#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/561320

2หนุ่มเมืองสองแควเปิดร้านกาแฟดริปสไตล์มินิมอลย้อนกลับไปยุค 80
วันพุธ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564, 10.23 น.
เปลี่ยนความชอบเป็นอาชีพ 2 หนุ่มเมืองสองแควเปิดร้าน กาแฟดริป&กาแฟไซฟ่อนสไตล์มินิมอลที่แอบซ่อนความเป็นญี่ปุ่นไว้ “MOKA CAFÉ” back to basic bar พาชีวิตกลับไปสู่ความเรียบง่าย ย้อนวัยยุค 80 ที่สำคัญเน้นส่งเสริมกาแฟสายพันธุ์ไทย หวังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจแก่คนพื้นที่สูง
วันนี้ “ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” จะพาไปรู้จักและดื่มด่ำกับ “ร้านกาแฟ” ที่มองผิวเผินเหมือนร้านกาแฟดริปธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดา คือ รสชาติ และไอเดีย กับร้าน MOKA CAFÉ” back to basic bar พาชีวิตกลับไปสู่ความเรียบง่าย ย้อนวัยยุค 80 ซึ่งร้านตั้งอยู่เลขที่ 281/2 ถ.เอกาทศรถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ร้านกาแฟที่จะพาทุกคนย้อนกลับไปใช้ชีวิตแบบ Slow Life ผ่อนคลายคาเฟ่สไตล์มินิมอล สำหรับคนที่อยากดื่มกาแฟ สายพันธุ์ไทยที่มีดีกว่ารสชาติ ผ่านความเรียบง่ายของกระบวนการชงกาแฟที่ใส่ใจทุกแก้ว ดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟสายพันธุ์ไทย ที่คัดเลือกจากกาแฟที่ผ่านการปลูก และดูแลอย่างพิถีพิถัน จนกระทั่งได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ

ทั้งนี้ “นายสุริยะ ศรีนวล” อายุ 32 ปี และ “นายเปรียว สอนยศ” อายุ 30 ปี ชาวบเมืองสองแควที่หยิบเอาความชอบส่วนตัว มาทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้อย่างลงตัว โดยนายสุริยะ เล่าให้ทีมข่าวฯ ฟังว่า MOKA CAFÉ คือร้านคาเฟ่ สไตล์ญี่ปุ่น แต่งจากแนวความคิดคือ “วาบิซาบิ” คือความงามที่ไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าเทียบกับในวงการกาแฟ ที่คนส่วนใหญ่เล่นกัน หรือ นิยมทานกัน
ก็คือกาแฟนอกซะส่วนใหญ่ แต่ เรากลับมองว่ากาแฟไทยเราก็มีคุณภาพไม่แพ้กัน แต่คนกลับมองข้ามไป ยกเว้นประเทศญี่ปุ่นที่นำกาแฟไทยไปตีแบรนด์ได้โด่งดัง หลากหลายแบรนด์ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นกาแฟของไทย ตรงนี้ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของร้านกาแฟ โมก้า คาเฟ่

