#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/563127

ลึกลับในสนามข่าว : 1 เมษายน 2564
วันพฤหัสบดี ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
nn…หลังโควิดระบาดสองระลอกใหญ่ กระทบไปทั่ว พอ ศบค.ชุดใหญ่ เริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จนเดินทางข้ามจังหวัดได้แทบเป็นปกติ..ยังไงก็ “ห้ามการ์ดตกเด็ดขาด” แม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ติดต่อได้…สิ่งที่น่าเป็นห่วงตามมาอีกมาก ในการดูแลความสงบเรียบร้อย “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2564 ให้ทุกพื้นที่รับทราบ มาตรการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีการ “ตั้งด่าน” ได้ แต่ต้องมีความพร้อมตามมาตรฐานสตช.กำหนด คือ“ความโปร่งใส เป็นมาตรฐาน ตรวจสอบได้”โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งการตั้งจุดตรวจต่างๆ ต้องมีความโปร่งใส พร้อมที่จะตรวจสอบจากประชาชน…งานนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ด้านมั่นคงและกิจการพิเศษ ว่า “สิ่งที่จะทำให้โปร่งใสได้ คือโดยเฉพาะ “กล้องซีซีทีวี” เคลื่อนไหวได้ที่จะต้อง “มีประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ตรวจ”และด่านต่างๆ เช่น ด่านกวดขันวินัยจราจร ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ด่านตรวจวัดมลพิษทางอากาศ ด่านอาชญากรรม ฯลฯ จะต้องมีมาตรฐานเดียวกัน…ต้องมีป้ายที่มีมาตรฐานและนำเทคโนโลยีมาใช้ อาทิ “ด่านเมา”จากเดิมเคยมีปัญหาร้องเรียนต่างๆ ก็จัดให้มีกล้องบันทึกภาพแบบเรียลไทม์ไว้ประจำจุดที่มีการยืนยันผลด้วย…การจะตั้งจุดตรวจ“ผู้บังคับการ” ในแต่ละพื้นที่ เป็นผู้ควบคุมกำกับดูแล และมีป้ายแสดงข้อความ หากต้องการร้องเรียนได้ที่ สายด่วน ตร.1599 และเบอร์โทรศัพท์ผู้บังคับการด้วย…โดย ผบ.ตร.ได้ให้ทำฐานข้อมูล TPCC (Traffic Police Checkpoint Control) เพื่อกำหนดจุดตั้งด่าน ลงรายชื่อ ผู้ปฏิบัติในด่านต่างๆ ลงในแผนที่ ซึ่งผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบได้ว่ามีตั้งจุดตรวจ อยู่จุดใด ซ้ำซ้อนหรือไม่และได้รับอนุมัติจากผู้บังคับการหรือไม่..“ด่านทุกด่าน จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการ ต้องมีเหตุผลในการตั้งด่าน อาทิ บริเวณจุดตั้งด่านมีอาชญากรรมสูง มีเด็กแว้น เป็นทางผ่านขนยาเสพติด เป็นจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบ่อย หรือมีสถานบริการอยู่จำนวนมากที่ต้องตั้งเพื่อป้องปราบผู้ที่เมาแล้วขับ ยกเว้นกรณีเดียวที่ไม่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการในกรณีฉุกเฉินคือการสกัดจับคนร้าย”…พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ยังบอกถึงสาเหตุที่ต้องกลับมาตั้งด่านตรวจของตำรวจ หลังชะลอตั้งด่านไว้ ได้กลับมาศึกษาข้อดี ข้อเสีย จนคณะทำงานเห็นว่า“การไม่มีด่านเลยจะมีข้อเสีย เรื่องการบังคับใช้กฎหมายในด้านต่างๆ มีผู้ฝ่าฝืนกฎหมายมากขึ้น..เมาแล้วขับ ขับรถ จยย.เลนห้ามวิ่ง ไม่สวมหมวกกันน็อกเพิ่มมากขึ้น ปัญหายาเสพติดรวมถึงปัญหาต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง…หากไม่มีด่านสกัด จึงจำเป็นต้องตั้งแต่ต้องทำให้รอบคอบ รัดกุม โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมที่จะถูกร้องเรียน และแก้ปัญหาให้ประชาชน”…หากเกิดการทุจริตผู้บังคับบัญชาที่อนุญาตให้ตั้งจุดตรวจต้องรับผิดชอบ ในส่วนที่กำกับดูแลไม่ดีพอ…“ตอนนี้หลายสถานี มีความพร้อม ตั้งไปแล้วส่วนหนึ่งในเมืองใหญ่ๆ อุบลราชธานี นครราชสีมา เมื่อมีความพร้อมแล้ว 1 เม.ย. เราก็อยากจะให้บังคับใช้กฎหมายเลยเนื่องจากใกล้ช่วง7 วันอันตราย เทศกาลสงกรานต์ ในกทม.ยังไม่ได้ตั้งจริงจัง หากพร้อมอาจจะเริ่ม 1 เม.ย.เช่นกัน” รองผบ.ตร.ทิ้งท้าย…เพราะฉะนั้น“1 เมษายนนี้”ขับรถไปไหนมาไหนต้องปฏิบัติตามกฎหมายจราจรให้ถูกต้อง..ถ้าโดนจับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน…nn