#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/politic/462159
ภาคีนักกฎหมายฯ นำผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมหน้ารัฐสภา 17 พ.ย. ร้องศาลปกครอง

26 มีนาคม 2564 – 12:31 น.
ภาคีนักกฎหมายฯ นำผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมหน้ารัฐสภา 17 พ.ย. ร้องศาลปกครอง ให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยุติการใช้กำลังเกินสมควรกับการจัดการผู้ชุมนุม พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิดเสรีภาพการชุมนุม
26 มี.ค. 64 เวลา 10.30 น. ที่ ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ด้านหน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา เช่น นางอังคณา นีละไพจิตร น.ส.ชลธิชา(ลูกเกด) แจ้งเร็ว ผู้ปกครอง น.ร.3 ขวบที่โดนผลกระทบจากการฉีดน้ำ และผู้ชุมนุมบางคน รวม 11 ราย ร่วมกันยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ตำรวจ ยุติใช้กำลังในการควบคุมการชุมนุมทางการเมืองที่สงบปราศจากอาวุธ
กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ด้านหน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยุติการใช้กำลังจัดการการชุมนุมที่เกินสมควรแก่เหตุกับผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรและกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นๆ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิดเสรีภาพการชุมนุมผู้ฟ้องคดี

นายอัมรินทร์ สายจันทร์ ทนายความ เปิดเผยว่า การยื่นฟ้องคดีวันนี้เพื่อต้องการให้เป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบการใช้อำนาจของตำรวจเกี่ยวกับการควบคุมดูแลการชุมนุมสาธารณะ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในการกำกับดูแลการทำหน้าที่ของตำรวจในการคุ้มครองเสรีภาพการชุมนุมการดูแลความปลอดภัยทั้งของผู้ชุมนุมและประชาชน
โดยท้ายคำร้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดี ยุติการใช้กำลังจัดการการชุมนุมที่เกินกว่าเหตุ อันเป็นการละเมิดต่อเสรีภาพการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญและเป็นการใช้กำลังโดยไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ. ศ. 2558 , แผนดูแลการชุมนุมสาธารณะและคู่มือการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะฯ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการใช้กำลังและเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล เช่นห้ามฉีดน้ำแรงดันสูงผสมแก๊สน้ำตาหรือสารเคมี และหรือห้ามใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ / ห้ามวางสิ่งกีดขวางขัดขวางการใช้เสรีภาพในการชุมนุมเกินกว่าเหตุโดยไม่มีเหตุอันควร เป็นต้น

ขณะที่ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด แนวร่วมกลุ่มราษฏร เปิดเผยว่า เหตุการณ์วันดังกล่าวตำรวจไม่ใช้ขั้นตอนตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ในการควบคุมการชุมนุม/ ไม่มีการจัดชุดเจรจากับแกนนำผู้ชุมนุม แต่เมื่อเหตุการณ์สงบลง กลับมีความพยายามบังคับใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะฯ ในการดำเนินคดีกับแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุม
ทั้งนี้ ในส่วนของแกนนำและแนวร่วมราษฎร ยืนยันว่า การชุมนุมโดยสงบของประชาชน สามารถกระทำได้ตามสิทธิเสรีภาพรัฐธรรมนูญ และเห็นว่า การใช้วิธีการดังกล่าวของตำรวจ จึงขัดกับสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม
น.ส.ชลธิชา ยังเปิดเผยว่า หลังเหตุการณ์วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 พบว่า ยังมีความพยายามใช้ความรุนแรงในการควบคุมการชุมนุมอีกหลายครั้ง ซึ่งส่วนตัวเคยได้รับผลกระทบจากสารเคมีที่ผสมในน้ำฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม เป็นผื่นแดงตามร่างกายและมีใบรับรองแพทย์สามารถยืนยันได้
นอกจากนี้ น.ส.ชลธิชา ยังเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินคดี หลังพบว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บจากกลุ่มคนที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวได้อีกหลายคดี จึงเรียกร้องให้ตำรวจเร่งสืบสวนขยายผลจับผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว
ด้าน นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เข้าไปประชุมที่อาคารรัฐสภา และได้รับผลกระทบจากการตั้งเครื่องกีดขวางจราจรของตำรวจ โดยพยายามอธิบายความจำเป็นในการเดินทางเข้าไปในที่อาคารรัฐสภา แต่ตำรวจไม่รับฟังเหตุผล อีกทั้ง เห็นว่า หากตำรวจมีความจำเป็นในการตั้งเครื่องกีดขวาง ตำรวจต้องสามารถยืดหยุ่นในการเปิดช่องทางต่างๆให้ได้ เช่นกัน ซึ่งส่วนตัว ถือว่าได้รับผลกระทบเสรีภาพในการเดินทาง จากการปิดการจราจรของตำรวจ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องมายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางในครั้งนี้