#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/561153

เรื่องเล่าจากมหาชัย แรงงานข้ามชาติกับความเป็นอื่น
วันพุธ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ย้อนไปเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2563 เกิดข่าวชวนตระหนกเมื่อไวรัสโควิด-19กลับมาระบาดอีกครั้งในประเทศไทย โดยศูนย์กลางการระบาดในครั้งนี้เกิดขึ้นที่สมุทรสาคร จังหวัดที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล ซึ่งพบผู้ติดเชื้อวันเดียวกว่า 500 ราย และพบเฉลี่ยหลักร้อยรายต่อวันอย่างต่อเนื่อง แต่ ณ วันนี้ สถานการณ์ใน จ.สมุทรสาคร ถือว่าดีขึ้นมาก แม้กระทั่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด วีระศักดิ์วิจิตร์แสงศรี ที่ติดเชื้อระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ขณะนี้ก็หายป่วยแล้วหลังต้องรักษาตัวนานร่วม 3 เดือน
อนึ่ง ในการระบาดระลอกนี้ “แรงงานข้ามชาติ” กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมไทยอีกครั้ง ระหว่างฝ่ายที่มองว่าแรงงานข้ามชาติตลอดจนผู้ประกอบการเป็นคนก่อปัญหาเพราะทำให้เกิดโรคระบาดขึ้นจนกระทบต่อคนไทยทั้งประเทศจากมาตรการปิดสถานที่เสี่ยงที่ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง กับฝ่ายที่มองว่าอย่างไรเสียแรงงานข้ามชาติก็จำเป็นกับเศรษฐกิจไทย แต่เพราะกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการนำเข้าแรงงานอย่างสะดวก ทำให้ผู้ประกอบการหลากหลายงานที่คนไทยไม่ทำต้องหันไปนำเข้าแรงงานกลุ่มนี้อย่างผิดกฎหมายและทำให้เกิดปัญหาตามมา
เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการอักษรศาสตร์สู่สังคม คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการบรรยายพิเศษหัวข้อ “การสร้างความเป็นอื่น (ส่วนหนึ่งหรือส่วนเกิน?) : กรณีแรงงานจากเมียนมาในสมุทรสาคร” โดยผู้บรรยายคือ พุทธพรอารีประชากุล อาจารย์ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ บอกเล่าประสบการณ์ที่ได้ไปสำรวจ “มหาชัย” พื้นที่ขึ้นชื่อด้านแหล่งแปรรูปและตลาดอาหารทะเล ซึ่งหมายถึงเป็นพื้นที่ที่มีแรงงาน
ข้ามชาติหนาแน่นด้วย
มหาชัย หรือ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของภาคกลาง โดยติดกับจังหวัดนครปฐม ราชบุรี และสมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ขอบเขตวัฒนธรรมที่หลากหลายทางกายภาพ ซึ่งจะแบ่งขอบเขตทางวัฒนธรรมออกเป็นหลายขอบเขต ได้แก่ 1.แบ่งคนในและคนนอกพื้นที่ ซึ่งจะมีขอบเขตวัฒนธรรมกั้นอยู่ และ 2.ขอบเขตวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นภายในมหาชัย ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ หรือกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลายที่อยู่ในบริเวณนั้น ดังนั้น อำเภอมหาชัยจึงเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจในการศึกษาด้านวัฒนธรรม กลุ่มชาติพันธุ์ และแรงงานข้ามชาติ
ย้อนไปในปี 2562 มีชาวเมียนมาทำงานอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยประมาณ 2 ล้านคน อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่าจำนวนแรงงานจริงๆ น่าจะมีมากกว่านั้นแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน สาเหตุสำคัญมาจากเรื่องของเอกสารในช่วงแรกที่เริ่มให้แรงงานผิดกฎหมายลงทะเบียนมีความยุ่งยาก จะต้องกลับประเทศเพื่อขอเอกสารเหล่านั้นเพื่อยื่นของลงทะเบียนแรงงานถูกกฎหมายในเมืองไทย
