#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/648426
วันที่ 21 มี.ค. 2564 เวลา 10:46 น.
ฝันร้ายบุคเผด็จการกลับมาอีกครั้ง เมื่อกองทัพเมียนมาใช้วิธีการดั้งเดิมในการกดขี่ประชาชน ด้วยการสั่งเกณฑ์แรงงานมาทำงานหนัก
เครื่องกีดขวางชั่วคราวที่ทำจากไม้ไผ่ อิฐ และยางรถยนต์ทำให้ถนนในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมากลายเป็นเขตสงครามในเมือง และตอนนี้ทหารกำลังบังคับให้พลเรือนรื้อพวกมันทีละชิ้น โดยใช้ปืนจ่อไปที่พวกเขาเพื่อบีบบังคับ
สิ่งกีดขวางสร้างขึ้นโดยใช้วัสดุที่พอหาได้เกิดขึ้นทั่วย่างกุ้ง เป็นป้องกันที่ช่วยได้เพียงเล็กน้อยต่อการยิงกระสุนจริงของกองกำลังความมั่นคง
ผู้ประท้วงมีจำนวนมาก แต่ไม่มีวิธีการต่อสู้กับแก๊สน้ำตากระสุนยางและปืนไรเฟิลของกองทัพและตำรวจอย่างแท้จริง
กลุ่มตรวจสอบของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองชี้ให้เห็นว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบประมาณ 230 คนและเชื่อว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงทั่วประเทศจะสูงกว่านี้มาก
เครื่องกีดขวางได้กลายเป็นสัญลักษณณ์การต่อสู้ของผู้ประท้วง พวกเขาทำการปิดกั้นถนนสายหลักและใช้ทุกอย่างตั้งแต่ถุงปูนซีเมนต์ ทราย และฉากกั้นไม้ไผ่ ไปจนถึงถังขยะขนาดใหญ่ และอิฐสร้างบ้าน พวกเขาประสบความสำเร็จบางส่วนในการชะลอการเคลื่อนไหวของกองกำลังความมั่นคง
แต่ตอนนี้พวกทหารและตำรวจเริ่มบังคับให้ผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นรวมทั้งผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประท้วงรื้อถอนและนำสิ่งกีดขวางออกไป
สำนักข่าว AFP สัมภาษณ์ ตุน ลา (Tun Hla) วัย 60 ปีซึ่งอยู่ที่บ้านเมื่อเจ้าหน้าที่ติดอาวุธกระแทกประตูของเขาและสั่งให้เขาออกมาทำงานด้วยการเคลียร์กำแพงกั้นที่สร้างขึ้นในละแวกบ้านของเขา
“ผมเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนและมันไม่ควรเกิดขึ้นอีก” ตุน ลา ซึ่งไม่ใช่ชื่อจริงของเขาบอกกับ AFP
การรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ทำให้การทดลองกับประชาธิปไตยในเมียนมาสิ้นสุดลงอย่างกะทันหัน ก่อนหน้านี้เมียนมาเคยอยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพที่เข้มงวดมาเป็นเวลา 5 ทศวรรษ ภายใต้คณะรัฐบาลทหารในช่วงเวลานั้น เป็นเรื่องปกติที่เจ้าหน้าที่ทหารทั่วประเทศจะสั่งให้ครอบครัวประชาชนจัดหาคนฉกรรจ์หนึ่งคนเพื่อทำงานใช้แรงงานอย่างหนัก
“การใช้แรงงานบังคับนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในเมียนมา” จอห์น ควินลีย์ แห่งองค์กร Fortify Rights กล่าวและเสริมว่านี่เป็น “กลยุทธ์ที่โหดร้ายที่ใช้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมแห่งความกลัวและการข่มขู่”
- เผยความโหดของตำรวจทหารเมียนมา ประชาชนตราหน้าเป็น ‘ผู้ก่อการร้าย’
- ซูจีโดนกล่าวหาอีก นักธุรกิจออกทีวีเมียนมาอ้างเป็นคนให้สินบน
แม้จะได้รับความเจ็บปวดจากอาการปวดหลังเรื้อรัง ตุน ลา ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ โดยซ่อนลูกๆ ของเขาไว้ที่บ้าน และร่วมกับเพื่อนบ้านในการรื้อกระสอบทรายและเสาไม้ไผ่ที่กองอยู่บนถนน
“ผมเป็นห่วงๆ ของผมตั้งแต่ … มีคนหนุ่มสาวเสียชีวิต” เขาบอก
ย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการค้าในอดีตของเมียนมาเป็นจุดสำคัญของการต่อต้านการรัฐประหารและในเมืองนี้ กองกำลังรักษาความมั่นคงกำลังลาดตระเวนและเปิดฉากยิงอย่างไม่เลือกหน้า
มีการบังคับใช้กฎอัยการศึกใน 6 เขตย่างกุ้ง ทำให้ประชาชนเกือบ 2 ล้านคนอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของผู้บังคับบัญชาทหาร
ซาเบลอายุ 20 ปีกล่าวว่าเธอและแม่ที่เป็นม่ายของเธอถูกทหารเอาปืนจี้ แล้วบังคับให้ต้องรื้อสิ่งกีดขวางริมถนนในละแวกของพวกเขา
“ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนในชีวิต” เธอกใช้นามแฝงบอกกหับสื่อเพราะกลัวผลกระทบที่จะตามมา
ซาเบลและแม่ของเธอถูกบังคับให้รื้อถุงหนักห้าแถวที่เต็มไปด้วยทรายหินอ่อน
“ฉันมีรอยฟกช้ำที่มือ ฉันเจ็บมาก” เธอบอกและเสริมว่าเธอเห็นเจ้าหน้าหันกระบอกปืนไปที่เด็กหนุ่ม 2 คนขณะที่พวกเขาพยายามยกกระสอบทรายและรื้อรั้วไม้ไผ่
ชาวย่างกุ้งคนหนึ่งที่เติบโตในรัฐชินทางตอนเหนือซึ่งเป็นพื้นที่แห่งความขัดแย้งอันยาวนานระหว่างทหารและกลุ่มชาติพันธุ์ที่ติดอาวุธ เขาเล่าว่าเขาอายุเพียง 10 ขวบภายใต้ระบอบทหารก่อนหน้านี้เ ขาถูกบังคับให้ขุดสนามเพลาะและโค่นต้นไม้รอบบ้านเกิดของเขา
“ผมไม่อยากให้ลูกชายของผมต้องเจอกับฝันร้ายแบบนั้น” เขาบอกกับ AFP
ภาพประกอบ – ผู้ประท้วงเสริมเครื่องกีดขวางระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงในการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในย่างกุ้งเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 (ภาพโดย STR / AFP)