#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/562219

ส่อง2โครงการอีสาน ‘นํ้าบาดาล’บรรเทาแล้ง
วันอาทิตย์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
“น้ำบาดาล” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ แต่การนำขึ้นมาใช้ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ เพราะต้องมีวิธีค้นหา ขุดเจาะ รวมถึงต้องใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ คณะสื่อมวลชนมีโอกาสไปเยี่ยมชม “โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่บ้านดู่ทุ่ง ต.ดูทุ่ง อ.เมือง จ.ยโสธร” และ “โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรบ้านหนองเม็ก ต.คึมใหญ่ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ” เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก
ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า แม้การเจาะบ่อน้ำบาดาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเรื่องไม่ยาก เนื่องจากเป็นบ่อน้ำที่ไม่ลึกมาก แต่ความยากอยู่ที่การค้นหาเพราะดินส่วนใหญ่เป็นชั้นเกลือ หากเจาะใกล้ชั้นเกลือแล้วสูบน้ำมาใช้มากๆ จะทำให้ชั้นเกลือผสมกับน้ำ ทำให้น้ำในบ่อเสียใช้อุปโภค-บริโภคไม่ได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยนักธรณีวิทยาช่วยในการสำรวจชั้นดิน หากปล่อยให้ประชาชนทั่วไปเจาะเอง จะทำให้บ่อน้ำในบริเวณนั้นแพร่กระจายไปด้วยเกลือ ทำให้คนอื่นๆไม่สามารถเจาะบ่อได้เช่นกันเพราะน้ำจะเค็ม
โดยบ่อน้ำในโครงการบ้านดู่ทุ่ง เป็นบ่อน้ำที่มีคุณภาพดีและมีจ่ายน้ำได้มากถึงชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อ 1 บ่อซึ่งมีทั้งหมด 10 บ่อ จึงทำให้สูบน้ำขึ้นมาได้น้ำมากถึงชั่วโมงละ 100 ลูกบาศก์เมตร จึงทำให้สามารถส่งน้ำได้ไกลถึง 6.5 กิโลเมตร และชาวบ้านสามารถเข้าถึงการใช้น้ำมากถึง 800 ไร่ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่สามารถปลูกพืชทางการเกษตรหลังจากทำนาได้โดยไม่ขาดแคลนน้ำ
ทั้งนี้ ผลผลิตส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นข้าวอินทรีย์ และเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ภายใต้แบรนด์ ข้าวสาร “ฮักแพง แบ่งปัน” ถั่วลิสง“ปันฮัก” ข้าวผงพร้อมชง/น้ำข้าวกล้องงอก “เสี่ยวฮัก” และแตงโมรูปหัวใจ เป็นต้น ส่งผลให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มีปริมาณที่มากขึ้น คุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด ถือว่าเป็นการใช้ประโยชน์น้ำบาดาลอย่างคุ้มค่า สร้างรายได้ สร้างความสุขตรงตามวัตถุประสงค์โครงการ
ส่วนโครงการบ้านหนองเม็ก สามารถผลิตน้ำสำหรับใช้ในการเกษตรได้ไม่น้อยกว่า 83,220 ลูกบาศก์เมตรต่อปี พื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 150 ไร่ เกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า54 ราย โดยเริ่มปลูกผักออร์แกนิกและข้าวอินทรีย์ ต่อมากลุ่มเกษตรกรเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีการทำการตลาดกับลูกค้ารายใหญ่ ทำให้มีสมาชิกเข้าร่วมกลุ่มเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร
จึงได้ขอความอนุเคราะห์กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจัดสรรงบประมาณโครงการพัฒนาระบบกระจายน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ประจำปีงบประมาณ 2562 และ 2563 ซึ่งสามารถผลิตน้ำสำหรับใช้ในการเกษตรเพิ่มขึ้น กว่า 32,850 ลูกบาศก์เมตรต่อปี พื้นที่ที่ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น 477 ไร่ เกษตรกรได้รับประโยชน์ 39 ราย ส่งผลให้ปัจจุบันกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านหนองเม็กสามารถผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพมาตรฐานเพิ่มมากขึ้น
ลา โสมาบุตร ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนนาแปลงใหญ่ ต.ดู่ทุ่ง จ.ยโสธร เล่าว่า แต่ก่อนพื้นที่บริเวณนี้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรเป็นอย่างมาก แต่หลังจากมีบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ทำให้สามารถผลิตและขายสินค้าการเกษตรได้จำนวนมากและมีคุณภาพดีขึ้น โดยเฉพาะแตงโมอินทรีย์รูปหัวใจที่มีราคาลูกละ 1,000 บาทใช้ระยะเวลาในการปลูกเพียง 75 วันเท่านั้น ยังมีปลูกถั่วลิสง ฟักทองและข้าวอินทรีย์ มีห้างสรรพสินค้าหลายแห่งมารับซื้อถึงหน้าบ้าน ทำให้ในอนาคตจะขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม 200 ไร่
เช่นเดียวกับ จำปา สุวะไกร ประธานกลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก จ.อำนาจเจริญ เล่าว่า ในอดีตเมื่อถึงช่วงฤดูแล้งจะต้องไปหางานทำในจังหวัดอื่นๆ แต่หลังจากที่มีระบบน้ำบาดาลในพื้นที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีรายได้ทั้งปี โดยขายผักอินทรีย์มากถึง 25 ชนิด ถือเป็นการสร้างงานในกับคนชุมชน ซึ่งในกลุ่มมีสมาชิก 15 คน โดยรายได้เฉลี่ยต่อคนอยู่ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งมีการส่งผักไปกรุงเทพฯ ทุกๆ 5 วัน รอบละ 3 ตัน รายได้ในกลุ่มประมาณ 2 แสนบาทต่อเที่ยว
ด้าน วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะใช้น้ำบาดาลทำเกษตรแปลงใหญ่ โดยการเกษตรที่จะใช้กับน้ำบาดาลจะเป็นเกษตรน้ำน้อย เพราะหากไปใช้กับเกษตรที่ใช้น้ำมาก เช่น ปลูกข้าว จะทำให้น้ำบาดาลไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
ทั้งนี้ เงินงบประมาณที่นำมาใช้เป็นนโยบายที่จะแก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขณะนี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เร่งดำเนินการทำบ่อบาดาลเพื่อทำเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ประสบภัยแห้งหลายพื้นที่ทั่วไทย โดยมีเป้าหมาย “แก้ปัญหาภัยแล้งและการทำการเกษตรให้กับประชาชนทั่วประเทศ”!!!