#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/553416

‘ชาวลำแก่น’กังวล‘รง.ยางมะตอย’ขอตั้งในพื้นที่ บริษัทยินดีแก้ปัญหา
วันพุธ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 17.00 น.
‘ชาวลำแก่น’กังวล‘รง.ยางมะตอย’ขอตั้งในพื้นที่ บริษัทยินดีแก้ปัญหา
17 กุมภาพันธ์ 2564 ชาวบ้านลำแก่น หมู่ 3 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เกิดความกังวลหลังจากมีบริษัทผลิตยางมะตอย เสนอขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ ซึ่งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา จึงได้ติดประกาศในพื้นที่ดำเนินการขอรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการพิจารณาเกี่ยวกับโรงงานจำพวกที่ 3 ทำให้ประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณใกล้เคียงกับการขออนุญาต ก่อนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564
ผู้สื่อข่าวได้เข้าตรวจสอบผลกระทบของชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว พบว่า เป็นสวนปาล์มน้ำมัน เนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ ปากทางเข้าเป็นชุมชนชาวลำแก่น มีบ้านเรือนประมาณ 300 ครัวเรือน ประชากรจำนวนกว่า 1,500 คน และเป็นถนนลาดยาง โดยมีเทศบาลตำบลลำแก่นรับผิดชอบ เส้นทางดังกล่าวเป็นถนนเข้าสู่บ้านดอนจันทร์ หมู่ 6 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง ขณะสื่อมวลชนพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอยู่นั้น ทางสถาปนิกของบริษัทได้เข้าพบชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ พร้อมขอข้อมูลกรณีผลกระทบเพื่อนำเสนอทางบริษัทพิจารณาป้องกัน และช่วยเหลือต่อไป
น.ส.ละออง ขันเสน อายุ 36 ปี ชาวบ้านที่ป่วยเป็นโรคปอด และไต และฟอกไตอยู่ภายในบ้าน กล่าวถึงความกังวลก่อนโรงงานจะขออนุญาตก่อสร้าง ว่า บ้านและครอบครัวตนเองจำนวนกว่า 5 คน อาศัยติดกับพื้นที่ที่มีการขออนุญาต มีเพียงถนนกั้นกลาง หากมีการก่อสร้างโรงงานยางมะตอย คิดว่าจะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพอย่างแน่นอน อีกทั้งคนในครอบครัวมีโรคประจำตัว อย่างตนเองต้องล้างไตทุก 4 ชั่วโมง และเคยเจาะปอดมาก่อนหน้านี้ ส่วนพี่สาวเป็นโรคหอบ จึงขอให้ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพิจารณาด้วย
ขณะที่ น.ส.ภัททิรา เกตุคง อายุ 53 ปี กล่าวว่า ตนและชาวบ้านบริเวณปากทางเข้าที่ตั้งของโรงงานมีความเห็นตรงกันว่าหากมีการตั้งโรงงานภายในหมู่บ้านจะได้รับผลกระทบ รถขนส่งวิ่งผ่านจนเกิดความเดือดร้อน เช่น ฝุ่นละออง เสียง กลิ่น ควัน ซึ่งทำให้ประชาชนที่มีผู้สูงอายุจำนวนมากได้รับอันตรายและความเดือดร้อนในอนาคต
ด้านสถาปนิกของบริษัท กล่าวว่า เบื้องต้นทางบริษัทไม่ตัดหรือทำลายสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งกิจกรรมของโรงงานจะเข้าดำเนินการห่างจากถนนประมาณ 100-200 เมตร และไม่ถึงคลองสาธารณะ โดยจะให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามแก่ชาวบ้านในโอกาสการประชุมหมู่บ้านต่อไป