“แรงงานหลายคนอาจจะหาเอกสารไม่ได้ เนื่องจากอาจจะอยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทางรัฐบาลเมียนมาไม่ยอมรับ จึงทำให้ต้องอยู่เป็นแรงงานผิดกฎหมายต่อไป นอกจากนี้แล้วการประชาสัมพันธ์ที่ไม่มีการกระจายที่มากเพียงพอ ในเรื่องที่รัฐบาลประกาศให้แรงงานที่ผิดกฎหมายไปขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายได้ แต่ว่าแรงงานไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์ให้รับรู้” อาจารย์พุทธพร ระบุ
สาเหตุที่ทำให้มหาชัยเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีแรงงานชาวเมียนมาอยู่อย่างหนาแน่น ประกอบด้วย 1.เศรษฐกิจ เริ่มจากเมื่อ 10-20 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมทางด้านประมงในจังหวัดสมุทรสาครได้พัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้แรงงานไม่เพียงพอ จึงทำให้แรงงานจากเมียนมาเดินทางเข้ามาเพื่อรองรับกิจการประมง หลังจากนั้นที่แรงงานชาวเมียนมาเริ่มเข้ามาทำงานด้านประมง ก็ได้เห็นช่องทางหาเงินอื่นๆ เช่น โรงงานต่างๆ ในพื้นที่ จึงทำให้มีการชักชวนมาทำงานในพื้นที่ จึงทำให้เข้ามาทดแทนแรงงานชาวไทยเพราะมีความขยันและจ้างถูก
2.การเมืองและกฎหมาย ในประเทศเมียนมาเมื่อปี 2505 ทหารได้ยึดอำนาจและบริหารประเทศด้วยแนวคิดแบบสังคมนิยม ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ เป็นจุดเริ่มต้นที่ผลักดันให้ชาวเมียนมาเริ่มเข้ามาหางานทำในประเทศไทยจากนั้นในปี 2533 ที่เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว มีโรงงานเกิดขึ้นใหม่จำนวนมากแต่ยังขาดแคลนแรงงาน ยุคนี้รัฐบาลไทยเริ่มออกนโยบายที่อนุญาตให้แรงงานข้ามชาติทำงานเป็นแรงงานไร้ฝีมืออย่างถูกกฎหมาย แต่มีการจำกัดสถานที่และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แรงงานกลุ่มนี้สามารถทำได้ และหนึ่งในพื้นที่อนุญาตคือ จ.สมุทรสาคร
3.เครือข่ายของแรงงาน มีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างแรงงานกับญาติสนิทมิตรสหาย เช่น ปัจจุบันใช้ช่องทางสื่อออนไลน์เพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับงานและนายจ้างทำให้มีชาวเมียนมาเข้ามาทำงานในสมุทรสาครจำนวนมาก 4.ความชื่นชอบทางสังคมและวัฒนธรรม แรงงานชาวเมียนมาระบุว่ามีความชื่นชอบสังคมและวัฒนธรรมในมหาชัยมากกว่าพื้นที่อื่น เพราะเป็นชาวพุทธเหมือนกันและมีพระจากเมียนมาอาศัยจำนวนมาก
เหตุผลข้างต้นทำให้พื้นที่มหาชัยเป็นพื้นที่ที่ดึงดูดแรงงานจากเมียนมาที่นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับประเทศของตนเอง และ 5.การเข้าถึงและการจ้างนายหน้า การเข้ามาของแรงงานจากเมียนมา
ในมหาชัย ถึงแม้จะไม่ได้เป็นพื้นที่ที่ติดชายแดนแต่การเข้ามาไม่ได้ยากมาก โดยมีการเข้ามาได้ 2 วิธี ได้แก่ การจ้างนายหน้า และการเข้ามาด้วยตนเอง ซึ่งสามารถข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยได้ทั้งแบบถูกและผิดกฎหมาย
อาจารย์พุทธพร ยังเล่าถึงสภาพความเป็นอยู่แรงงานจากเมียนมาใน จ.สมุทรสาคร ว่า แรงงานกลุ่มนี้ทำงานหนักโดยเริ่มจากเวลา 08.00-17.00 น. และส่วนใหญ่ต้องทำงานล่วงเวลา (OT) เพราะมีงานเข้ามาจำนวนมาก ส่วนที่พักอาศัยนั้นคับแคบแต่อาศัยอยู่กันแออัด ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุทำให้การระบาดของไวรัสโควิด-19 ลุกลามอย่างรวดเร็ว อนึ่ง “ความสัมพันธ์กับแรงงานชาวไทยนั้นค่อนข้างจะแบ่งชนชั้นกัน” มีการเอารัดเอาเปรียบ ดูถูกและเพิกเฉย
ซึ่งการที่แรงงานจากเมียนมาเดินทางเข้ามาทำงานในพื้นที่สมุทรสาครไม่ควรจะถูกเพิกเฉย โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีการแพร่กระจายของโควิด-19 ซึ่งควรทำให้ถูกต้อง ถูกระเบียบ และทำให้ถูกกฎหมาย!!!