#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/566291

‘อุทยานฯแก่งกระจาน’ยังไม่ชี้ชัด! ชาวบ้านตีผึ้งเชื่อมโยงซากช้าง วอนสื่อเสนอข่าวรอบด้าน
วันพฤหัสบดี ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2564, 19.34 น.
‘อุทยานฯแก่งกระจาน’ยังไม่ชี้ชัด! ชาวบ้านตีผึ้งเชื่อมโยงซากช้าง มูลนิธิผสานวัฒนธรรม วอนสื่อนำเสนอข่าวรอบด้าน
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564 เฟสบุค Cross Cultural Foundation (CrCF) ของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้โพสต์ข้อความระบุว่าสืบเนื่องจาก สำนักข่าวแห่งหนึ่งรายงานข่าวเมื่อเช้าวันนี้ (14 เม.ย. 2564) ว่า เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน หน่วยพิทักษ์ป่าแก่งกระจานที่ 2 (เขาสามยอด) ได้จับกุมชาวบ้านป่าเด็ง 1 ราย คือ นายซูดิ๊ เวนะ อายุ 26 ปี ขณะที่อีก 2 รายคือ นายชิลี่ เวนะ และนายแบล๊ะทู หลบหนีไปได้ โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยึดอาวุธปืนลูกกรดไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก อุปกรณ์เดินป่าอีกจำนวนหนึ่ง ซากงูเหลือม 1 ซาก และซากโครงกระดูกช้างป่าขนาดโตเต็มวัย ไม่ทราบเพศ คาดว่าเสียชีวิตโดยธรรมชาติ จึงได้เก็บรวบรวมเพื่อเป็นหลักฐาน และนำตัวไปทำบันทึกจับกุมก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน เพื่อดำเนินคดี ในข้อหาล่าสัตว์ป่า
ล่าสุด มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับข้อมูลจากอาสาสมัครสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ว่า ชาวบ้านดังกล่าวได้เดินเท้าเข้าไปบริเวณห้วยคมกฤตเพื่อไปหาน้ำผึ้ง ระหว่างทางพบกับเจ้าหน้าที่ชุดลาดตะเวนและถูกเจ้าหน้าที่ยิงปืนขู่ ชาวบ้านจึงออกจากพื้นที่และกลับมายังบ้าน ชาวบ้านไม่ได้เข้าไปล่าสัตว์หรือล่าช้าง ไม่มีอาวุธปืนอาร์ก้าหรือปืนลูกซอง อีกทั้งไม่ได้ยิงปืนเพื่อเปิดทางหนีดังการรายงานข่าวดังกล่าวแต่อย่างใด การไปเก็บน้ำผึ้งของชาวบ้านก็เพื่อการยังชีพเท่านั้น
อนึ่ง วานนี้ เวลา 18:00 น. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้รับข้อมูลว่า นายซูดิ๊ เวนะ ได้รับประกันตัวและเดินทางกลับบ้านพักแล้ว

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม มีความเห็นว่าการนำเสนอข่าวโดยเฉพาะทางสื่อออนไลน์ที่อาจมีการให้ร้ายกับชาวบ้านที่ไม่มีโอกาสชี้แจงข้อมูลนั้นหากมีลักษณะเหมารวมและสร้างอคติต่อกลุ่มชาติพันธุ์ได้ สื่อทุกแขนงควรมีความระมัดระวังโดยเฉพาะการนำภาพข่าวเก่า ต่างพื้นที่ คนละบริบท มาลงประกอบกับเนื้อข่าวที่ไม่ได้รับการยืนยัน หรือตรวจสอบความถูกต้องอาจสร้างความเสียหายให้กับชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์ได้ จึงเสนอให้สื่อออนไลน์ได้ช่วยเผยแพร่ข้อมูลของชาวบ้านประกอบการนำเสนอข่าวด้วย
นายซูดิ๊ เวนะ กล่าวว่า พวกตนไปตีผึ้งเท่านั้น แต่ที่เอาปืนลูกกรดไปเพราะต้องป้องกันตัว หากเจอสัตว์ป่าเพราะหมีชอบมากินน้ำผึ้ง โดยได้เจอเจ้าหน้าที่ตอนเวลา 15.00 น. เมื่อตนถูกจับคนเดียวอยู่กลางป่าจึงรู้สึกหวาดกลัว โดยเจ้าหน้าที่พยายามให้บอกว่า 2 คนที่หนีไปได้ยิงข่มขู่ จริงๆสองคนที่วิ่งหนีไม่ได้มีอาวุธ
เมื่อถามย้ำว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯบอกว่าสองคนยิงปืนขู่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายซูดิ๊กล่าวว่า เขาไม่มีปืนจะยิงขู่เจ้าหน้าที่ได้อย่างไร เมื่อถามถึงซากกระดูกช้างที่พบในลำห้วย นายซูดิ๊กกล่าวว่า ตนไม่รู้เรื่อง เพียงแต่เจ้าหน้าที่พยายามพูดว่ามาฆ่าช้างหรือไม่ แต่ตนไม่รู้เรื่องการล่าช้างจริงๆ ที่สำคัญคือห้วยที่พบซากช้างก็ไม่เคยไปมาก่อน

นายอิทธิพล ไทยกมล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่า ยืนยันว่ามีพราน 3 คนในพื้นที่จริง และสามารถจับปนลูกกรดไทยประดิษฐ์ได้ โดยได้อัดคลิปปากคำไว้ว่ามาด้วยกัน 3 คน และเมื่อค้นในเป้พบว่าเป็นข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว แต่เรื่องโครงกระดูกช้างนั้น จะผูกโยงกันหรือไม่ เรายังไม่แน่ชัด ตอนนี้กำลังพิสูจน์หลักฐานอยู่เพราะยังมีข้อสงสัยลักษณะรูบนกะโหลกช้างว่าเป็นลูกปืนหรือไม่ แต่เบื้องต้นเห็นร่องรอยเป็นแผลฉกรรจ์บริเวณสะโพกที่อาจจะเกิดจากช้างชนกัน ดังนั้นจึงยังสรุปไม่ได้ส่าตายด้วยสาเหตุใด
“วันนั้นผมก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน ผมออกจากห้วยคมกฤตมาทุ่มหนึ่ง ในนั้นก็ไม่มีสัญญาณ แต่พอออกมาข่าวออกแล้ว ผมได้รายงานไปตามข้อเท็จจริงต่างๆให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว แยกเป็นสองกรณี คือจับพราน และการพบซากช้าง ส่วน 2 กรณีนี้จะเชื่อมโยงกันหรือไม่ ยังไม่ทราบ”นายอิทธิพล กล่าว