#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/politic/462115
ราชกิจจาฯ เผยแพร่กฎกระทรวงฯ จัด 6 กลุ่ม สถาบันอุดมศึกษา

25 มีนาคม 2564 – 20:38 น.
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวงฯ จัด 6 กลุ่ม สถาบันอุดมศึกษา พัฒนาตามยุทธศาสตร์กลุ่ม สู่ความเป็นเลิศระดับสากล
เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2564 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 วรรคหนึ่ง และมาตรา 24 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 สาระสำคัญของกฎกระทรวง อาทิ
ข้อ 2 ในการประกาศกำหนดให้จัดสถาบันอุดมศึกษาทั้งหมดหรือบางส่วนออกเป็นกลุ่ม ให้รัฐมนตรีคำนึงถึงจุดมุ่งหมาย พันธกิจ ยุทธศาสตร์ ศักยภาพ และผลการดำเนินการที่ผ่านมาของสถาบันอุดมศึกษาประกอบด้วยการประกาศให้สถาบันอุดมศึกษาใดทั้งสถาบันอยู่ในกลุ่มใดตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงศักยภาพและความพร้อมของคณะวิชาทั้งหมดที่มีอยู่ในสถาบันอุดมศึกษานั้น ในกรณีที่คณะวิชาส่วนใหญ่ไม่มีศักยภาพและความพร้อมที่จะอยู่ในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาซึ่งจะประกาศนั้น รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษาอาจดำเนินการตามข้อ 5 ก่อนได้ และเมื่อคณะวิชาส่วนใหญ่มีศักยภาพและความพร้อมที่จะอยู่ในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษานั้น รัฐมนตรีอาจประกาศให้สถาบันอุดมศึกษานั้น ทั้งสถาบันอยู่ในกลุ่มนั้นได้ และให้ประกาศจัดกลุ่มส่วนราชการหรือกลุ่มส่วนงานภายในของสถาบันอุดมศึกษานั้นตามข้อ 5 สิ้นผลลง
ข้อ 3 ให้จัดสถาบันอุดมศึกษาเป็นกลุ่ม ดังต่อไปนี้
– กลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก
– กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม
– กลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่น
– กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักศาสนา
– กลุ่มผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะ
– กลุ่มอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ 22 มีนาคม 2564 เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา 24 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 บัญญัติให้การจัดสถาบันอุดมศึกษาเป็นกลุ่มและ การกำหนดมาตรการส่งเสริม สนับสนุน ประเมินคุณภาพ กำกับดูแล และจัดสรรงบประมาณ ให้สอดคล้องกับการจัดกลุ่มดังกล่าว เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง เพื่อให้การพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทาง ตามความต้องการของประเทศ รวมทั้งการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้