏ สังคมรับรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีจักรยานด้วย ตามข่าวมีราคาคันละกว่า 1 แสนบาท และพล.อ.อนุพงษ์ ก็มีจักรยานเช่นกัน ตามข่าวมีราคาคันละกว่า 6 หมื่นบาท

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของพล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.อนุพงษ์  ณ วันที่ 4 ก.ย. 2557ไม่พบการยื่นบัญชีจักรยานไว้แต่อย่างใด และเมื่อดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมืองประกอบคู่มือฯ ป.ป.ช. จึงมีเหตุต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ทั้งสองคนได้ยื่นบัญชีจักรยานไว้ด้วย หรือไม่ ถ้าไม่ยื่น ขอให้ ป.ป.ช. รีบตรวจสอบจักยานดังกล่าว เพื่อมีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาฯ พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย

นายเรืองไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า ตามจดหมายที่ส่งไป ยังได้ขอให้ ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารที่ 1/2564 ให้ตนทราบด้วย

Leave a comment