#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/557028

ยันกระดูกมนุษย์โบราณไร่ ‘ลุงแจ้ง’ เป็นชุดเดียวกับที่เคยขุดค้นพบ ‘ไม่ใช่มัมมี่’
วันศุกร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564, 12.08 น.
ที่บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 5 ตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านของนายสมเกียรติ บริบูรณ์ หรือลุงแจ้ง อายุ 55 ปีหลังจากที่ลุงแจ้ง ได้ขุดพื้นที่นาจำนวน 17 ไร่บริเวณกลางทุ่งนาด้านข้างองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สีบัวทอง เพื่อทำการขายหน้าดินโดยขุดลึกไปประมาณ 1.50 เมตรก็พบโครงกระดูกมนุษย์ ฟอสซิลสัตว์ รูปร่างคล้ายมีด ขวานหิน เครื่องปั้นดินเผาจำนวนมากจึงหยุดการขุดดินขาย และนำวัตถุโบราณดังกล่าวมาเก็บไว้ที่บ้านพร้อมได้แจ้งไปยังจังหวัดอ่างทองเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อตรวจสอบ
ต่อมาเมื่อช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ทางจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัศมี ชูทรงเดช หรืออาจารย์อิ๋ว นักโบราณคดี และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เข้าตรวจสอบวัตถุโบราณดังกล่าว เบื้องต้นได้แจ้งให้ทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 3,000 ปีและทางด้านเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร พร้อมเตรียมนำข้อมูลเสนอไปตามขั้นตอนเพื่อสืบค้นหาแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย
หลังจากเจ้าหน้าที่ได้คืนพื้นที่ให้กับลุงแจ้ง ทางลุงแจ้ง จึงได้ได้ทำการขุดค้นเพิ่มเติม ปรากฎพบโครงกระดูกมนุษย์ ฟอสซิลสัตว์ ขวานหิน เครื่องปั้นดินเผาเพิ่มอีกโดยอยู่ลึกจากพื้นดินประมาณ 50 เซนติเมตร บริเวณใกล้เคียงกับที่ขุดพบเดิมแล้วนำผ้ามุ้งสีฟ้าพันไว้ โดยรอบแล้วคานมาไว้ที่บ้านจำนวน 9 โครงที่สมบูรณ์จำนวน 3 โครงเก็บไว้ด้านล่างข้องบ้านทำเป็นกระท่อมเก็บไว้ ส่วนที่หักครึ่ง6โครงเก็บไว้บนบ้าน
นายสมเกียรติ หรือลุงแจ้ง เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้ทำการขุดวัตถุโบราณนำไปตรวจสอบและคืนพื้นที่ให้กับตนอล้ว ตนจึงให้คนอื่นมาเช่าพื้นที่ดังกล่าวทำไร่อ้อยต่อ และก่อนที่จะมีการไถ่ปรับหน้าดินเพื่อทำไร่อ้อยนั้น ตนได้ลงมือขุดหาวัตถุโบราณใกล้เคียงกับที่เดิมอีกครั้งปรากฎพบโครงกระดูกมนุษย์ฟอสซิลสัตว์ ขวานหิน เครื่องปั้นดินเผาเพิ่มขึ้นอีก ตนจึงได้ทำการเซาะโครงกระดูกที่ติดกับเครื่องใช้ต่างๆ ทำการเคลื่อนย้ายมาเก็บรักษาไว้ในบ้านของตน แต่กลัวว่าจะเกิดแตกหักเสียหายจึงได้นำมุ้งมาห่อแล้วมัดด้วยเชือกอย่างแน่นหนานำมาเก็บไว้ที่บ้าน ซึ่งตนคิดอยากจะให้ทางราชการสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ดูในพื้นที่ของตน
ล่าสุดวันนี้ (5 มี.ค.64) นางสาวนิษฐกานต์ คุณวัชระกิจ วัฒนธรรมจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า หลังจากทราบเรื่องเมื่อวานนี้ (4 มี.ค.) ตนพร้อมด้วยนางวันทนีย์ มีแสง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอ่างทอง ได้ลงพื้นเพื่อติดตามการพบโครงกระดูกโบราณ บริเวณบ้านพักของลุงแจ้ง เบื้องต้นได้ประสานไปยังสำนักศิลปากรที่ 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งพบว่าเป็นโครงกระดูกและฟอสซิลชุดเดียวกับที่เคยขุดค้นพบ สันนิษฐานเบื้องต้นว่ามีอายุเก่าแก่ประมาณ 2,500 – 3,000 ปี เป็นยุคสำริดเข้าสู่ยุคหินใหม่ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ขุดนำโครงกระดูกที่มีความสมบูรณ์ไปทำการตรวจสอบอย่างละเอียดจำนวน 5 โครง
ส่วนที่มีข่าวว่าพบมัมมี่นั้น เรื่องนี้ขอยืนยันว่าโครงกระดูกที่ถูกค้นพบเพิ่มไม่ใช่มัมมี่ แต่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของลุงแจ้ง ที่กลัวว่าจะแตกหักเสียหายในระหว่างเคลื่อนย้าย จึงได้นำมุ้งมาห่อแล้วมัดด้วยเชือกรวมกันมาทั้งโครงกระดูกและข้าวของเครื่องใช้ที่ติดกันอยู่ หลังได้ให้เช่าที่นาปลูกไร่อ้อย สำหรับเรื่องพิพิธภัณฑ์ ทางสำนักศิลปากรที่ 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แจ้งไปที่กรมศิลปากรแล้ว เพื่อทำการศึกษาว่าคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยวัตถุโบราณต่าง ๆ ได้ถูกนำไปเก็บไว้ที่บ้านของลุงสมเกียรติ และอยากจะให้สร้างในพื้นที่บริเวณบ้าน โดยจะต้องนำเรื่องดังกล่าวประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องถึงความเหมาะสมต่อไป







