#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/650536
วันที่ 16 เม.ย. 2564 เวลา 13:32 น.
ประเทศไทยและไต้หวันกำลังจะเป็นคู่ค้าของสหรัฐรายล่าสุดที่จะเจอข้อหานี้ในรายงานที่จะออกมาในอีกไม่นาน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าปรเทศไทยเสี่ยงที่จะถูกรัฐบาลสหรัฐระบุว่าเป็นผู้บงการ/บิดเบือนค่าเงิน โดยจะมีการชี้ขาดในรายงานอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศฉบับแรกของเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งคาดว่าจะออกมาในสัปดาห์นี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเยลเลนจะใช้ข้อหานี้กับไทยแบบจังๆ หรือไม่
ในรายงานของ ING คาดการณ์ว่าในปี 2020 ไทยและไต้หวัน พร้อมกับสวิตเซอร์แลนด์และเวียดนามที่ถูกสหรัฐหมายหัวด้วยข้อหาบิดเบือนค่าเงินแล้ว มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ 3 ข้อ และอาจถูกระบุว่าเป็นผู้ควบคุมสกุลเงิน
รายงานระบุว่า “สิ่งที่น่าแปลกใจกว่าสำหรับตลาดคือการที่ประเทศไทยถูกระบุว่าเป็นผู้ควบคุมสกุลเงิน เราประเมินว่าประเทศนี้มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ทั้ง 3 ประการคือเกินดุลการค้าสินค้า 26,000 ล้านเหรียญสหรัฐกับสหรัฐ, เกินดุลบัญชีเดินสะพัดมูลค่า 3.3% ของจีดีพี และมาตรการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนที่มีมูลค่า 2.6% ของจีดีพีในปี 2020 เช่นเดียวกับไต้หวันประเทศไทยอาจได้รับสิทธิ์ปล่อยผ่านในเดือนธันวาคม 2020 แม้ว่าแรงจูงใจทางภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้ระบุได้ยากขึ้นก็ตาม”
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์อื่นๆ เห็นว่า แม้ว่าไทยและไต้หวันอาจจะถูกหมายหัวเป็นประเทศบงการค่าเงิน แต่สหรฐอาจผ่อนคลายมาตรการที่รัฐบาลทรัมป์เคยกำหนดไว้ เพื่อที่จะมีความสัมพันธ์กับประเทศคู่ค้าที่ดีขึ้น แต่ก็มีประเด็นอื่นๆ เข้ามาถ่วงน้ำหนักการตัดสินใจ เช่น ความจริงจังของสหรับที่ผ่านมาที่จะจัดการกับประเทศลงการค่าเงินจนทำให้สหรัฐเสียเปรียบดุลการค้า รวมถึงที่ ING ระบุว่าความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโลกก็มีผลเช่นกัน
แมทธิว กูดแมนอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังของสหรัฐ ปัจจุบันทำงานกับศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศกล่าวกับรอยเตอร์โดยคิดว่ากระทรวงการคลังของเยลเลนน่าจะมีแนวโน้มที่จะใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นกว่านี้ อย่างไรก็ตามเขากล่าวเสริมว่ามือของเยลเลนนั้นถูกมัดเอาไว้โดยเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินใจว่าคู่ค้าบงการสกุลเงินของตนหรือไม่
ด้าน ING ระบุว่า “เราไม่ละเว้นความเป็นไปได้ว่ากระทรวงการคลังจะปล่อยผ่านประเทศไทยอีกครั้ง หรืออาจประเมินเพียงว่าการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนต่ำกว่า 2% (ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจให้ข้อมูลนั้นเพียงฝ่ายเดียวอีกครั้ง) แต่หากใช้วิธีการเชิงปริมาณอย่างเคร่งครัดในการประเมิน ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกตั้งข้อหา”
ทั้งนี้ เมื่อประเทศมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์เพียง 2 ใน 3 เกณฑ์โดยปกติจะรวมอยู่ในรายการเฝ้าติดตามและจะต้องเผชิญกับการตรวจสอบการซื้อขายและสกุลเงินอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ณ เดือนธันวาคม 2020 มี 10 ประเทศในรายการเฝ้าติดตาม คือ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, เยอรมนี, อิตาลี, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ไต้หวัน, ไทยและอินเดีย
Photo by Brendan Smialowski / AFP