สำหรับคนที่ไม่มีโอกาสได้ไปประเทศญี่ปุ่น เราจึงอยากเปิดร้านกาแฟแบบญี่ปุ่น ฟิวส์คือแบบยกร้านกาแฟญี่ปุ่นมาไว้ในประเทศไทย โดยดันกาแฟไทยให้คนไทยได้รู้จัก รสชาติ คุณภาพของกาแฟ ที่ไม่แพ้ใครในโลก โดยมุ่งหวังในอนาคตต้องการส่งเสริมกาแฟสายพันธุ์ไทย
สำหรับจุดเริ่มต้นของร้านกาแฟ สายดริป สายไซฟ่อน คือ ตัวเองและเพื่อนนั้นมีโอกาสได้ไปเป็นครูอาสาอยู่บนดอย แล้วคือบนนั้น ไม่มีร้านกาแฟ ไม่มีคาเฟ่ ไม่มีเครื่องชงกาแฟหรูๆ แต่คือเราต้องกินกาแฟที่ไม่ใช่กาแฟทรีอินวัน ก็เลยหาวิธีการกินกาแฟ การชงกาแฟ ก็เลยมองหาเครื่องบดมือ พวกโมก้า ที่สะดวกต่อการพกพาไปไหนได้ แม้แต่เข้าป่าก็พกพาง่ายไม่เสียหาย ก็เลยเริ่มจากการเก็บเมล็ดกาแฟเอง คั่วกาแฟเอง การต้มกาแฟ ซึ่งการต้มกาแฟ หรือ ชงกาแฟ มันก็ไม่ได้ยาก ไม่มีอะไรซับซ้อนมันก็เหมือนกับการต้มผ่านน้ำ แต่แค่กรรมวิธีมันแตกต่างกัน ในการใช้ชีวิตอยู่บนดอย คือ บางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า หรือ ใช้การปั่นไฟ ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เหมาะสำหรับเครื่องชงกาแฟเหมือนคนเมืองทั่วไป เราจึงหาวิธีที่จะสามารถชงกาแฟได้ อย่างโมก้า นี่คือ เราแค่ก่อไฟตั้งกาแฟ เพียงแค่นี้มันก็สามารถกินกาแฟดีๆ ได้แล้ว

ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่เรียกว่ามาแล้วพลาดไม่ได้ กับ Special Menu Orangino Coco-Americano Six-senses สัมผัสที่ 6 ของการผสมผสานระหว่าง น้ำมะพร้าวและกาแฟ Americano ที่ให้รสชาตินุ่มนวลหอมกลิ่นน้ำมะพร้าวน้ำหอมแต่แฝงความดุดันของรสชาติกาแฟอเมริกาโน่เอาไว้ได้อย่างลง สำหรับเมนูนี้ ราคาเพียง 70 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ
ที่ทางร้านคิดค้นขึ้นเป็นสูตรเด็ดของทางร้านที่ต้องลิ้มลอง อย่างเมนู Iced Americano Sugar Cane กาแฟหอมๆ มาเจอกับความหวาน สดชื่นแบบธรรมชาติสุดๆ ของน้ำอ้อยสด 100%
ไม่ผสมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานใดๆ เอาใจสายอเมริกาโน่ แต่ก็ง้อคนชอบน้ำอ้อยไปด้วย ซึ่งเมนูนี้มีจำนวนจำกัดในแต่ละวันด้วย หรือจะคลายร้อนกันด้วย ชาเลม่อน ชากระเจี๊ยบ และเมนูกาแฟ เครื่องดื่มอื่นๆ มีหลากหลายเมนูให้เลือก ราคาเริ่มต้นเพียงแก้วละ 40 บาทเท่านั้น เสิร์ฟพร้อม ขนมโฮมเมด สด ใหม่ ที่พิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบ ใส่ใจทุกขั้นตอนการทำ อย่างเค้กฟักทอง มาม่อนฝอยทอง มัฟฟิน กล้วยหอม ชีสเค้ก สตอเบอร์รี่

สำหรับใครที่สนใจอยากจะมาลิ้มรสกาแฟสายพันธุ์ไทย ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ ผสมผสานกับเมนูอื่นๆ ได้อย่างลงตัว ผ่านกระบวนการชงที่พิถีพิถีตามสไตล์คนชอบ ทั้งกาแฟดริป หรือกาแฟไซฟ่อน
ของร้าน MOKA CAFÉ ก็สามารถมาอุดหนุนกันได้ ร้านตั้งอยู่เยื้อง สนง.พัฒนาที่ดิน เส้นสนามกีฬากลาง จ.พิษณุโลก สอบถามเส้นทางได้ โทร 095-2137701 หรือ เพจ : MOKA CAFE llโมก้าคาเฟ่ll back to basic bar ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.



